ทำไมมนุษย์ถึง “นอกใจ” ? เปิดนิยาม “โลก 2 ใบ” และแรงจูงใจปัญหาการคบซ้อน


Insight

Thai PBS Digital Media

Thai PBS
แชร์

ทำไมมนุษย์ถึง “นอกใจ” ? เปิดนิยาม “โลก 2 ใบ” และแรงจูงใจปัญหาการคบซ้อน

https://www.thaipbs.or.th/now/content/897

ทำไมมนุษย์ถึง “นอกใจ” ? เปิดนิยาม “โลก 2 ใบ” และแรงจูงใจปัญหาการคบซ้อน

 

เป็นข่าวที่อยู่ในความสนใจของผู้คนในสังคมเสมอ สำหรับกรณีความสัมพันธ์ของคนดัง ประเด็นหนึ่งที่มักจะถูกพูดถึงคือประเด็น “โลก 2 ใบ” แม้จะเป็นประโยคร่วมสมัย แต่ความหมายที่แท้จริง คือการขอมีคู่ครอง 2 คน หรือเรียกว่า การคบซ้อน 

นี่อาจจะไม่ใช่ข่าวรักร้าวข่าวแรกในแวดวงบันเทิงไทย แต่ประเด็นเรื่อง “โลก 2 ใบ” เกิดขึ้นมาในสังคมไทยมายาวนาน เราจึงชวนตั้งคำถามว่า “เหตุใดมนุษย์ถึงคิดนอกใจ ?” แรงจูงใจนั้นคืออะไร ? และปัญหาการคบซ้อนในมุมจิตวิทยา แก้ไข หรือหาทางออกอย่างไร?

นิยาม “โลก 2 ใบ” คืออะไร ?

“โลก 2 ใบ” กลายเป็นคำร่วมสมัยในยุคปัจจุบัน คำนี้ถูกแผลงมาจากพฤติกรรม “การคบซ้อน” เป็นการสร้างความสัมพันธ์ในความรักที่มากกว่าคนสองคนขึ้นไป หรือเรียกว่า “สร้างโลกอีกใบ” และในบางคู่ บางกรณี อาจมีความสัมพันธ์เชิงซ้อนที่มากกว่าสอง สาม สี่ หรือมากกว่านั้น จึงอาจจะเรียกได้ว่าเป็น “การสร้างโลกหลายใบ” ขึ้นมาในคราวเดียวกัน

“คบซ้อน” หรือ “นอกใจ” ไม่ใช่เรื่องใหม่เสียทีเดียว

ย้อนกลับไปในยุคโบราณ ความเชื่อเรื่องการผลิต “คน” ส่งผลให้ผู้ชายมี “ภรรยา” หลายคน ตลอดจนวิถีของบุรุษเพศในยุคก่อน ต้องออกจากบ้านเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว ขณะที่สุภาพสตรีส่วนใหญ่ทำงานบ้าน ดูแลลูก ๆ เป็นที่มาของคำโบราณ “ช้างเท้าหน้า - ช้างเท้าหลัง” ทำให้เกิดค่านิยมการมีบ้านเล็กบ้านน้อย 

ในสังคมไทยสมัยกรุงศรีอยุธยา เคยมีการเขียนกฎหมายลักษณะผัวเมีย กำหนดประเภทของเมียเอาไว้หลายแบบ อาทิ  

  • เมียพระราชทาน หรือ เมียนาง คือเมียที่พระมหากษัตริย์ทรงพระราชทานเป็นบำเหน็จ
  • เมียกลางเมือง คือ เมียที่พ่อแม่ผู้ชายไปสู่ขออย่างถูกต้องตามขนบประเพณี
  • เมียกลางนอก คือ อนุภรรยา หรือเมียน้อย 
  • เมียกลางทาสี เมียที่เป็นทาส เกิดจากการไถ่ตัว  
     

ทั้งหมดล้วนเป็นภาพสะท้อนถึงวิถีความสัมพันธ์ที่มากกว่าหนึ่ง จนวิวัฒนาการมาสู่ การคบซ้อน ดังเช่นในปัจจุบัน

