"พริษฐ์ วัชรสินธุ" แสดงวิสัยทัศน์ ชิง "ประธานสภาฯ"
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (15 มี.ค. 69) "พริษฐ์ วัชรสินธุ" สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ขึ้นแสดงวิสัยทัศน์ในฐานะแคนดิเดตประธานสภาฯ โดยย้ำชัดว่าภารกิจเร่งด่วนที่สุด คือ การกอบกู้ความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนที่มีต่อระบบรัฐสภา พร้อมเสนอหลักการทำงานใหม่ที่ท้าทายกรอบเดิม โดยระบุว่าแม้ประธานต้องเป็นกลางระหว่างพรรคการเมือง แต่มี 4 ด้านสำคัญที่ประธานสภาฯ "ต้องไม่วางตัวเป็นกลาง" เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประชาชน
นายพริษฐ์ชี้ให้เห็นถึงวิกฤตความเชื่อมั่นที่เกิดขึ้นกับองค์กรนิติบัญญัติในช่วงที่ผ่านมา
- วิกฤตศรัทธา: แม้สภาฯ จะเป็นองค์กรเดียวที่ยึดโยงกับการเลือกตั้ง แต่กลับเป็นองค์กรที่ทำลายความหวังของประชาชนบ่อยครั้ง
- ความเป็นกลางที่ถูกต้อง: ประธานสภาฯ ต้องวางตัวเป็นกลางระหว่างพรรคการเมืองและสมาชิกทุกคนในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเท่าเทียม
- ความโปร่งใส: สภาฯ ต้องถูกตรวจสอบได้เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าผู้แทนทำงานคุ้มค่าภาษีหรือไม่
4 เรื่องสำคัญที่ประธานสภาฯ "ต้องไม่เป็นกลาง"
นายพริษฐ์เสนอฉากทัศน์ใหม่ว่า ประธานสภาฯ คนถัดไปจะต้องแสดงจุดยืนที่ชัดเจนใน 4 มิติ เพื่อยกระดับมาตรฐานสภาไทย
- ไม่เป็นกลางระหว่างการหยุดนิ่งกับก้าวหน้า: มุ่งนำเทคโนโลยีแห่งอนาคตมาเพิ่มประสิทธิภาพงานนิติบัญญัติ
- ไม่เป็นกลางระหว่างการปกปิดกับโปร่งใส: สร้างสภาฯ ที่เปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนรับรู้ได้ทุกขั้นตอน
- ไม่เป็นกลางระหว่างการเผาผลาญกับปกป้องภาษี: ประธานสภาฯ จะต้องลุกขึ้นมาเป็นหัวหอกในการเสนอตัดหรือปรับลดงบประมาณส่วนที่ไม่จำเป็น แม้จะต้องขัดกับเพื่อนสมาชิกก็ตาม
- ไม่เป็นกลางระหว่างอำนาจคนไม่กี่คนกับอำนาจประชาชน: ยึดถือเจตนารมณ์ของประชาชนเป็นที่ตั้งเหนือกลุ่มอำนาจใด ๆ
ในช่วงท้าย นายพริษฐ์ได้ฝากคำถามสำคัญถึงเพื่อนสมาชิกและสังคม เพื่อเตือนใจถึงเหตุผลของการมีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร
"สภาฯ ผู้แทนชุดไหนที่ไม่ปกป้องอำนาจของประชาชน ก็เปรียบเสมือนกับสภาฯ ที่ไม่ปกป้องเหตุผลในการมีอยู่ขององค์กรตนเอง"
คำถามที่สำคัญที่สุดในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่ว่า "ใคร" จะเป็นผู้ชนะในการโหวตประธานสภาฯ แต่คือคำถามที่ว่าตลอดระยะเวลา 4 ปีหลังจากนี้ สภาฯ แห่งนี้จะเลือกยืนอยู่เคียงข้าง "ประชาชนผู้ทรงอำนาจที่สุดในประเทศ" หรือจะยอมจำนนต่อกลุ่มอำนาจที่พยายามครอบงำผู้แทนราษฎร









