เปิดโมเดล “เกษียณ” ทางเลือกหลากหลายของมนุษย์งาน


Insight

อธิเจต มงคลโสฬศ

Thai PBS
แชร์

เปิดโมเดล “เกษียณ” ทางเลือกหลากหลายของมนุษย์งาน

https://www.thaipbs.or.th/now/content/4238

เปิดโมเดล “เกษียณ” ทางเลือกหลากหลายของมนุษย์งาน

 

แนวคิดเออรี่รีไทร์หรือ “เกษียณอายุก่อนกำหนด” ของข้าราชการกำลังเป็นที่พูดถึง โดยมีแนวคิดเกษียณก่อนกำหนดในอายุ 40 – 45 ปี ขณะเดียวกับที่เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา แนวคิดขยายอายุราชการหรือขยายการเกษียณอายุก็ถูกผลักดันเพื่อแก้ปัญหาแรงงาน ให้ผู้สูงอายุได้ทำงานนานขึ้น ชวนให้สงสัยว่าแนวทางการเกษียณอายุที่แตกต่างกันมีผลอย่างไรบ้าง ? แล้วในฐานะคนทำงานควรเลือกอย่างไร ?


Thai PBS ชวนสำรวจทางเลือกการเกษียณอายุ แนวคิดและข้อดี - ข้อเสีย การเกษียณอายุก่อนกำหนดหรือเออรี่รีไทร์และการขยายอายุราชการหรือยืดอายุเกษียณมีข้อดี - ข้อเสียอย่างไร ? มีข้อควรพิจารณาและสิ่งที่จะตามมาคืออะไรบ้าง ? และแนวคิดการเกษียณอายุทางเลือกอื่น ๆ มีความน่าสนใจอย่างไร ?

“เกษียณอายุก่อนกำหนด”  เพิ่มเวลาให้ชีวิตที่อยากใช้

จากกระแสข่าวแนวคิดการปรับเกณฑ์เกษียณอายุก่อนกำหนดหรือเออร์ลีรีไทร์ (Early Retirement) ของข้าราชการที่จะเปิดให้ข้าราชการจากเดิมที่ 50 ปีขึ้นไป มาเป็นอายุ 40 - 45 ปี ก็สามารถเกษียณอายุก่อนกำหนดได้ กลายเป็นประเด็นที่ทำให้สังคมหันมาสนใจการเกษียณอายุก่อนกำหนดมากขึ้น ทั้งนี้ ตัวเลขอายุเพียง 40 ปี ยิ่งทำให้หลายฝ่ายจับตากับแนวคิดดังกล่าว

ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เผยเบื้องหลังแนวคิดดังกล่าวมีขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกที่ต้องลดจำนวนข้าราชการที่มีมากเกินจำเป็น ขณะที่ภาระหน้าที่ไม่สอดคล้องกับลักษณะงานในปัจจุบัน โดยการมุ่งเน้นกลุ่มข้าราชการอายุ 40 – 45 ปี มีที่มาจากช่วงอายุที่เหมาะสมและมีความเกี่ยวเนื่องกับระบบการคำนวณเงินบำเหน็จบำนาญของทางราชการอย่างถูกต้องตามระเบียบ

ทั้งนี้ ข้าราชการกลุ่มอายุ 40 – 45 ปี มีความยืดหยุ่นในการปรับตัว หลายคนสามารถผันตัวสู่การเป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ได้ เทียบกับกลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไป จะมีภาระครอบครัวที่ต้องดูแลสูงและมีความยากลำบากในการเปลี่ยนทักษะการทำงาน

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญหนึ่งของการเกษียณก่อนกำหนดคือควรตัดสินใจอย่างไร ? การพิจารณาถึงข้อดี – ข้อเสีย และผลกระทบที่เกิดขึ้นมีส่วนสำคัญในการช่วยให้การตัดสินใจรอบด้านขึ้นได้

งานวิจัย “การเกษียณอายุก่อนกำหนด: การวิเคราะห์เชิงอภิมานของปัจจัยก่อนหน้าและปัจจัยที่ตามมา” (Early Retirement: A Meta-Analysis of Its Antecedent and Subsequent Correlates) จากกลุ่มนักวิจัยจากสเปนและอิตาลีที่ทำการศึกษาโดยหาข้อสรุปจากหลากหลายงานวิจัยเกี่ยวกับการเกษียณอายุก่อนกำหนด ข้อสรุปจากงานวิจัยมีข้อค้นพบที่น่าสนใจดังนี้

