"โรคแมวข่วน" แผลข่วนเล็กๆ แต่อันตรายกว่าที่คิด
คนที่เป็นทาสแมวหรือชอบเล่นกับแมวต้องระวัง เพราะการข่วนหรือการกัดจากแมวอาจไม่ได้เป็นเพียงแผลเล็กน้อยอย่างที่คิด แต่อาจนำไปสู่โรคติดเชื้อที่เรียกว่า "โรคแมวข่วน" (Cat-Scratch Disease) ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้มากกว่าที่คุณคิด
โรคแมวข่วนคืออะไร และเกิดจากสาเหตุใด
โรคแมวข่วนเป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจากแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่สามารถติดต่อได้จากแมวสู่คนผ่านการข่วน การกัด หรือแม้กระทั่งการสัมผัสแผลเปิด
สาเหตุหลักของโรคนี้มาจากแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในเล็บและเขี้ยวของแมว โดยแบคทีเรียจะเข้าสู่ร่างกายของแมวผ่านหมัดที่กัดแมว เมื่อแมวมีหมัด จะทำให้แมวรู้สึกคันและเลียตัวหรือใช้เล็บเกา ทำให้แบคทีเรียจากหมัดติดอยู่ที่เล็บและปากของแมว เมื่อแมวข่วนหรือกัดคน แบคทีเรียจึงสามารถเข้าสู่ร่างกายของคนได้
สิ่งสำคัญคือแผลไม่จำเป็นต้องลึกมาก เพียงแค่แมวข่วนกรีดเข้าไปในผิวหนังจนมีเลือดซึบออกมาเล็กน้อย ก็สามารถติดเชื้อได้แล้ว
อาการและอันตรายของโรคแมวข่วน
โรคแมวข่วนมีอาการที่ค่อนข้างแตกต่างจากแผลทั่วไป โดยมีลักษณะเด่นคือ:
ระยะแรก:
- แผลจากการข่วนหรือกัดหายช้ากว่าปกติ
- เริ่มมีตุ่มเล็กๆ เกิดขึ้นบริเวณแผล
- แผลเริ่มลามออกไปเป็นบริเวณกว้างขึ้น
ระยะลุกลาม:
- ต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้แผลเริ่มบวม เช่น หากโดนที่มือ ต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้จะบวมและเจ็บ
- อาจมีอาการไข้
- หดแขนแล้วเจ็บ
อาการส่วนใหญ่ไม่รุนแรง และในคนที่มีภูมิคุ้มกันดีจะหายเองได้โดยไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อ แต่ในบางกลุ่มสามารถเกิดภาวะแทรกซ้อนที่กระทบต่อระบบน้ำเหลือง ดวงตา หรืออวัยวะอื่นๆ ได้
สิ่งสำคัญคือโรคนี้ใช้เวลาพัฒนาอาการนานหลายสัปดาห์หลังจากสัมผัสแมว ไม่ใช่เกิดขึ้นทันทีภายในวันหรือสองวัน
กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังโรคแมวข่วนเป็นพิเศษ
แม้ว่าคนทั่วไปที่ถูกแมวข่วนส่วนใหญ่จะหายเอง แต่มีกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูงในการเป็นโรคแมวข่วนและมีอาการรุนแรงมากขึ้น ได้แก่:
- ผู้สูงอายุและเด็กเล็ก - ภูมิคุ้มกันอ่อนแอกว่าคนปกติ
- ผู้ที่มีปัญหาเรื่องภูมิคุ้มกันบกพร่อง - เช่น ผู้ป่วย HIV
- ผู้ที่รักษาโรคมะเร็ง - ภูมิคุ้มกันต่ำจากการรักษา
- ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง - มีโรคประจำตัว
- ผู้ที่กินยากดภูมิ - เช่น ผู้ที่เปลี่ยนถ่ายอวัยวะ
- ผู้ที่กำลังเป็นไข้หวัดหรือไม่สบาย - ภูมิคุ้มกันกำลังตก
