รู้ทันกันได้ : เตือน! ใส่หูฟังนอน หูอักเสบเรื้อรังโดยไม่รู้ตัว
ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น พฤติกรรมการใส่หูฟังเพื่อฟังเพลงหรือพอดแคสต์ก่อนนอน จนหลับไปทั้งที่ยังใส่หูฟังอยู่ กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าพฤติกรรมเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพหูของคุณได้
บทความนี้รวบรวมคำแนะนำจากแพทย์หญิงอัญชลีพร ศรีนาธม ฝ่ายจักษุ โสต ศอ นาสิก ลาริงส์ โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา สภากาชาดไทย เพื่อให้คุณเข้าใจถึงความเสี่ยงและวิธีการใช้หูฟังอย่างปลอดภัย
อันตรายจากการใส่หูฟังนอนที่คุณควรรู้
การใส่หูฟังนอนหากทำอย่างไม่ถูกวิธี อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้ แพทย์ระบุว่ามีอันตรายหลัก 2 ประการ ได้แก่
1. ปัญหาการได้ยินเสื่อม (หูตึง) ในปัจจุบันพบผู้ป่วยที่มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ ที่มีปัญหาภาวะหูตึงหรือการได้ยินลดลง โดยเฉพาะในวัยรุ่นมัธยมปลายก็เริ่มพบอาการได้แล้ว ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งชั่วคราวและถาวร ทั้งนี้เกิดจากการเปิดเสียงดังเกินไปและฟังต่อเนื่องเป็นเวลานาน
2. การติดเชื้อที่หูชั้นนอก การใส่หูฟังเป็นระยะเวลานานเกินไป โดยเฉพาะตอนนอน ทำให้หูอับชื้น เหงื่อและขี้ไคลไม่สามารถระบายออกได้ดี สุดท้ายอาจเกิดการหมักหมมและติดเชื้อตามมา
อาการของการใส่หูฟังนอนจนหูติดเชื้อ
หากคุณมีอาการเหล่านี้หลังจากใส่หูฟังนอน แสดงว่าหูของคุณอาจติดเชื้อแล้ว
- ปวดหู - เป็นอาการหลักของการติดเชื้อแบคทีเรีย
- คันหู - มักพบในกรณีที่ติดเชื้อรา
- มีน้ำไหลออกจากหู - อาจเป็นน้ำใสใสหรือน้ำสีหนองก็ได้
แพทย์เตือนว่า หากมีอาการ 2 - 3 ข้อร่วมกัน มีโอกาสเกือบ 100% ที่จะเป็นปัญหาการติดเชื้อที่หูชั้นนอก และที่น่ากลัวคือ หากไม่รักษา เชื้อสามารถเซาะเข้าไปที่ฐานกะโหลกศีรษะด้านหลังได้ ซึ่งอาจต้องผ่าตัดในที่สุด
ทำไมการใส่หูฟังนอนจึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
ผิวหนังในรูหูของเรามีลักษณะเหมือนผิวหนังบริเวณแขนขาทั่วไปที่มีขน สามารถหลั่งเหงื่อและผลิตขี้ไคลออกมาได้ตามปกติ แต่เมื่อมีหูฟังไปอุดช่องหูไว้เป็นเวลานาน โดยเฉพาะตอนหลับทั้งคืน จะทำให้
- อากาศไม่สามารถระบายได้ดี
- เหงื่อและขี้ไคลสะสมอยู่ภายใน
- เกิดความอับชื้นที่เหมาะกับการเจริญเติบโตของเชื้อโรค
- สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้เชื้อแบคทีเรียและเชื้อราเพิ่มจำนวนได้
แม้ว่าคุณจะตั้งเวลาให้หูฟังปิดเองหลังจาก 30 นาทีหรือ 1 ชั่วโมง แต่การอุดหูไว้ด้วยหูฟังตลอดคืนยังคงส่งผลกระทบต่อหูอยู่ดี
วิธีแก้ไขปัญหาจากการใส่หูฟังนอน
หากคุณเริ่มมีอาการผิดปกติหลังจากใส่หูฟังนอน ควรปฏิบัติดังนี้
สิ่งที่ควรทำ
- หยุดการใส่หูฟังทันที
- สังเกตอาการในช่วง 1 - 2 วันแรก
- หากอาการดีขึ้น หูแห้งขึ้น ปวดน้อยลง และไม่มีน้ำไหล อาจยังไม่ต้องพบแพทย์
- แต่หากอาการแย่ลง ปวดมากขึ้น มีน้ำไหลเพิ่มขึ้น ควรรีบพบแพทย์เพื่อใช้ยารักษา
สิ่งที่ไม่ควรทำ
- อย่าแคะหูหรือแหย่อะไรเข้าไปในรูหู เพราะจะทำให้การติดเชื้อลุกลามมากขึ้น
- อย่าใส่หูฟังต่อไปเรื่อยๆ แม้จะมีอาการเจ็บหูหรือมีหนองไหลแล้ว
ใส่หูฟังนอนแบบไหนปลอดภัยกว่ากัน
หูฟังมีหลายแบบ แต่ละแบบมีผลต่อการระบายอากาศของหูแตกต่างกันดังนี้
หูฟังแบบครอบหู
- รูหูไม่ถูกอุดปิดสนิท 100%
