โรงแต่งแร่หนองขาว ความกังวลต่อมลพิษสู่แหล่งน้ำ ?
ชาวบ้านตำบลหนองขาว อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี กว่า 3,000 คน รวมตัวกันที่วัดอินทาราม (วัดหนองขาว) เพื่อรับฟังความคิดเห็นการประกอบกิจการโรงงานแต่งแร่ ที่จะสร้างขึ้นในพื้นที่ เพื่อแสดงเจตนารมณ์ คือ ไม่ให้มีโรงงานแต่งแร่ในพื้นที่ และให้ยกเลิกผังเมืองสีม่วง (ประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า) ให้เป็นผังเมืองสีเขียว (ประเภทชนบทและเกษตรกรรม)
ทำไมชาวบ้านกังวลเรื่อง "มลพิษ" จากโรงแต่งแร่
กระบวนการแต่งแร่ต้องใช้น้ำในการล้างแร่และบีบอัด ทำให้เกี่ยวข้องโดยตรงกับแหล่งน้ำและสภาพอากาศในพื้นที่ ชาวบ้านหวั่นว่าหากเกิดน้ำหลากหรือน้ำท่วม น้ำเสียที่ปนสารพิษและสารเคมีจากบ่อบำบัดของโรงงาน อาจไหลลงคลองที่อยู่ใกล้เคียง
ที่ตั้งโครงการใกล้คลองเสี่ยงปัญหามลพิษ
โรงแต่งแร่แห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ 19 ไร่ ที่บ้านรางจิก หมู่ 7 ตำบลหนองขาว พื้นที่นี้อยู่ติดกับคลอง ซึ่งเป็นคลองที่ใช้ทั้งเพื่อการเกษตรและผลิตน้ำประปา แม้บริษัทจะยังไม่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างโรงงานหรือประกอบกิจการแต่งแร่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ก็มีการปรับพื้นที่และสร้างสำนักงานชั่วคราวแล้ว
ผลกระทบมลพิษต่อแหล่งน้ำและพื้นที่เกษตร
คลองชลประทานที่ใกล้จุดก่อสร้างโรงงาน เป็นแหล่งน้ำดิบสำคัญของระบบประปา 2 แห่ง คือ ประปาเทศบาลตำบลหนองขาว และประปาส่วนภูมิภาคพนมทวน ครอบคลุมประชากรและพื้นที่เกษตรหลายหมื่นไร่ ตั้งแต่ตำบลหนองขาว ตำบลทุ่งสมอ อำเภอพนมทวน ไปจนถึงจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งถือเป็นพื้นที่ปลูกข้าวสำคัญของภูมิภาค
เกษตรกรชาวนาในพื้นที่ตำบลทุ่งสมอที่เข้าร่วมการผลิตข้าวให้ได้มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) ของกรมการข้าว หนึ่งในเกณฑ์แรกที่ต้องผ่านคือ "แหล่งน้ำต้องไม่มีความเสี่ยงปนเปื้อนจากวัตถุอันตราย" หากต้นน้ำมีโรงงานอุตสาหกรรมตั้งอยู่ แปลงนานั้นจะไม่ผ่านเกณฑ์ตั้งแต่ขั้นตอนแรก สะท้อนความย้อนแย้งระหว่างความพยายามยกระดับมาตรฐานการเกษตรกับสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย
แร่ที่จะนำมาแต่ง และความเสี่ยง "มลพิษ" โลหะหนัก
จากข้อมูลของโรงงาน แร่ที่จะนำมาแต่งมี 3 ชนิด ได้แก่ วุลแฟรไมต์ (ทังสเตน) ฟลูออไรต์ และดีบุก โดยกระบวนการแต่งแร่ประกอบด้วยการบดแร่ให้ละเอียด แล้วแยกแร่เพื่อเพิ่มความเข้มข้นของเนื้อแร่ และวิธีลอยแร่ (ใช้น้ำผสมสารเคมีให้เนื้อแร่เกาะฟองอากาศ)
อาจารย์ประจำสาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมฯ จากมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี เผยก้อนแร่มักมีโลหะหนักชนิดอื่นปะปนมาด้วย ซึ่งโลหะหนักละลายได้ดีเมื่อน้ำมีสภาพเป็นกรด หากจัดการน้ำเสียไม่ดี โลหะหนักอาจหลุดรอดปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อมได้ นอกจากนี้ยังมีความกังวลเรื่อง "กากหางแร่" หรือเศษที่เหลือจากการลอยแร่ หากเก็บไว้แบบกองเปิดโล่ง เมื่อฝนตกซึ่งมีความเป็นกรดอ่อนๆ ชะล้างลงไป ก็อาจพาโลหะหนักปนเปื้อนไปกับน้ำได้เช่นกัน
บทเรียนมลพิษจากเหมืองแร่คลิตี้ ไม่อยากให้เกิดซ้ำ
อดีตข้าราชการกรมป่าไม้ที่เคยประจำการในพื้นที่ไทรโยค สังขละบุรี และทองผาภูมิ เล่าประสบการณ์ตรงจากกรณีสารพิษปนเปื้อนลำห้วยคลิตี้ว่า แม้เหมืองและโรงงานที่คลิตี้จะปิดตัวไปนานแล้ว แต่สารพิษยังคงสะสมอยู่ในลำห้วยและซึมลึกลงดินนานนับสิบปี บทเรียนนี้ทำให้ชาวหนองขาวกังวลว่าหากปล่อยให้มีโรงแต่งแร่เกิดขึ้น ผลกระทบอาจไม่ปรากฏทันที แต่จะสะสมและส่งผลในระยะยาวเช่นเดียวกัน
คุณสามารถติดตามชมรายการ Big Story เรื่องใหญ่ Thai PBS ทุกวันอาทิตย์ เวลา 22.30 - 23.00 น. ทางไทยพีบีเอส หรือดูย้อนหลัง ได้ที่ www.thaipbs.or.th/BigStoryThaiPBS





























