กลุ่มคนเหล่านี้ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแมว โดยเฉพาะแมวที่ไม่รู้จัก หรือหากจำเป็นต้องเล่นกับแมว ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ
วิธีปฐมพยาบาลเมื่อโดนแมวข่วน อย่างถูกต้องและปลอดภัย
หากคุณโดนแมวข่วนหรือกัด ควรปฏิบัติดังนี้:
ขั้นตอนการปฐมพยาบาล:
- ล้างมือด้วยสบู่ทันที - ใช้สบู่ก้อน สบู่เหลว หรือแม้แต่น้ำยาล้างจานก็ได้ เพราะสบู่สามารถฆ่าแบคทีเรียได้
- ถูแผลให้สะอาด - ถูบริเวณแผลอย่างทั่วถึง แม้อาจเจ็บเล็กน้อย แต่จำเป็นเพื่อชำระเชื้อโรคออกไป
- ใส่ยา - หลังจากล้างสะอาดแล้ว ให้ใส่ยาตามปกติ
- สังเกตอาการ - คอยสังเกตตัวเองอย่างใกล้ชิดในช่วง 2-3 วัน
กรณีที่ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที:
- ถูกแมวที่ไม่รู้จักข่วนหรือกัด (แมวจรจัด)
- แผลเริ่มลามหรือมีอาการผิดปกติ
- ต่อมน้ำเหลืองบวมหรือเจ็บ
- มีไข้หรืออาการไม่สบาย
หากเป็นแมวของตัวเองที่มั่นใจว่าฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าแล้ว สามารถดูอาการไปก่อนได้ แต่ถ้าเป็นแมวที่ไม่รู้จัก ควรพบแพทย์วันนั้นเลย เพราะนอกจากโรคแมวข่วนแล้ว ยังอาจมีโรคอื่นๆ เช่น โรคพิษสุนัขบ้าที่อันตรายได้
การป้องกันโรคแมวข่วนสำหรับเจ้าของแมว
การป้องกันเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เจ้าของแมวสามารถทำได้ดังนี้:
1. เลี้ยงแมวแบบระบบปิด ไม่ปล่อยให้แมวออกนอกบ้าน ซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันการสัมผัสหมัดและเชื้อโรคจากภายนอก
2. ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันหมัดอย่างสม่ำเสมอ นี่คือขั้นตอนที่สำคัญมาก เพราะหมัดคือต้นเหตุหลักของการแพร่เชื้อ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่:
- สัตวแพทย์แนะนำ
- มีทะเบียนถูกต้อง
- พิสูจน์แล้วทางวิทยาศาสตร์ว่าปลอดภัย
หลีกเลี่ยง ยาหยอดราคาถูกตามตลาดนัดที่ไม่มีใบรับรอง เพราะอาจเป็นอันตรายต่อแมวของคุณ
3. ป้องกันไม่ให้แมวมีเพื่อนนอกบ้าน แม้แมวของคุณจะอยู่ในบ้าน แต่หากมีแมวข้างบ้านมาเล่นผ่านมุ้งลวด หมัดก็สามารถกระโดดจากแมวตัวหนึ่งไปยังอีกตัวหนึ่งได้
วิธีสังเกตว่าแมวมีหมัด:
- ขนดูเยิน เปียก ไม่สวย
- แมวเกาตัวบ่อยและใช้ปากกัดขนบ่อย
- เมื่อลูบขนจะรู้สึกสะดุด เพราะมีน้ำลายเคลือบ
- พบขี้หมัด (กลมเล็กๆ เหมือนเลือดแห้งหรือสะเก็ดเลือด) ที่ตัวแมวหรือบริเวณที่แมวนอน
คำแนะนำสำหรับคนที่ชอบเติมแมวเกี่ยวกับโรคแมวข่วน
สำหรับคนที่ไม่ได้เลี้ยงแมวเองแต่ชอบเล่นกับแมว ควรระวังเป็นพิเศษ:
แมวที่ปลอดภัยในการเล่นด้วย:
- แมวมีเจ้าของและมั่นใจว่าได้รับการดูแลดี ฉีดวัคซีนครบ
- แมวในคาเฟ่แมวที่มีการดูแลเป็นอย่างดี
แมวที่ไม่ควรสัมผัส:
- แมวจรจัด
- ลูกแมวที่เห็นข้างทาง อายุต่ำกว่า 1 ปี
จากการศึกษาวิจัยในกรุงเทพและปริมณฑล พบว่าลูกแมวและลูกหมาอายุต่ำกว่า 1 ปีที่พบเห็นข้างทางมีโอกาสติดโรคพิษสุนัขบ้า และคนส่วนใหญ่ที่ติดโรคพิษสุนัขบ้าในประเทศไทยเกือบ 100% เล่นกับลูกสัตว์ที่ไม่รู้จักพบเจอข้างทางหรือประสบอุบัติเหตุแล้วอุ้มมาหาหมอ