1. รายได้จะเพิ่มในช่วงแรกเท่านั้น การเกษียณก่อนกำหนดมักได้รับเงินบำนาญที่โดยทั่วไปแล้ว คนมักเข้าใจว่าจะทำให้รายได้ลดลง อย่างไรก็ตาม รายได้กับค่าใช้จ่ายในช่วงแรก ๆ ของการเกษียณมักจะเพิ่มขึ้น โดยจะมีรายได้สูงกว่ารายจ่าย แต่เพียงไม่กี่ปี ค่าใช้จ่ายมักจะเพิ่มขึ้น จึงต้องพึ่งระวังการประเมินค่าใช้จ่ายหลังเกษียณให้ดี เนื่องจากผู้คนมักประเมินสถานการณ์ดีกว่าความเป็นจริง ซึ่งส่งผลต่อความสุขหลังเกษียณอีกด้วย

2. ความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไป การเกษียณก่อนกำหนดมีส่วนต่อการสูญเสียความสัมพันธ์ทางสังคม เช่น เพื่อนร่วมงาน ลูกค้า เพื่อนร่วมวงการ ทำให้มีเวลาให้กับความสัมพันธ์กับครอบครัว ญาติ และเพื่อนฝูง พร้อมทั้งมีเวลาให้กับกิจกรรมยามว่างมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ทางสังคมที่ลดลงอย่างมากยังมีผลเชิงลบต่อสุขภาพและเป็นส่วนหนึ่งของการเสื่อมถอยของสติปัญญาอีกด้วย ทั้งนี้ การทดแทนความสัมพันธ์ทางสังคมจากที่ทำงานด้วยความสัมพันธ์ทางสังคมอื่น ๆ เช่น ความสัมพันธ์จากกิจกรรมยามว่าง ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตในยามว่างและความพึงพอใจในชีวิตได้

3. ความพึงพอใจของชีวิตต้องเตรียมใจให้พร้อม มาตรวัดความพึงพอใจของชีวิตหลังเกษียณนั้น ผู้เกษียณอายุจำเป็นต้องปรับตัว ความไม่ตรงกันของความคาดหวังและความจริงของชีวิตเกษียณจะทำให้ความพึ่งพอใจลดลง นอกจากนี้หากมีปัญหาสุขภาพ ปัญหาด้านการเงิน อาจส่งผลให้ความพึงพอใจลดลงด้วย

4. อายุอาจยืนยาวขึ้นในระยะยาว การเกษียณเร็วขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มงานที่มีความเครียดสูง หรืออยู่ในอุตสาหกรรมที่ต้องใช้ร่างกาย มีงานวิจัยสนับสนุนว่ามีส่วนช่วยให้อายุยืนยาวขึ้น โดยให้เหตุผลเนื่องจากการออกจากงานช่วยให้สามารถใส่ใจเรื่องสุขภาพทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตได้มากขึ้น แต่ในทางกลับกันก็มีงานวิจัยที่มองว่าการออกจากงานเร็ว มีส่วนทำให้สุขภาพแย่ลงจากการปฏิสัมพันธ์กับสังคมที่ลดลงซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพได้นั่นเอง ขณะที่หากสภาพแวดล้อมในการทำงานดี การทำงานยาวจนเกษียณก็จะส่งผลให้อายุยืนได้เช่นกัน

ในมุมธุรกิจและการทำงาน งานวิจัยเผยว่า การจ้างงานคนหนุ่มสาวไม่สามารถทดแทนการทำงานของกลุ่มคนทำงานที่สูงวัยได้ นอกจากนี้ งานวิจัยชิ้นเดียวกันเผยถึงการเปลี่ยนแปลงของลักษณะประชากรโลกโดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาและประเทศพัฒนาแล้วที่มีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น การขยายเวลาเกษียณอายุหรือต่ออายุให้คนทำงานนานขึ้นมีแนวโน้มที่จะได้รับการผลักดันมากขึ้น

ทางเลือกการเกษียณจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน

ทางเลือกการเกษียณจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน

ยืดอายุเกษียณ เมื่ออายุคนยุคใหม่ยืนยาวขึ้น

การขยายอายุเกษียณเป็นอีกแนวคิดเกี่ยวกับการเกษียณอายุที่มีการพูดถึงมากขึ้นในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา เนื่องมาจากประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยที่มีผู้สูงอายุเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับอายุของผู้คนที่ยืนยาวยิ่งขึ้น ในสังคมวงกว้างการเพิ่มอายุเกษียณ ช่วยแก้ปัญหาที่สังคมสูงวัยในอนาคตที่เมื่อผู้สูงอายุมีอายุยืนยาวขึ้น คนวัยทำงานจะยิ่งต้องแบกภาระยาวนานยิ่งขึ้น แต่แนวคิดนี้ก็ยังมีแง่มุมที่เพิ่มความเหลื่อมล้ำในสังคม เนื่องจากการเพิ่มอายุเกษียณนั้นจะทำให้ผู้สูงอายุที่ทำงานทักษะต่ำต้องเสี่ยงภัยยิ่งขึ้น ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ตรงข้ามกับกลุ่มที่ทำงานทักษะสูงที่มีรายได้สูงอยู่แล้วจะยิ่งมีความมั่นคงเพิ่มขึ้นไปอีก

