ไทยพีบีเอส เผยผลดำเนินงานปี 2568 เกินดุล 69 ล้านบาท เดินหน้าปรับองค์กรสู่สื่อสาธารณะดิจิทัล ไทยพีบีเอส เผยผลดำเนินงานปี 2568 เกินดุล 69 ล้านบาท เดินหน้าปรับองค์กรสู่สื่อสาธารณะดิจิทัล
ข่าวประชาสัมพันธ์

ไทยพีบีเอส เผยผลดำเนินงานปี 2568 เกินดุล 69 ล้านบาท เดินหน้าปรับองค์กรสู่สื่อสาธารณะดิจิทัล

0 ครั้ง

“วันชัย” ชี้ผลการดำเนินงานปี 2568 สะท้อนความมั่นคงทางการเงินขององค์กร พร้อมวางรากฐานการเติบโตในอนาคต ผ่านการลงทุนด้านคอนเทนท์ เทคโนโลยี ข้อมูล และบุคลากร เพื่อขับเคลื่อนไทยพีบีเอส สู่การเป็น Public Digital Media Platform อย่างเต็มรูปแบบ

นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส เปิดเผยถึงงบการเงินประจำปี 2568 ซึ่งผ่านการรับรองจากผู้สอบบัญชี และได้นำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบาย ส.ส.ท. เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา ว่ามีทิศทางที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยองค์กรมีรายได้สูงกว่าค่าใช้จ่ายสุทธิ หรือเกินดุล อยู่ที่ 69 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงฐานะการเงินที่แข็งแรงขึ้น และเป็นฐานสำคัญในการเดินหน้าปรับองค์กรสู่สื่อสาธารณะดิจิทัล

นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส

นปี 2568 ไทยพีบีเอส มีรายได้รวม 2,695 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าประมาณ 100 ล้านบาท คิดเป็น 3.86% โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากเงินบำรุงองค์การค้างรับข้ามงวดบัญชี ประมาณ 92.66 ล้านบาท จาก 1,957 ล้านบาท เป็น 2,050 ล้านบาท ขณะที่สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายรวมให้ลดลงได้ประมาณ 146 ล้านบาท คิดเป็น 5.28% ส่งผลให้ไทยพีบีเอสมีรายได้สูงกว่าค่าใช้จ่ายสุทธิ และมีเสถียรภาพทางการเงินที่มั่นคงมากขึ้น สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากร ควบคู่กับการดำเนินภารกิจสื่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง

สำหรับฐานะการเงิน ณ สิ้นปี 2568 ไทยพีบีเอส มีสินทรัพย์รวมอยู่ที่ 6,994 ล้านบาท เติบโตขึ้น 1.23% โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นเป็น 4,365 ล้านบาท คิดเป็น 13.25% แสดงถึงสภาพคล่องที่สูงขึ้น ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 912 ล้านบาท คิดเป็นเพียง 13% ของสินทรัพย์รวมทั้งหมด สะท้อนโครงสร้างทางการเงินยังคงอยู่ในระดับที่มั่นคงและปลอดภัย

นอกจากนี้ ตัวเลขกระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานยังสูงถึง 1,039 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 54.46% ยืนยันว่า แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารสภาพคล่องและการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในส่วนของค่าใช้จ่าย ต้นทุนการผลิตและจัดหารายการลดลงถึง 10.76% อยู่ที่ 858 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการวางแผนและบริหารจัดการงบประมาณอย่างรอบคอบ อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการปรับขึ้นเล็กน้อย โดยมีค่าใช้จ่ายด้านงานสารสนเทศเป็นรายการสำคัญ ซึ่งสะท้อนถึงภารกิจด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลที่มีบทบาทมากขึ้น

นายวันชัย ระบุว่า การลดลงของต้นทุนผลิตและจัดหารายการเป็นผลจากการบริหารจัดการงบประมาณอย่างระมัดระวัง ซึ่งไทยพีบีเอสได้ดำเนินควบคู่ไปกับการรักษาสมดุลด้านคุณภาพของเนื้อหา เพราะภารกิจหลักของสื่อสาธารณะคือการผลิตคอนเทนท์ที่ตอบโจทย์สังคม สร้างความรู้ และเปิดพื้นที่สาธารณะให้แก่ประชาชน

