สูงวัยอย่างมีความสุข ปลุกพลังด้วยกิจกรรม
มิติใหม่แห่งการดูแลสุขภาวะผู้สูงวัยเชิงรุก
การก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้แนวทางการแพทย์ยุคใหม่ปรับเปลี่ยนมุมมองจากการรอรักษาอาการเจ็บป่วย ไปสู่การดูแลสุขภาวะเชิงรุกเพื่อป้องกันก่อนเกิดโรค ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการดูแลผู้สูงอายุ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ณ อาคาร สธ. ได้วางรากฐานการดูแลอย่างครบวงจรผ่านคลินิกผู้สูงวัยสุขภาพดี เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถเดินทางเข้ามาประเมินสุขภาพและรับคำปรึกษาได้โดยไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดภาวะเจ็บป่วย บริการทางการแพทย์นี้ขับเคลื่อนด้วยทีมสหสาขาวิชาชีพ อาทิ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ พยาบาล เภสัชกร นักกำหนดอาหาร นักสังคมสงเคราะห์ นักกายภาพบำบัด และนักกิจกรรมบำบัด ซึ่งประสานพลังเพื่อคงความสามารถในการใช้ชีวิต ชะลอภาวะพึ่งพิง และลดความเสี่ยงจากกลุ่มอาการสูงวัย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการทรงตัว การพลัดตกหกล้ม การสำลัก ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อย หรือความเสื่อมถอยของระบบความรู้คิด นอกจากนี้ยังมีการวางแผนการดูแลล่วงหน้าผ่านคลินิกพินัยกรรมชีวิต เพื่อให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงวาระสุดท้าย
กิจกรรมบำบัดฟื้นฟูสมองและกล้ามเนื้อผ่านงานประดิษฐ์
พื้นที่ชั้น 17 ของอาคาร สธ. ถูกเนรมิตให้เป็นศูนย์กลางกิจกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพทางกายและจิตใจ โดยเน้นการจัดกิจกรรมบำบัดที่ส่งเสริมการใช้สมาธิและการประสานงานของระบบประสาท การทำงานฝีมือนานาชนิด เช่น การถักหมวกไหมพรมด้วยกี่ทอทรงกลม การถักเชือกมาคราเม่เป็นสร้อยข้อมือ การเย็บพวงกุญแจผ้า และการเย็บกระเป๋าผ้า ล้วนเปิดโอกาสให้ผู้สูงวัยได้ลงมือทำสิ่งใหม่ ๆ แม้ไม่เคยมีทักษะมาก่อน กระบวนการประดิษฐ์เหล่านี้ช่วยบริหารกล้ามเนื้อมัดเล็กและข้อต่อนิ้วมืออย่างต่อเนื่อง ทั้งยังกระตุ้นการทำงานของสมอง ฝึกกระบวนการจดจำลำดับขั้นตอน ช่วยลดความเครียด และป้องกันการเกิดภาวะสมองเสื่อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ผู้สูงอายุบางท่านจะมีอุปสรรคทางกายภาพ เช่น สายตายาวหรือปัญหาการมองเห็นหลังการผ่าตัด แต่การใช้อุปกรณ์ช่วยงานเย็บปักถักร้อยควบคู่ไปกับความมุ่งมั่นตั้งใจ ก็ทำให้สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่ประณีตและสำเร็จลงได้อย่างน่าภาคภูมิใจ
พลังครูจิตอาสากับการส่งมอบคุณค่าสู่สังคม
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนให้พื้นที่แห่งนี้เต็มไปด้วยพลังบวก คือระบบครูจิตอาสาซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนวัยเกษียณที่ผ่านการอบรมอย่างเป็นทางการจนได้รับบัตรประจำตัวอาสาสมัคร ครูจิตอาสาเหล่านี้ได้นำความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความถนัดเฉพาะตัวมาถ่ายทอดให้กับผู้เข้าร่วมชั้นเรียนด้วยความเข้าใจและความเสียสละ การทำหน้าที่เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ไม่ได้เป็นเพียงการสละเวลาว่างให้เกิดประโยชน์เท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างคุณค่าในตนเองและความรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นผู้ให้อย่างแท้จริง ยิ่งไปกว่านั้น ชิ้นงานประดิษฐ์ที่ผู้เรียนร่วมกันสร้างสรรค์ขึ้น ทั้งหมวกไหมพรมและของใช้ต่าง ๆ ยังถูกนำไปส่งต่อและบริจาคให้กับผู้ป่วยมะเร็งและกลุ่มบุคคลที่ขาดแคลนตามโรงพยาบาลและชุมชน ทำให้เกิดวัฏจักรของการแบ่งปันที่เชื่อมโยงผู้ให้และผู้รับเข้าไว้ด้วยกันอย่างลึกซึ้ง
พื้นที่สร้างสัมพันธภาพและการฟื้นฟูผ่านศิลปะการเคลื่อนไหว
นอกเหนือจากงานฝีมือที่เน้นการใช้สมาธิแล้ว ยังมีกิจกรรมกลุ่มที่เปิดโอกาสให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวอย่างหลากหลาย เช่น ชมรมดนตรีอูคูเลเล่ การร้องเพลง การเต้นไลน์แดนซ์ การฝึกกายบริหารเต้าเต๋อ และการรำไทย ซึ่งการรำไทยนั้นนับเป็นศาสตร์การบำบัดที่ต้องอาศัยการจัดระเบียบร่างกาย ความยืดหยุ่น การทรงตัว และการจำจดท่วงท่าให้สอดรับกับจังหวะดนตรี ช่วยปรับสมดุลระหว่างประสาทสั่งการและการเคลื่อนไหวของแขนขาได้อย่างยอดเยี่ยม ที่สำคัญที่สุด พื้นที่กิจกรรมแห่งนี้ได้กลายเป็นแหล่งพบปะสังสรรค์ที่คลายความเหงาและสร้างมิตรภาพครั้งใหม่ บางท่านมีโอกาสได้กลับมาพบปะเพื่อนร่วมชั้นเรียนในอดีตที่ห่างหายกันไปนานหลายสิบปี การได้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การช่วยเหลือเกื้อกูล และการหัวเราะร่วมกันในห้องเรียน จึงช่วยเติมเต็มสุขภาวะทางอารมณ์และสังคม ช่วยให้ผู้สูงวัยทุกคนรู้สึกมั่นใจ กระปรี้กระเปร่า และมีพลังในการก้าวเดินต่อไปในทุก ๆ วันอย่างมีความหมาย
ติดตามชมในรายการคนสู้โรค วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน 2569 เวลา 15.05 – 15.30 น. ทางไทยพีบีเอส หรือ รับชมสดออนไลน์ทาง www.thaipbs.or.th/Live



























































