กลายเป็นกระแสฟีเวอร์ที่กลับมาสร้างสีสันอีกครั้งสำหรับ ‘สกวิชชี’ (Squishy) ของเล่นเนื้อนุ่มนิ่มน่าบีบที่ไม่เพียงแต่ครองใจเด็ก ๆ เท่านั้น แต่ยังข้ามแดนมากลายเป็นไอเทมสุดโปรดของวัยรุ่นและคนทำงานวัยสร้างตัว อะไรคือบื้องหลังของเล่นชิ้นนี้ที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกต่างหลงใหลและยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อมาไว้ในครอบครอง ? มาร่วมหาคำตอบไปพร้อมกัน
จุดเริ่มต้น “สกวิชชี” ความนุ่มนิ่มที่ใครต่างตกหลุมรัก
คำว่า Squishy มีความหมายตรงตัวว่า “นุ่ม ยืดหยุ่น หรือบีบให้ยุบได้ง่าย” เอกลักษณ์สำคัญคือเนื้อสัมผัสที่สามารถคืนตัวกลับสู่รูปทรงเดิมได้อย่างช้า ๆ ตามแรงกด
สกวิชชี มีจุดกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่น เริ่มต้นจากการนำ โพลียูรีเทนโฟม (PU Foam) วัสดุที่มีความนุ่มเป็นพิเศษมาขึ้นรูปเป็นของชิ้นเล็ก ๆ หน้าตาน่ารัก แต่งแต่งสีสันสดใสพร้อมกลิ่นหอมหวาน โดยวางจำหน่ายในราคาตั้งแต่ 300 เยน (ราว 60 บาท) ไปจนถึง 2,600 เยน (ราว 500 บาท)
ปัจจุบันวัฒนธรรมการเล่นสกวิชชีได้แผ่ขยายไปทั่วโลก มีการพัฒนารูปร่างและขนาดให้หลากหลายตามเทรนด์ ทั้งรูปทรงเรขาคณิต อาหาร ขนมหวาน ตัวการ์ตูนมาสคอต และสัตว์เลี้ยงนานาชนิด
ล่าสุด สกวิชชีรูปทรงแท่งเนยอย่าง Salted Butter Squishy 4oz กลายเป็นสินค้าขายดีติดอันดับบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซระดับโลก โดยบนเว็บไซต์ Amazon สามารถทำยอดขายได้สูงถึง 30,000 ชิ้นต่อเดือน เช่นเดียวกับในสหรัฐอเมริกา ที่ของเล่นบีบคลายเครียดรูปทรงลูกบาศก์แบรนด์ NeeDoh เกิดกระแสสินค้าขาดตลาดภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงหลังวางขาย จนเกิดปรากฏการณ์ "NeeDoh Hunting" หรือการตระเวนตามหาของเล่นชิ้นนี้ที่แพร่กระจายไปทั่ว TikTok และ Instagram
ทำไม ‘สกวิชชี’ กลายเป็นของที่ต้องมี
แม้สกวิชชีจะเคยผ่านยุคทองในฐานะของสะสมของเด็ก ๆ มาแล้ว ทว่าการกลับมาฮิตรอบนี้มีโซเชียลมีเดียเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำคัญ ดร. เจนนี่ กัว (Dr. Jenny Guo) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านการตลาดจากมหาวิทยาลัยบิงแฮมตัน (Binghamton University) ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว NBC ว่า กระแสความนิยมนี้เริ่มต้นจากการที่ผู้คนทยอยโพสต์คลิปวิดีโออวดของเล่นลงบนโลกโซเชียล การได้ชมคลิปสัมผัสของนุ่มนิ่มซ้ำ ๆ นอกจากจะสร้างความเพลิดเพลินแล้ว ยังกระตุ้นความอยากได้ครอบครองจนเกิดเป็นกระแส FOMO (Fear of Missing Out) หรือความกลัวที่จะตกเทรนด์ เมื่อสินค้าเริ่มขาดตลาด ผู้คนยิ่งออกตามหามาครอบครองให้ได้
นอกจากนี้ กระแสคอนเทนต์แนว ASMR หรือวิดีโอกระตุ้นประสาทสัมผัสผ่านเสียง ยังหยิบเอาสกวิชชีมาเป็นตัวเอกในการสร้างเสียงบีบและเสียงคืนตัวที่ช่วยให้สมองรู้สึกผ่อนคลาย เมื่อบวกกับราคาที่เข้าถึงง่าย จึงไม่แปลกที่ผู้ชมจำนวนมากจะตัดสินใจซื้อตามได้อย่างง่ายดาย
ในวันที่โลกวุ่นวาย “สกวิชชี” ความสุขเรียบง่ายช่วยฮีลใจเราได้
ในทางจิตวิทยา สกวิชชีจัดอยู่ในกลุ่ม Fidget Toys หรือของเล่นคลายเครียดที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มสมาธิ ลดความวิตกกังวล และช่วยควบคุมพฤติกรรมอยู่ไม่นิ่ง เช่นเดียวกับลูกบอลคลายเครียด สปินเนอร์ หรือแผ่นซิลิโคนป๊อบอิท (Pop it)
เคช่า ซอนเดอร์ส-วอลดรอน (Keisha Saunders-Waldron) ที่ปรึกษาสุขภาพจิตคลินิก อธิบายว่า ของเล่นคลายเครียดทำหน้าที่เป็นเครื่องมือกระตุ้นประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหว ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจจากเรื่องเครียดและช่วยปรับอารมณ์ให้คงที่ การบีบของเล่นนุ่มนิ่มเป็นจังหวะซ้ำ ๆ มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทให้ผ่อนคลาย คล้ายกับการฝึกกำหนดลมหายใจเข้า-ออกลึก ๆ
ขณะเดียวกัน ศาสตราจารย์ ชูโกะ โฮริตะ (Shuko Horita) จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเมจิ ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า ในยุคสมัยที่ผู้คนสะสมความเครียดได้ง่าย “ของเล่นบำบัด” จึงกลายเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ชีวิตอย่างลงตัว
ท่านยังอธิบายเพิ่มเติมว่า เนื้อสัมผัสนุ่มและจังหวะการคืนตัวของสกวิชชี มีความใกล้เคียงกับผิวสัมผัสของมนุษย์ สิ่งนี้สามารถไปกระตุ้นจิตใต้สำนึกถึงความรู้สึกปลอดภัยในวัยเยาว์ เช่น สัมผัสอันอบอุ่นจากผิวของแม่ ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายและสบายใจขึ้นได้ทันทีที่ได้บีบมันไว้ในมือ
การเติบโตของเทรนด์สกวิชชีและของเล่นบำบัด สะท้อนให้เห็นว่าในโลกยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและแรงกดดัน ร่างกายและจิตใจของมนุษย์เรากำลังเรียกร้องหาพื้นที่ปลอดภัยและสัมผัสที่เรียบง่ายเพื่อเยียวยาตัวเอง ลองหันกลับมาสำรวจตัวเองดูนะ
มาร่วมค้นหาวิธีการดูแลใจ เข้าใจกลไกความเครียด และเติมพลังบวกให้ชีวิตประจำวัน สามารถติดตามเนื้อหาคุณภาพจาก Thai PBS
- จิตวิทยาของ “สกุชชี่ บีบได้ คลายเครียด” ของเล่นสุดฮิต l สาระดี สาระ Talk
- รู้สู้โรค : หน้าดำคร่ำเครียด l คนสู้โรค
- ความเครียดสะสม…อันตรายต่อสุขภาพจริงหรือ ? l สาระดี สาระ Talk
ที่มา : The Asia Business Daily, NBC News, Psychology Today









