รู้จัก เข้าใจ ไทยพีบีเอส
2. ที่มาของงบประมาณ
งบประมาณของไทยพีบีเอสมาจาก "เงินบำรุงองค์การ" ที่กรมสรรพสามิตเรียกเก็บเพิ่มเติมจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีสุราและยาสูบ ในอัตราร้อยละ 1.5 โดยกฎหมายกำหนดเพดานไว้ไม่เกิน 2,000 ล้านบาทต่อปี เงินส่วนนี้จัดเก็บและนำส่งตามกลไกที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่งบประมาณรายจ่ายประจำปีที่รัฐบาลหรือรัฐสภาพิจารณาจัดสรรให้ทุกปีเหมือนหน่วยงานรัฐทั่วไป
อ้างอิง: พ.ร.บ.ฯ มาตรา 11–12
การออกแบบแหล่งรายได้ในลักษณะนี้ มีเป้าหมายเพื่อให้สื่อสาธารณะมีความมั่นคงทางการเงิน และสามารถทำหน้าที่อย่างเป็นอิสระ โดยไม่ต้องพึ่งพารายได้จากโฆษณาหรือการอนุมัติงบประมาณจากรัฐบาลซึ่งอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือกดดันหรือแทรกแซงการทำงานของสื่อ กลไก “earmarked tax” หรือภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ นี้ เป็นรูปแบบสากลที่ใช้ปกป้องความเป็นอิสระทางการเงินของสื่อสาธารณะในหลายประเทศ และทำให้สื่อสาธารณะสามารถวางแผนการผลิต แผนการพัฒนาเทคโนโลยีพื้นฐาน ตลอดจนการจัดทำบริการสาธารณะเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินหรือภัยพิบัติ
อ้างอิง: พ.ร.บ.ฯ มาตรา 11–12 + หลัก PSM
ไม่ใช่เพดานตายตัวถาวร กฎหมายกำหนดเพดานสูงสุดไม่เกิน 2,000 ล้านบาทต่อปี และให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจปรับเพิ่มเพดานได้ทุก 3 ปี เพื่อให้องค์การมีรายได้เพียงพอต่อการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์
อ้างอิง: พ.ร.บ.ฯ มาตรา 12
"เงินบำรุงองค์การ" ไม่ใช่งบประมาณรายจ่ายประจำปี และไม่ได้ตัดจากงบของหน่วยงานอื่นโดยตรง หรือไม่ได้ดึงงบจากโรงเรียน โรงพยาบาล หรือกระทรวงอื่นมาใช้ แต่เป็นเงินสาธารณะที่กฎหมายกันไว้ให้ไทยพีบีเอสโดยเฉพาะ และส่วนที่เกินเพดานที่กำหนดไทยพีบีเอสจะนำส่งคืนเข้าระบบตามกฎหมาย ดังนั้น ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่ว่าเป็นการ “เบียดบัง” หรือไม่ แต่คือเงินดังกล่าวมีกรอบเพดานและถูกใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างคุ้มค่า โปร่งใส และตรวจสอบได้
อ้างอิง: พ.ร.บ.ฯ มาตรา 11–12