ข้อควรจำ: แมวไม่เคยแปรงฟัน ดังนั้นในปากและเขี้ยวจะมีเชื้อโรคมากมาย หากถูกแมวจรจัดกัดต้องไปหาหมอทันที เพราะนอกจากโรคแมวข่วนแล้ว ยังมีความเสี่ยงต่อโรคอื่นๆ อีกมากมาย
คำแนะนำของสัตวแพทย์: "อย่าไปยุ่งกับแมวจรจัด ต่างคนต่างอยู่ เอ็นดูได้แต่สายตา ถ้าไม่จับกันถือว่าโอเค ถ่ายรูปหรือถ่ายคลิปได้ แต่ไม่ควรสัมผัส" บางครั้งแมวจรจัดอาจดูน่ารัก เดินมาถูตัว แต่ก็ไม่ควรเสี่ยง เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าแมวนั้นมีโรคอะไรหรือไม่
สรุป โรคแมวข่วน โรคติดเชื้อที่คนรักแมวต้องรู้
โรคแมวข่วนเป็นโรคติดเชื้อที่คนรักแมวควรให้ความสำคัญ แม้อาการส่วนใหญ่จะไม่รุนแรง แต่ในบางกลุ่มสามารถเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ การป้องกันด้วยการเลี้ยงแมวแบบระบบปิด ใช้ยาป้องกันหมัดอย่างสม่ำเสมอ และระมัดระวังในการเล่นกับแมวที่ไม่รู้จัก จะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก หากโดนแมวข่วนหรือกัด ควรทำความสะอาดแผลทันทีและสังเกตอาการ หากมีอาการผิดปกติควรพบแพทย์โดยเร็ว จำไว้ว่า แค่โดนแมวข่วนอาจดูเหมือนเรื่องเล็กน้อย แต่อาจกลายเป็นโรคแมวข่วนที่ส่งผลต่อสุขภาพได้มากกว่าที่คิด การป้องกันและการดูแลที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
ข้อมูลจาก: นายสัตวแพทย์เกษ สุเตชะ สัตวแพทย์ประจำศูนย์วิจัยและนวัตกรรมทางสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
อ่านบทความโรคอื่นๆ ที่มาจากแมว
แท็กที่เกี่ยวข้อง:
วันใหม่วาไรตี้
สีสันวาไรตี้ (12 ม.ค. 69)
12 ม.ค. 69รู้ทันกันได้ : ผักไทย 6 ชนิด กินสดเสี่ยงลำไส้พัง
13 ม.ค. 69สีสันวาไรตี้ (13 ม.ค. 69)
13 ม.ค. 69รู้ทันกันได้ : ควันดำ & ควันขาว จากท่อไอเสีย แบบไหนอันตรายกว่ากัน
14 ม.ค. 69พอดีพอเพียง : ใช้ทรัพยากรใกล้ตัว เลี้ยงชันโรงต่อยอดสร้างรายได้อย่างยั่งยืน
14 ม.ค. 69สีสันวาไรตี้ (14 ม.ค. 69)
14 ม.ค. 69รู้ทันกันได้ : เพื่อนบ้านมหาภัยป่วยจิต สร้างปัญหา ต้องเอาผิดที่ใคร ?
15 ม.ค. 69งาน 18 ปี ไทยพีบีเอส สื่อของทุกคน
15 ม.ค. 69รู้ทันกันได้ : เด็กมีสมาร์ตโฟนก่อนอายุ 12 ปี เสี่ยงซึมเศร้า
16 ม.ค. 69สีสันวาไรตี้ (16 ม.ค. 69)
16 ม.ค. 69"โรคแมวข่วน" แผลข่วนเล็กๆ แต่อันตรายกว่าที่คิด
19 ม.ค. 69สีสันวาไรตี้ | 20 ม.ค. 69
20 ม.ค. 69อากาศเย็น ภัยเงียบของคนเป็นภูมิแพ้
20 ม.ค. 69ฟันผุ…ไม่ใช่แค่ปวด แต่อาจส่งผลรุนแรงถึงชีวิต
21 ม.ค. 69สีสันวาไรตี้ | 21 ม.ค. 69
21 ม.ค. 69สีสันวาไรตี้ (22 ม.ค. 69)
22 ม.ค. 69ต้องระวัง! เกมออนไลน์ซ่อนภัยลวงเด็กทำร้ายตัวเอง
23 ม.ค. 69สีสันวาไรตี้ | 23 ม.ค. 69
23 ม.ค. 69เตือนภัยสายเที่ยว พักโรงแรมถูกบุกรุก เอาผิดอย่างไร?