นอกจากค่าใช้จ่ายด้านการผลิตและจัดหารายการที่ลดลงแล้ว ยังเป็นผลจากมาตรการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน โดยเฉพาะแคมเปญรณรงค์ปิดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นในช่วงพักเที่ยง ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากพนักงานทุกคน ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าลดลงเหลือจาก 31.20 ล้านบาทในปี 2567 เหลือ 28.42 ล้านบาทในปี 2568 หรือคิดเป็น 8.91%

“มาตรการประหยัดไฟฟ้าที่เริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ เช่น การปิดไฟที่ไม่จำเป็นในช่วงพักเที่ยง แต่เมื่อทุกคนร่วมมือกันก็ได้ผลที่เป็นรูปธรรม แนวคิดเดียวกันนี้ยังสะท้อนถึงการบริหารทรัพยากรขององค์กรในภาพรวม ที่มุ่งใช้ทุกทรัพยากรอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด โดยจะต่อยอดไปสู่โครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Roof) ทั้งที่สำนักงานใหญ่และสถานีโครงข่ายทั่วประเทศ เพื่อช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าในระยะยาว และมุ่งสู่การเป็นองค์กรสื่อสีเขียวที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2569” นายวันชัยกล่าว

นอกจากผลการดำเนินงานทางการเงิน ปี 2568 ยังเป็นปีแห่งการวางรากฐานสำคัญเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมสื่อ โดยไทยพีบีเอสเดินหน้าปรับองค์กรให้พร้อมรับภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนไป ทั้งการพัฒนาคอนเทนท์สำหรับหลายแพลตฟอร์ม การขยายศักยภาพของ VIPA การพัฒนาระบบคลังข้อมูลและคลังคอนเทนต์ การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้สามารถทำงานข้ามแพลตฟอร์มได้มากขึ้น

ในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2568 ไทยพีบีเอส ได้เริ่มวางแผนปรับระบบการบริหารองค์กรผ่านโครงการ Enterprise Resource Planning (ERP) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการภายในองค์กร เพิ่มความโปร่งใส และสนับสนุนการตัดสินใจด้วยข้อมูล โดยเริ่มต้นจากการว่าจ้างบริษัท KPMG ภูมิไชย ดำเนินการวิเคราะห์ระบบงานในรูปแบบ System Audit เพื่อประเมินกระบวนการทำงานเดิม ช่องว่างของระบบข้อมูล และความพร้อมในการพัฒนาไปสู่ระบบ ERP ใหม่

เมื่อกระบวนการ System Audit แล้วเสร็จ ไทยพีบีเอสจะเดินหน้าจัดหาบริษัทผู้พัฒนาระบบ ERP ภายในปลายปีนี้ โดยตั้งเป้าให้แล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2570 เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลภายในองค์กร ลดการทำงานแบบแยกส่วน และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงบประมาณ พัสดุ ทรัพยากรบุคคล งานจัดซื้อจัดจ้าง และข้อมูลเพื่อการตัดสินใจของผู้บริหาร

“ERP ไม่ใช่เพียงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ แต่เป็นการยกระดับกระบวนการบริหารองค์กรให้มีความคล่องตัว โปร่งใส และใช้ข้อมูลได้อย่างเต็มศักยภาพ” นายวันชัยกล่าว

ในด้านภารกิจสื่อสาธารณะ นายวันชัย ยืนยันว่า ไทยพีบีเอส ยังคงมุ่งทำหน้าที่เป็นพื้นที่สาธารณะและแหล่งข้อมูลที่ประชาชนเชื่อถือได้ และต้องเป็นสื่อที่สามารถปรับตัวตอบสนองต่อสถานการณ์สำคัญของประเทศได้อย่างทันท่วงที ตัวอย่างสำคัญคือกรณีน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งไทยพีบีเอส ได้ล้มผังรายการเพื่อจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือและรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ทำหน้าที่สื่อสารข้อมูลเตือนภัย เชื่อมโยงความช่วยเหลือ และเป็นพื้นที่กลางระหว่างหน่วยงานรัฐ ภาคประชาชน อาสาสมัคร และผู้ได้รับผลกระทบ