อธิบายความรักและความสัมพันธ์ของมนุษย์ในมุมจิตวิทยา

Thai PBS พูดคุยกับ ผศ.ดร. รัก ชุณหกาญจน์ หัวหน้าสาขาวิชาจิตวิทยาพัฒนาการ มหาวิทยาเกษตรศาสตร์ ถึงมุมมองเรื่องความสัมพันธ์ของมนุษย์ โดยกล่าวถึง “ทฤษฎีสามเหลี่ยมแห่งความรัก” หรือ Triangular theory of love ของ Sternberg นักจิตวิทยาชื่อดังชาวอเมริกา ซึ่งอธิบายองค์ประกอบของความรัก ที่เกิดจาก 3 ปัจจัย คือ

  • ความใกล้ชิด (intimacy) หากมนุษย์ใช้ชีวิตด้วยกันเป็นระยะเวลาหนึ่ง ทำให้เกิดความสัมพันธ์ลักษณะนี้ขึ้นมา
  • ความเสน่หา (passion) คือความสนใจรูปลักษณ์ภายนอก เห็นแล้วใจเต้น หวั่นไหว
  • พันธะทางใจ (Commitment)  กล่าวคือ หลังจากมีความสัมพันธ์ในระดับที่มีองค์ประกอบของความใกล้ชิดต่อกัน และความเสน่หาต่อกัน ความสัมพันธ์จะดำเนินมาถึงจุดที่ต่างฝ่ายมี Commitment หรือพูดง่าย ๆ ว่า มีความคิดที่จะใช้ชีวิตด้วยกันเป็นเวลานาน โดยผ่านวิธีปฏิบัติ อาทิ การปรับตัวเข้าหากัน การสื่อสารกัน การศึกษากันและกัน 

“แต่ประเด็นสำคัญคือ หลายครั้งความใกล้ชิดกัน ทำให้เห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนของกันและกัน ทำให้เกิดการปรับตัว สิ่งสำคัญคือ ต่างฝ่ายต่างยังคงมี Commitment ที่ยังดำเนินไปร่วมกันอีกหรือไม่ ?” ผศ.ดร. รัก ตั้งข้อสังเกต

ผศ.ดร.รัก ชุณหกาญจน์ หัวหน้าสาขาวิชาจิตวิทยาพัฒนาการ มหาวิทยาเกษตรศาสตร์

ผศ.ดร.รัก ชุณหกาญจน์ หัวหน้าสาขาวิชาจิตวิทยาพัฒนาการ มหาวิทยาเกษตรศาสตร์

ดังนั้น หัวใจสำคัญของการรักษาความสัมพันธ์ จึงอยู่ที่ Commitment ซึ่ง Commitment ที่ดีนั้นควรจะเป็นอย่างไร ?

“พันธะทางใจที่ดีไม่ใช่สิ่งที่ตายตัว เป็นสิ่งที่ขึ้นอยู่กับแต่ละคู่จะเลือกยึดคุณค่าในความสัมพันธ์แบบไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือการซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเอง” ผศ.ดร.รัก กล่าว

ปัญหาของการมี “โลก 2 ใบ” ในมุมจิตวิทยา แท้จริงคืออะไร ?

กับคำถามที่ว่า ทำไมมนุษย์ถึงได้คิดคบซ้อน หรือมีโลก 2 ใบ ผศ.ดร. รัก กล่าวว่า พฤติกรรมการมีโลก 2 ใบ หรือการนอกใจต่อคนรัก ในทางจิตวิทยาความสัมพันธ์ มาจากความสัมพันธ์รักที่ไม่ครบองค์ประกอบทั้ง 3 อย่าง

นอกจากนี้ ปัจจัยเรื่องสิ่งแวดล้อมที่หล่อหลอมคน ๆ นั้นขึ้นมา เป็นอีกตัวแปรให้เกิดพฤติกรรมด้านความรักที่แตกต่างกัน

“การหล่อหลอมจากคนรอบตัว รวมถึงสังคม ล้วนมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของมนุษย์ เช่น เติบโตมาในครอบครัวหรือสังคมที่ให้ความสำคัญกับการซื่อสัตย์ต่อความรัก คน ๆ นั้นก็จะเติบโตขึ้นมา และให้คุณค่ากับเรื่องนั้นเช่นกัน แต่กลับกัน หากครอบครัวหรือสังคมมีลักษณะของสังคมชายเป็นใหญ่ จะส่งผลต่อพฤติกรรม รวมถึงคุณค่าในชีวิตที่คน ๆ นั้นยึดถือด้วยเช่นกัน”