26 ม.ค. 69สีสันวาไรตี้ (26 ม.ค. 69)
26 ม.ค. 69รู้ทันกันได้ : กินไขมันวันละเท่าไหร่ ถึงพอดีและปลอดภัย
27 ม.ค. 69สีสันวาไรตี้ (27 ม.ค. 69)
27 ม.ค. 69รู้ทันกันได้ : ต้องระวัง!! เลี้ยงนกแก้วเสี่ยงติด “โรคไข้นกแก้ว”
28 ม.ค. 69สีสันวาไรตี้ (28 ม.ค. 69)
28 ม.ค. 69รู้ทันกันได้ : PM2.5 ภัยเงียบทำร้ายสัตว์เลี้ยงโดยไม่รู้ตัว
29 ม.ค. 69พอดีพอเพียง : จากวันที่พ่อเริ่มปลูกส้มโอ สู่วันที่ลูกเลือกเดินต่อบนเส้นทางเดียวกัน
29 ม.ค. 69สีสันวาไรตี้ (29 ม.ค. 69)
29 ม.ค. 69รู้ทันกันได้ : อันตรายใกล้ตัว กลั้นจามอาจกระทบระบบประสาท
30 ม.ค. 69พอดีพอเพียง : อาชีพใหม่หลังบริษัทปิดตัว ปลูกผักปลอดสารสร้างรายได้อย่างมั่นคง
30 ม.ค. 69สีสันวาไรตี้ (30 ม.ค. 69)
30 ม.ค. 69
วันใหม่วาไรตี้
สีสันวาไรตี้ (12 ม.ค. 69)
12 ม.ค. 69รู้ทันกันได้ : ผักไทย 6 ชนิด กินสดเสี่ยงลำไส้พัง
13 ม.ค. 69สีสันวาไรตี้ (13 ม.ค. 69)
13 ม.ค. 69รู้ทันกันได้ : ควันดำ & ควันขาว จากท่อไอเสีย แบบไหนอันตรายกว่ากัน
14 ม.ค. 69พอดีพอเพียง : ใช้ทรัพยากรใกล้ตัว เลี้ยงชันโรงต่อยอดสร้างรายได้อย่างยั่งยืน
14 ม.ค. 69สีสันวาไรตี้ (14 ม.ค. 69)
14 ม.ค. 69รู้ทันกันได้ : เพื่อนบ้านมหาภัยป่วยจิต สร้างปัญหา ต้องเอาผิดที่ใคร ?
15 ม.ค. 69งาน 18 ปี ไทยพีบีเอส สื่อของทุกคน
15 ม.ค. 69รู้ทันกันได้ : เด็กมีสมาร์ตโฟนก่อนอายุ 12 ปี เสี่ยงซึมเศร้า
16 ม.ค. 69สีสันวาไรตี้ (16 ม.ค. 69)
16 ม.ค. 69"โรคแมวข่วน" แผลข่วนเล็กๆ แต่อันตรายกว่าที่คิด
19 ม.ค. 69สีสันวาไรตี้ | 20 ม.ค. 69
20 ม.ค. 69อากาศเย็น ภัยเงียบของคนเป็นภูมิแพ้
20 ม.ค. 69ฟันผุ…ไม่ใช่แค่ปวด แต่อาจส่งผลรุนแรงถึงชีวิต
21 ม.ค. 69สีสันวาไรตี้ | 21 ม.ค. 69
21 ม.ค. 69สีสันวาไรตี้ (22 ม.ค. 69)
22 ม.ค. 69ต้องระวัง! เกมออนไลน์ซ่อนภัยลวงเด็กทำร้ายตัวเอง
23 ม.ค. 69สีสันวาไรตี้ | 23 ม.ค. 69
23 ม.ค. 69เตือนภัยสายเที่ยว พักโรงแรมถูกบุกรุก เอาผิดอย่างไร?
26 ม.ค. 69สีสันวาไรตี้ (26 ม.ค. 69)
26 ม.ค. 69รู้ทันกันได้ : กินไขมันวันละเท่าไหร่ ถึงพอดีและปลอดภัย
27 ม.ค. 69สีสันวาไรตี้ (27 ม.ค. 69)
27 ม.ค. 69รู้ทันกันได้ : ต้องระวัง!! เลี้ยงนกแก้วเสี่ยงติด “โรคไข้นกแก้ว”
28 ม.ค. 69สีสันวาไรตี้ (28 ม.ค. 69)
28 ม.ค. 69รู้ทันกันได้ : PM2.5 ภัยเงียบทำร้ายสัตว์เลี้ยงโดยไม่รู้ตัว
29 ม.ค. 69พอดีพอเพียง : จากวันที่พ่อเริ่มปลูกส้มโอ สู่วันที่ลูกเลือกเดินต่อบนเส้นทางเดียวกัน
29 ม.ค. 69สีสันวาไรตี้ (29 ม.ค. 69)
29 ม.ค. 69รู้ทันกันได้ : อันตรายใกล้ตัว กลั้นจามอาจกระทบระบบประสาท
30 ม.ค. 69พอดีพอเพียง : อาชีพใหม่หลังบริษัทปิดตัว ปลูกผักปลอดสารสร้างรายได้อย่างมั่นคง
30 ม.ค. 69สีสันวาไรตี้ (30 ม.ค. 69)
30 ม.ค. 69