การเพิ่มอายุเกษียณจึงต้องมาพร้อมด้วยหลากหลายนโยบายทั้งการสร้างสวัสดิการพัฒนาทักษะแรงงานตลอดชีวิต การห้ามกำหนดอายุสูงสุดของการสมัครงานหรือมีการปรับให้เกิดการยืดหยุ่นได้

แล้วการยืดอายุเกษียณในมุมของคนทำงานส่งผลอย่างไร ? และมีข้อดี - ข้อเสียอะไรบ้าง ? มีงานวิจัยจากต่างประเทศที่ศึกษาเกี่ยวกับการขยายเวลาเกษียณอายุ มีข้อค้นพบที่น่าสนใจดังนี้

1. ผลกระทบต่อจิตใจและความสัมพันธ์ การยืดอายุการทำงานส่งผลให้มีความสัมพันธ์กับสังคมที่ดี ทำให้ชีวิตได้รับความท้าทายและความสำเร็จ ทุนทางสังคมส่วนนี้ช่วยลดความเหงา หรือความรู้สึกไร้ค่าที่มักเกิดในกลุ่มผู้สูงอายุได้ แต่ก็ลดเวลาในการดูแลหรือใช้เวลากับคนในครอบครัวลง ทั้งนี้ หากผู้สูงอายุมีหน้าที่ดูแลลูกหลาน คนในครอบครัวด้วย การทำงานไปด้วยพร้อมทำหน้าที่ในครอบครัวด้วยจะยิ่งเพิ่มความเครียดมากขึ้นแทน จึงควรรักษาสมดุลทั้งงานและครอบครัวให้ดี

2. การวางแผนการเงินหลังเกษียณที่ยืดหยุ่นขึ้น เมื่อมีการทำงานยาวนานขึ้น การใช้ชีวิตหลังเกษียณจะมีช่วงเวลาที่น้อยลง การวางแผนการเงินหลังเกษียณเพื่อให้มีเงินเก็บใช้จ่าย หรือการออมเงินก็สามารถยืดหยุ่นให้น้อยลงได้ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความมั่นคงทางการเงิน แต่การเลื่อนเกษียณอายุในกลุ่มรายได้ต่ำ โดยมากแล้วมักไม่ได้เกิดจากความชอบแต่เกิดจากภาวะจำเป็น จึงจะยิ่งทำให้เกิดความเครียดและเหนื่อยล้ามากกว่า ขณะที่ในแง่รายได้นั้นไม่ได้สร้างความมั่นคงเพิ่มขึ้นมากนัก

3. ผลกระทบต่อสุขภาพ การเพิ่มอายุเกษียณกับสุขภาพมีปัจจัยที่หลากหลาย โดยมากคนที่มีสุขภาพดีมักทำงานได้นานกว่าอยู่แล้ว การทำงานนานขึ้นกับอายุที่ยืนยาวจึงพบความเชื่อมโยงในหลายด้าน เช่น อัตราการเสียชีวิตลดลง ภาวะซึมเศร้า ความเสี่ยงโรคเบาหวานลดลง

4. ลักษณะงานที่เปลี่ยนไป การทำงานเมื่ออายุมากขึ้นจากการยืดอายุเกษียณจำเป็นจะต้องมีการปรับเปลี่ยน โดยมากมักจะต้องเป็นงานที่ใช้ร่างกายน้อยลง และบทบาทความรับผิดชอบอาจมีการปรับให้เหมาะสมกับทักษะและข้อจำกัดจากอายุที่เพิ่มขึ้นด้วย 

การยืดอายุการเกษียณต้องไม่ใช่แค่การยืดเวลาการทำงานที่นานขึ้น แต่ต้องมาพร้อมหลากหลายมาตรการรองรับเพื่อให้การทำงานเป็นไปได้อย่างราบรื่น มีการสนับสนุนตลาดการทำงานของผู้สูงอายุอย่างจริงจัง พัฒนาทักษะและทำให้เกิดความภาคภูมิใจและสร้างการยอมรับในสังคมด้วย

ทางเลือกการเกษียณอายุมีหลากหลายทางที่คุณอาจนึกไม่ถึง

ทางเลือกการเกษียณอายุมีหลากหลายทางที่คุณอาจนึกไม่ถึง

แนวคิดเกษียณอายุทางเลือกมีอะไรน่าสนใจบ้าง ?

