วันใหม่วาไรตี้
วันใหม่วาไรตี้

รู้ทันกันได้ : เตือน! ใส่หูฟังนอน หูอักเสบเรื้อรังโดยไม่รู้ตัว

หน้ารายการ
19 ธ.ค. 68

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น พฤติกรรมการใส่หูฟังเพื่อฟังเพลงหรือพอดแคสต์ก่อนนอน จนหลับไปทั้งที่ยังใส่หูฟังอยู่ กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าพฤติกรรมเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพหูของคุณได้

บทความนี้รวบรวมคำแนะนำจากแพทย์หญิงอัญชลีพร ศรีนาธม ฝ่ายจักษุ โสต ศอ นาสิก ลาริงส์ โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา สภากาชาดไทย เพื่อให้คุณเข้าใจถึงความเสี่ยงและวิธีการใช้หูฟังอย่างปลอดภัย

อันตรายจากการใส่หูฟังนอนที่คุณควรรู้

การใส่หูฟังนอนหากทำอย่างไม่ถูกวิธี อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้ แพทย์ระบุว่ามีอันตรายหลัก 2 ประการ ได้แก่

1. ปัญหาการได้ยินเสื่อม (หูตึง) ในปัจจุบันพบผู้ป่วยที่มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ ที่มีปัญหาภาวะหูตึงหรือการได้ยินลดลง โดยเฉพาะในวัยรุ่นมัธยมปลายก็เริ่มพบอาการได้แล้ว ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งชั่วคราวและถาวร ทั้งนี้เกิดจากการเปิดเสียงดังเกินไปและฟังต่อเนื่องเป็นเวลานาน

2. การติดเชื้อที่หูชั้นนอก การใส่หูฟังเป็นระยะเวลานานเกินไป โดยเฉพาะตอนนอน ทำให้หูอับชื้น เหงื่อและขี้ไคลไม่สามารถระบายออกได้ดี สุดท้ายอาจเกิดการหมักหมมและติดเชื้อตามมา

อาการของการใส่หูฟังนอนจนหูติดเชื้อ

หากคุณมีอาการเหล่านี้หลังจากใส่หูฟังนอน แสดงว่าหูของคุณอาจติดเชื้อแล้ว

  • ปวดหู - เป็นอาการหลักของการติดเชื้อแบคทีเรีย
  • คันหู - มักพบในกรณีที่ติดเชื้อรา
  • มีน้ำไหลออกจากหู - อาจเป็นน้ำใสใสหรือน้ำสีหนองก็ได้

แพทย์เตือนว่า หากมีอาการ 2 - 3 ข้อร่วมกัน มีโอกาสเกือบ 100% ที่จะเป็นปัญหาการติดเชื้อที่หูชั้นนอก และที่น่ากลัวคือ หากไม่รักษา เชื้อสามารถเซาะเข้าไปที่ฐานกะโหลกศีรษะด้านหลังได้ ซึ่งอาจต้องผ่าตัดในที่สุด

ทำไมการใส่หูฟังนอนจึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

ผิวหนังในรูหูของเรามีลักษณะเหมือนผิวหนังบริเวณแขนขาทั่วไปที่มีขน สามารถหลั่งเหงื่อและผลิตขี้ไคลออกมาได้ตามปกติ แต่เมื่อมีหูฟังไปอุดช่องหูไว้เป็นเวลานาน โดยเฉพาะตอนหลับทั้งคืน จะทำให้

  • อากาศไม่สามารถระบายได้ดี
  • เหงื่อและขี้ไคลสะสมอยู่ภายใน
  • เกิดความอับชื้นที่เหมาะกับการเจริญเติบโตของเชื้อโรค
  • สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้เชื้อแบคทีเรียและเชื้อราเพิ่มจำนวนได้

แม้ว่าคุณจะตั้งเวลาให้หูฟังปิดเองหลังจาก 30 นาทีหรือ 1 ชั่วโมง แต่การอุดหูไว้ด้วยหูฟังตลอดคืนยังคงส่งผลกระทบต่อหูอยู่ดี

วิธีแก้ไขปัญหาจากการใส่หูฟังนอน

หากคุณเริ่มมีอาการผิดปกติหลังจากใส่หูฟังนอน ควรปฏิบัติดังนี้

สิ่งที่ควรทำ

  • หยุดการใส่หูฟังทันที
  • สังเกตอาการในช่วง 1 - 2 วันแรก
  • หากอาการดีขึ้น หูแห้งขึ้น ปวดน้อยลง และไม่มีน้ำไหล อาจยังไม่ต้องพบแพทย์
  • แต่หากอาการแย่ลง ปวดมากขึ้น มีน้ำไหลเพิ่มขึ้น ควรรีบพบแพทย์เพื่อใช้ยารักษา

สิ่งที่ไม่ควรทำ

  • อย่าแคะหูหรือแหย่อะไรเข้าไปในรูหู เพราะจะทำให้การติดเชื้อลุกลามมากขึ้น
  • อย่าใส่หูฟังต่อไปเรื่อยๆ แม้จะมีอาการเจ็บหูหรือมีหนองไหลแล้ว

ใส่หูฟังนอนแบบไหนปลอดภัยกว่ากัน

หูฟังมีหลายแบบ แต่ละแบบมีผลต่อการระบายอากาศของหูแตกต่างกันดังนี้

หูฟังแบบครอบหู

  • รูหูไม่ถูกอุดปิดสนิท 100%
  • ยังสามารถระบายอากาศได้บ้าง
  • เสี่ยงน้อยกว่าแบบอินเอียร์