อีกความเคลื่อนไหวสำคัญคือการปรับผังข่าวภาคค่ำให้เริ่มเร็วขึ้นในเวลา 18.00 น. พร้อมเพิ่มความเข้มข้นของเนื้อหาข่าว การวิเคราะห์ การเชื่อมโยงประเด็นสาธารณะ และเปิดพื้นที่ให้เสียงของประชาชน โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจปากท้อง สิ่งแวดล้อม การเมืองสาธารณะ และความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้ชมที่เปลี่ยนแปลงไป และเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงผู้ชมทั้งบนหน้าจอโทรทัศน์และแพลตฟอร์มออนไลน์

นายวันชัยกล่าวว่า ผลการดำเนินงานปี 2568 ที่ปรับตัวดีขึ้น จะเป็นฐานสำคัญในการบริหารทรัพยากรของ ไทยพีบีเอส ให้เกิดความยั่งยืนและคุ้มค่ามากขึ้น ทั้งด้านงบประมาณ บุคลากร เทคโนโลยี และคอนเทนต์ โดยเป้าหมายสำคัญต่อจากนี้ไม่ใช่เพียงการรักษาฐานะการเงินให้มั่นคง แต่คือการนำทรัพยากรที่มีไปลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรในระยะยาว โดยมีแนวทางสำคัญคือการลงทุนผลิตคอนเทนต์คุณภาพสูง ทั้งละคร ซีรีส์ และสารคดีเชิงลึก เพื่อให้สอดคล้องกับพันธกิจสื่อสาธารณะ และสามารถต่อยอดเป็นทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ขององค์กรในอนาคต ผ่านการเผยแพร่ซ้ำ การจำหน่ายสิทธิ การร่วมผลิตกับพันธมิตร และการสร้างมูลค่าเพิ่มจากคอนเทนต์คุณภาพ

ขณะเดียวกัน ไทยพีบีเอส จะพัฒนาโครงการ VIPA Original Content เพื่อสร้างคอนเทนต์เฉพาะสำหรับแพลตฟอร์มดิจิทัล ในรูปแบบการเล่าเรื่องใหม่ ๆ ตอบโจทย์ผู้ชมที่หลากหลาย ทั้งคนรุ่นใหม่ ครอบครัว ผู้ชมสารคดี แฟนซีรีส์ และผู้ที่สนใจประเด็นสังคม โดยใช้ข้อมูลผู้ชมมาช่วยออกแบบคอนเทนท์ให้ตรงกับพฤติกรรมการรับชมที่เปลี่ยนไป เพื่อให้ VIPA เป็นมากกว่าช่องทางรับชมย้อนหลัง แต่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์คอนเทนท์ใหม่ที่มีเอกลักษณ์ของสื่อสาธารณะ

นอกจากนี้ ไทยพีบีเอส ยังมีแผนพัฒนาระบบออกอากาศแบบไฮบริด เพื่อกระจายคอนเทนต์ไปยังทุกช่องทาง ทั้งโทรทัศน์ภาคพื้นดิน เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน VIPA โซเชียลมีเดีย และแพลตฟอร์มวิดีโอออนไลน์ ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้ชมในยุคดิจิทัล

อีกโครงการสำคัญคือ One Archive System ระบบจัดเก็บข้อมูลและคอนเทนท์กลางขององค์กร เพื่อรวบรวมไฟล์รายการ ข้อมูล Meta Data และสิทธิการใช้งานให้อยู่ในระบบเดียวกัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการนำคอนเทนท์กลับมาใช้ประโยชน์ ทั้งด้านการผลิต การศึกษา การวิจัย และการให้บริการสาธารณะ

ไทยพีบีเอส ยังเตรียมเดินหน้าองค์กรสู่ AI Transformation โดยนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้สนับสนุนการทำงาน อาทิ การสืบค้นคลังคอนเทนท์ การถอดเสียง การทำคำบรรยาย การแปลภาษา การวิเคราะห์ข้อมูลผู้ชม และการสนับสนุนกระบวนการผลิตข่าวและรายการ ภายใต้กรอบจริยธรรมสื่อสาธารณะและการกำกับดูแลที่เหมาะสม

“โจทย์สำคัญของไทยพีบีเอส คือการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งคอนเทนต์ เทคโนโลยี ข้อมูล และบุคลากร เพื่อพัฒนาองค์กรสู่ Public Digital Media Platform ที่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายวันชัยกล่าว