ทางเลือกของการเกษียณอายุ ไม่ได้มีเพียงแค่การเกษียณก่อนกำหนด หรือขยายเวลาเกษียณอายุออกไป หากแต่ยังมีโมเดลแนวคิดการเกษียณทางเลือกอื่น ๆ ที่มีการศึกษาพัฒนาเพื่อให้สอดรับกับความต้องการกับสภาพเศรษฐกิจสังคมและผู้คนที่เปลี่ยนไป แล้วจะมีอะไรบ้าง ? ตามไปดูกัน

การเกษียณแบบค่อยเป็นค่อยไป (Phased Retirement หรือ Soft Retirement)

หลายคนอยากเกษียณอายุเนื่องจากความหนักหนาของการทำงาน แต่ก็อาจรู้สึกใจหาย เมื่อวันนึงตื่นขึ้นมากลับไม่มีสังคมที่ทำงานอีกแล้ว การศึกษาเกี่ยวกับการเกษียณอายุหลายชิ้นสำรวจความต้องการของคนทำงานและพบว่า แรงงานส่วนใหญ่ต้องการ “การเกษียณอายุแบบค่อยเป็นค่อยไป”

การเกษียณอายุแบบค่อยเป็นค่อยไปมีหลักการคือการค่อย ๆ ลดชั่วโมงการทำงานลง จาก 39 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เมื่ออายุ 55 ปี พออายุ 60 ปีก็ค่อย ๆ ลดชั่วโมงการทำงานลง โดยมีความต้องการทำงานเฉลี่ยอยู่ที่ 30 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และเมื่ออายุ 65 ปี ยังคงอยากทำงานแต่เป็นเพียงบางช่วงเวลาและมีความคาดหวังชั่วโมงทำงานเฉลี่ยอยู่ที่ 18 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เท่านั้น

การเกษียณลักษณะนี้ช่วยให้คนทำงานสามารถปรับตัวเข้าสู่ช่วงเกษียณอายุเต็มตัวได้ดียิ่งขึ้น สามารถปรับสมดุลชีวิตทำงานกับชีวิตส่วนตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปได้ดียิ่งขึ้น

การเกษียณตามกลุ่มอาชีพ

การทำงานแต่ละอาชีพมีรายละเอียดงานที่แตกต่างกัน ทั้งการใช้ร่างกายรวมถึงสภาพแวดล้อมการทำงาน ในหลายประเทศจึงมีระบบการเกษียณอายุที่มีลักษณะอนุญาตให้เกษียณได้ตามกลุ่มหรือสาขาอาชีพ โดยมีการพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น การทำงานในพื้นที่เสี่ยง สภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสุดขั้ว การทำงานใต้ดินรวมถึงทำงานกะกลางคืน

บางประเทศใช้ระบบคะแนนสะสมเพื่อขอเกษียณก่อนกำหนด และขอรับการพัฒนาทักษะใหม่เพื่อเปลี่ยนสายอาชีพไปทำงานที่ปลอดภัยกว่า หรือขอลดชั่วโมงการทำงานแต่ยังคงได้ค่าจ้างเต็มเวลา ขณะที่บางแห่งของโลกมีการตั้งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเพื่อพิจารณาตามรายกรณีให้คนทำงานสามารถยื่นคำร้องเพื่อรับการเกษียณก่อนได้

งานวิจัยในประเด็นการเกษียณอายุกับกลุ่มอาชีพ พบว่า อาชีพงานช่างใช้แรงงานหนัก ช่างปูน ช่างกระเบื้องจะเกษียณอายุตอนอายุ 55 ปี ขณะที่กลุ่มสื่อมวลชนเกษียณอายุตอนอายุ 69 ปี และช่างตัดผมเลือกเกษียณอายุที่อายุประมาณ 71 ปี

การเกษียณอายุถือเป็นทางเลือกครั้งสำคัญหนึ่งของชีวิต แทบไม่ต่างจากการเริ่มทำงาน การเกษียณอายุจึงต้องมีการวางแผน พิจารณาผลที่จะตามมาอย่างรอบด้านเพื่อเลือกทางที่เหมาะสมกับชีวิตของตัวเองให้มากที่สุด

อ้างอิง

  • Early Retirement: A Meta-Analysis of Its Antecedent and Subsequent Correlates
  • The causal effect of retirement on mortality: Evidence from targeted incentives to retire early
  • Occupations and retirement across countries, The Journal of the Economics of Ageing
     

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เกษียณเกษียณอายุเออรี่รีไทร์เกษียณก่อนกำหนดเกษียณแบบค่อยเป็นค่อยไป
อธิเจต มงคลโสฬศ

ผู้เขียน: อธิเจต มงคลโสฬศ

เจ้าหน้าที่เนื้อหาดิจิทัล ไทยพีบีเอส สนใจเนื้อหาด้านสุขภาพจิต สาธารณสุข และความยั่งยืน รวมถึงประเด็นทันกระแสที่มีแง่มุมน่าสนใจซ่อนอยู่

บทความ NOW แนะนำ