หูฟังแบบอินเอียร์

  • อุดรูหูเต็มที่
  • ระบายอากาศได้น้อยที่สุด
  • เสี่ยงต่อการติดเชื้อมากที่สุด

ไม่ว่าจะเป็นหูฟังแบบไหน แพทย์แนะนำว่าควรถอดหูฟังออกทุก 1 - 2 ชั่วโมง เพื่อให้หูได้ระบายอากาศและพักผ่อน

ระยะเวลาที่เหมาะสมในการใส่หูฟังนอน

แม้ว่าจะไม่มีเวลาตายตัวที่กำหนดว่าแต่ละคนควรใส่หูฟังได้นานแค่ไหน แต่แพทย์แนะนำว่า

  • ใส่หูฟังประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง แล้วพักบ้าง
  • ระดับเสียงที่ฟัง ไม่ควรเปิดดังเกินไป ควรเปิดเพียงแค่พอได้ยิน
  • หลีกเลี่ยงการใส่หูฟังนอนทั้งคืน แม้จะตั้งเวลาปิดเองก็ตาม

การให้ประสาทหูได้พักผ่อนและลดการรับเสียงดังเป็นเวลานานๆ จะช่วยป้องกันปัญหาหูตึงในระยะยาว

การทำความสะอาดหูฟังเพื่อป้องกันปัญหาจากการใส่หูฟังนอน

การทำความสะอาดหูฟังอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะหูฟังเป็นแหล่งบ่มเพาะเชื้อโรคที่ดี

ส่วนที่ต้องทำความสะอาด

  • ตัวหูฟัง/Ear plug - มีขี้หูและเชื้อโรคสะสมอยู่
  • แท่นชาร์จ - อาจมีราและสิ่งสกปรกที่จะถ่ายเทไปยังหูฟังแล้วเข้าสู่หูของเรา

แม้ว่าในผิวหนังของเรามีเชื้อโรคอยู่ตามธรรมชาติ แต่การที่เราใส่หูฟังอุดช่องหูไว้นานๆ จะเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้เชื้อโรคเหล่านี้เติบโตได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นการทำความสะอาดหูฟังจึงเป็นการลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ

ทางเลือกอื่นนอกจากการใส่หูฟังนอน

หากคุณเป็นคนที่ต้องฟังเสียงก่อนนอน มีทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าการใส่หูฟังนอน ใช้ลำโพงแทนหูฟัง โดยเปิดเสียงจากมือถือ หรือลำโพงเล็ก ๆ ในห้อง แล้วตั้งเวลาให้ปิดเอง ช่วยให้ห้องนอนเงียบสนิทหลังจากที่เราหลับ เพื่อให้เข้าสู่ชวง deep sleep ได้อย่างเหมาะสม

เพราะการที่ห้องนอนเงียบสนิทและมืดสนิทจะช่วยให้เราหลับได้ดีและมีคุณภาพการนอนที่ดีขึ้น การมีเสียงในห้องตลอดเวลา แม้เราจะหลับไปแล้ว ก็อาจรบกวนคุณภาพการนอนและทำให้ตื่นมารู้สึกงัวเงียได้

สรุป: ข้อแนะนำสำหรับการใส่หูฟังนอนอย่างปลอดภัย

การใส่หูฟังในปัจจุบันไม่ได้มีข้อเสียมากมายหากใช้อย่างถูกวิธี โดยควรปฏิบัติดังนี้

  1. ใช้ให้เหมาะสมกับช่วงเวลา - หลีกเลี่ยงการใส่หูฟังนอนทั้งคืน
  2. ไม่เปิดเสียงดังเกินไป - เปิดเพียงแค่พอได้ยิน
  3. ทำความสะอาดหูฟังและอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ
  4. ถอดหูฟังออกทุก 1 - 2 ชั่วโมง เพื่อให้หูได้พักและระบายอากาศ
  5. สังเกตอาการตัวเอง หากมีอาการเจ็บหู คันหู หรือมีน้ำไหลออกจากหู ให้หยุดใช้หูฟังทันที
  6. พบแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1 - 2 วัน

จำไว้ว่า ความน่ากลัวของปัญหาคือเราไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคือปัญหา ดังนั้นการใส่หูฟังนอนอาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ก็สามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้ในที่สุด หากคุณมีอาการผิดปกติ สามารถปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการตรวจและรักษาที่เหมาะสมได้


ข้อมูลอ้างอิง: บทสนทนากับแพทย์หญิงอัญชลีพร ศรีนาธม ฝ่ายจักษุ โสต ศอ นาสิก ลาริงส์ โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา สภากาชาดไทย

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

รู้ทันกันได้

1 - 30
31 - 60
61 - 90
91 - 120
121 - 150
151 - 180
181 - 210
211 - 240
241 - 270
271 - 300
301 - 330
331 - 360
361 - 390
391 - 420
421 - 450
451 - 480
481 - 510
511 - 540
541 - 570
571 - 600
601 - 630
631 - 660
661 - 690
691 - 720
721 - 750
751 - 780
781 - ล่าสุด

รู้ทันกันได้

1 - 30
31 - 60
61 - 90
91 - 120
121 - 150
151 - 180
181 - 210
211 - 240
241 - 270
271 - 300
301 - 330
331 - 360
361 - 390
391 - 420
421 - 450
451 - 480
481 - 510
511 - 540
541 - 570
571 - 600
601 - 630
631 - 660
661 - 690
691 - 720
721 - 750
751 - 780
781 - ล่าสุด

ละครดี ซีรีส์เด่น

ดูทั้งหมด

♫ ♫ Songs Popular ♫ ♫

ดูทั้งหมด

คลิปมาใหม่

คนดูเยอะ 👀

ดูทั้งหมด

เสน่ห์ประเทศไทย