ข้อสังเกตเพิ่มเติมกับพฤติกรรมการคบซ้อน กล่าวคือ หากสังคมมีลักษณะเปิดมากขึ้น การยึดโยงกับคุณค่าใดอาจไม่ใช่สิ่งสำคัญ ยกตัวอย่าง หากการมีโลก 2 ใบ แต่สามารถดูแลโลก 2 ใบนั้นได้ดี สังคมให้การยอมรับ แนวโน้มที่คนจะมีพฤติกรรมมีโลก 2 ใบจะมีมากขึ้น

หากต้องพบกับปัญหา “ความสัมพันธ์เชิงซ้อน” ควรทำอย่างไร ?

เกิดเป็นมนุษย์ ย่อมมีความรัก แต่ความรักของมนุษย์ในยุคปัจจุบัน ดูจะมีความซับซ้อนและเงื่อนไขมากมายอยู่เบื้องหลัง ซึ่งท้ายที่สุด เป็นเรื่องของคน 2 คนที่มี Commitment ร่วมกัน แบบไหน อย่างไร

ผศ.ดร. รัก ให้มุมมองในเชิงจิตวิทยาความสัมพันธ์ หากเผชิญกับสถานการณ์ความรักแบบ “โลก 2 ใบ” คือ

  1. เลือกที่จะถอยออกมา หากคุณถามใจตัวเองแล้วรู้สึกรับไม่ได้กับพฤติกรรมการมีโลก 2 ใบ การออกมาจากความสัมพันธ์คือสิ่งที่ดีที่สุด เจ็บแต่จบ และดำเนินชีวิตต่อไป
  2. เลือกอยู่เป็นโลก 2 ใบ หากคุณถามใจตัวเองอย่างถี่ถ้วน หรือมีเงื่อนไขชีวิตที่ท้ายที่สุดต้องยอมรับกับการมีโลก 2 ใบได้ อาจเพราะอีกฝ่ายทำดีทุกอย่าง มีฐานความคิดคุณค่าบางอย่างที่คุณให้การยอมรับได้ การเลือกอยู่ในรักที่มีโลก 2 ใบ และใช้ชีวิตต่อก็เป็น Commitment อย่างหนึ่งของความรัก ที่สังคมภายนอกก็ไม่สามารถตัดสินถูกผิดได้
  3. เลือกคงความสัมพันธ์เป็นโลกใบเดียว โดยใช้วิธีเอาชนะ ไม่ว่าจะเป็นการชนะใจอีกฝ่าย หรือจับผิด เพื่อคงความสัมพันธ์แบบรักเดียวเอาไว้ ทางเลือกนี้อาจทำให้รู้สึกเหนื่อย หลายคนอาจรู้สึกเจ็บ แต่หากถามใจตัวเองแล้วรู้สึกโอเค   ชอบและรู้สึกท้าทาย ทางเลือกนี้ก็ไม่ใช่เรื่องผิดอันใด

ผศ.ดร. รัก ทิ้งท้ายข้อคิดเกี่ยวกับความรักและความสัมพันธ์ แม้โลกจะเดินมาไกลจนนิยามความรักได้หลายแบบ แต่สิ่งสำคัญยังคงเป็นการสื่อสารกับตัวเองอยู่เสมอว่า คุณมีความสุขอยู่หรือเปล่า ?

“ความรักท้ายที่สุดเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคน ไม่ว่าจะเลือกด้านใดต้องทบทวนให้ดีกับผลที่ตามมา ถามใจตัวเองเสมอว่าตรงไหนคือพื้นที่ที่เรามีความสุขที่สุด”

อ้างอิง
-Triangular theory of love – ทฤษฎีสามเหลี่ยมของความรัก 

-ภรรยาพระราชทาน” นโยบายใช้ผู้หญิงเพื่อความมั่นคง สู่กฎหมายที่ “เมียหลวง” ต้องหลบ 

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โลก 2 ใบคบซ้อนนอกใจความรักความสัมพันธ์

ผู้เขียน: Thai PBS Digital Media

บทความ NOW แนะนำ