- ยังสามารถระบายอากาศได้บ้าง
- เสี่ยงน้อยกว่าแบบอินเอียร์
หูฟังแบบอินเอียร์
- อุดรูหูเต็มที่
- ระบายอากาศได้น้อยที่สุด
- เสี่ยงต่อการติดเชื้อมากที่สุด
ไม่ว่าจะเป็นหูฟังแบบไหน แพทย์แนะนำว่าควรถอดหูฟังออกทุก 1 - 2 ชั่วโมง เพื่อให้หูได้ระบายอากาศและพักผ่อน
ระยะเวลาที่เหมาะสมในการใส่หูฟังนอน
แม้ว่าจะไม่มีเวลาตายตัวที่กำหนดว่าแต่ละคนควรใส่หูฟังได้นานแค่ไหน แต่แพทย์แนะนำว่า
- ใส่หูฟังประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง แล้วพักบ้าง
- ระดับเสียงที่ฟัง ไม่ควรเปิดดังเกินไป ควรเปิดเพียงแค่พอได้ยิน
- หลีกเลี่ยงการใส่หูฟังนอนทั้งคืน แม้จะตั้งเวลาปิดเองก็ตาม
การให้ประสาทหูได้พักผ่อนและลดการรับเสียงดังเป็นเวลานานๆ จะช่วยป้องกันปัญหาหูตึงในระยะยาว
การทำความสะอาดหูฟังเพื่อป้องกันปัญหาจากการใส่หูฟังนอน
การทำความสะอาดหูฟังอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะหูฟังเป็นแหล่งบ่มเพาะเชื้อโรคที่ดี
ส่วนที่ต้องทำความสะอาด
- ตัวหูฟัง/Ear plug - มีขี้หูและเชื้อโรคสะสมอยู่
- แท่นชาร์จ - อาจมีราและสิ่งสกปรกที่จะถ่ายเทไปยังหูฟังแล้วเข้าสู่หูของเรา
แม้ว่าในผิวหนังของเรามีเชื้อโรคอยู่ตามธรรมชาติ แต่การที่เราใส่หูฟังอุดช่องหูไว้นานๆ จะเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้เชื้อโรคเหล่านี้เติบโตได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นการทำความสะอาดหูฟังจึงเป็นการลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ
ทางเลือกอื่นนอกจากการใส่หูฟังนอน
หากคุณเป็นคนที่ต้องฟังเสียงก่อนนอน มีทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าการใส่หูฟังนอน ใช้ลำโพงแทนหูฟัง โดยเปิดเสียงจากมือถือ หรือลำโพงเล็ก ๆ ในห้อง แล้วตั้งเวลาให้ปิดเอง ช่วยให้ห้องนอนเงียบสนิทหลังจากที่เราหลับ เพื่อให้เข้าสู่ชวง deep sleep ได้อย่างเหมาะสม
เพราะการที่ห้องนอนเงียบสนิทและมืดสนิทจะช่วยให้เราหลับได้ดีและมีคุณภาพการนอนที่ดีขึ้น การมีเสียงในห้องตลอดเวลา แม้เราจะหลับไปแล้ว ก็อาจรบกวนคุณภาพการนอนและทำให้ตื่นมารู้สึกงัวเงียได้
สรุป: ข้อแนะนำสำหรับการใส่หูฟังนอนอย่างปลอดภัย
การใส่หูฟังในปัจจุบันไม่ได้มีข้อเสียมากมายหากใช้อย่างถูกวิธี โดยควรปฏิบัติดังนี้
- ใช้ให้เหมาะสมกับช่วงเวลา - หลีกเลี่ยงการใส่หูฟังนอนทั้งคืน
- ไม่เปิดเสียงดังเกินไป - เปิดเพียงแค่พอได้ยิน
- ทำความสะอาดหูฟังและอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ
- ถอดหูฟังออกทุก 1 - 2 ชั่วโมง เพื่อให้หูได้พักและระบายอากาศ
- สังเกตอาการตัวเอง หากมีอาการเจ็บหู คันหู หรือมีน้ำไหลออกจากหู ให้หยุดใช้หูฟังทันที
- พบแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1 - 2 วัน
จำไว้ว่า ความน่ากลัวของปัญหาคือเราไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคือปัญหา ดังนั้นการใส่หูฟังนอนอาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ก็สามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้ในที่สุด หากคุณมีอาการผิดปกติ สามารถปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการตรวจและรักษาที่เหมาะสมได้
ข้อมูลอ้างอิง: บทสนทนากับแพทย์หญิงอัญชลีพร ศรีนาธม ฝ่ายจักษุ โสต ศอ นาสิก ลาริงส์ โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา สภากาชาดไทย




























































