รู้ทันกันได้ : ระวัง Sporothrix ติดจากแมวสู่คน
โรค Sporothrix สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับเชื้อราจากแมวสู่คน
โรคติดเชื้อจากสัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงควรให้ความสำคัญ โดยเฉพาะโรค Sporothrix ที่กำลังพบเห็นมากขึ้นในประเทศไทย โรคนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อสุขภาพของแมวเท่านั้น แต่ยังสามารถติดต่อจากแมวสู่คนได้อีกด้วย
อะไรคือโรค Sporothrix และสาเหตุของการเกิดโรค
Sporothrix หรือชื่อทางการแพทย์ว่า "สปอโรทริโคสิส" เป็นโรคการติดเชื้อราที่มีหลากหลายสายพันธุ์ โดยสายพันธุ์ที่สามารถติดเชื้อในคนได้มีหลัก ๆ 2 สายพันธุ์ แต่ละประเทศจะมีการติดเชื้อที่แตกต่างสายพันธุ์กันไป เชื้อสปอโรทริโคสิสเมื่อติดเชื้อในคนแล้ว จะติดเชื้อที่ผิวหนังเป็นหลัก เชื้อโรคชนิดนี้สามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้ ทั้งในดินและต้นไม้ การติดต่อจึงเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ ไม่ใช่เฉพาะจากแมวเท่านั้น
อาการของโรค Sporothrix ในมนุษย์
เมื่อมีการติดเชื้อแล้วลักษณะแผลจะเป็นตุ่มบนผิวหนัง อาการเริ่มแรกจะเกิดจากการสัมผัสแมว เช่น โดนแมวกัดหรือแมวข่วน โดยบริเวณตำแหน่งนั้นจะมีตุ่มที่เป็นลักษณะของตุ่มแผลหรือตุ่มหนองขึ้นมา
ลักษณะการลามของเชื้อ Sporothrix
- การลามจากบริเวณตำแหน่งเดิม โดยขยายขนาดขึ้นเรื่อย ๆ
- การลามขึ้นตามทางเดินน้ำเหลือง มีลักษณะเป็นเส้นตรง
อาการแสดงอื่นๆ ของ Sporothrix
- ต่อมน้ำเหลืองโต บริเวณที่สัมผัสเชื้อ เช่น ถ้าเป็นที่แขน ต่อมน้ำเหลืองบริเวณแขนอาจจะโต
- ไข้ (พบได้น้อย)
- แขนบวมในลักษณะที่ต่อมน้ำเหลืองโต
ระยะฟักตัวและการแพร่กระจายของเชื้อ Sporothrix
ระยะฟักตัวของเชื้อในมนุษย์ใช้เวลาเป็นสัปดาห์ บางคนมีประวัติว่าหลังจากโดนแมวกัดหรือแมวข่วน ไม่กี่สัปดาห์จะมีผื่นขึ้นมาบริเวณตำแหน่งที่สัมผัส การแพร่กระจายจากคนสู่คนยังไม่พบ เนื่องจากคนเรามีภูมิคุ้มกันค่อนข้างดี สามารถจำกัดเชื้อได้ค่อนข้างมาก ทำให้การติดเชื้อจากคนสู่คนเป็นไปได้ยากมาก
แหล่งที่มาและการป้องกันเชื้อ Sporothrix
แหล่งติดเชื้อหลัก
จากการศึกษาพบว่า การติดต่อเชื้อสปอโรทริโคสิสส่วนใหญ่เกิดจากแมวสู่คน โดยการติดต่อจะเป็นการสัมผัสเป็นหลัก แมวที่เป็นแหล่งติดเชื้อมักเป็น แมวจร หรือแมวที่เลี้ยงในระบบเปิด โดยสามารถออกไปรับเชื้อมาจากภายนอกบ้านได้
การสังเกตอาการใน Sporothrix ที่ติดเชื้อในแมว
แมวที่ติดเชื้อจะมีอาการค่อนข้างเยอะ โดยจะเป็นแผลบนผิวหนัง หากเห็นแมวที่มีแผลดังกล่าว ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์ เนื่องจากเชื้อดังกล่างทำให้แมวเป็นแผลและมีอาการรุนแรง บางตัวถึงขั้นเสียชีวิตได้
สถานการณ์โรค Sporothrix ในประเทศไทย
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เชื้อสปอโรทริโคสิสเป็นเชื้อที่เพิ่งพบมากขึ้นในประเทศไทย ก่อนปี 2562 ในประเทศไทยไม่ค่อยพบเจอเชื้อโรคนี้ ปัจจุบันในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พบผู้ป่วยเฉลี่ยประมาณ 80 เคส ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาจเป็นเพราะคนรับแมวมาเลี้ยงหรือเล่นกับแมวเยอะขึ้น
การวินิจฉัยและการรักษาโรค Sporothrix
การวินิจฉัย Sporothrix
- การซักประวัติ - มีประวัติสัมผัสแมวหรือแมวที่ติดเชื้อติดโรค
- การตรวจร่างกาย - พบผื่นลักษณะผื่นเรื้อรัง
- การตรวจทางห้องปฏิบัติการ - อาจต้องมีการตัดชิ้นเนื้อและการเพาะเชื้อ
ความจำเป็นในการแยกโรค Sporothrix
เมื่อพบผื่นลักษณะผื่นเรื้อรัง ต้องกังวลว่าอาจไม่ได้เป็นแค่การติดเชื้อ Sporothrix เท่านั้น อาจมีการติดเชื้ออื่นด้วย เช่น
- วัณโรคเทียมหรือวัณโรค
- มะเร็งผิวหนังบางอย่าง
การรักษา Sporothrix
โรค Sporothrix สามารถรักษาหายได้ แต่ต้องได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องก่อน และต้องรับการรักษาอย่างเหมาะสม
ข้อแนะนำเพื่อลดความเสี่ยงจากเชื้อ Sporothrix
การป้องกันการติดเชื้อ Sporothrix
ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค การป้องกันที่ดีที่สุดคือ
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสแมวที่มีแผลโดยตรง
- ใส่ถุงมือป้องกันตัวเองเมื่อต้องสัมผัสแมว
- ล้างมือทันทีหลังสัมผัสแมว (แต่อาจไม่เพียงพอในบางกรณี)
คำแนะนำสำหรับทาสแมวและผู้รักแมว
- ควรระมัดระวังหากพบเจอแมวที่มีแผล
- พาแมวไปพบสัตวแพทย์เพื่อรับการรักษา (ทั้งแมวเลี้ยงและแมวจร)
- หากเป็นแมวจร ให้แจ้งสาธารณสุขในพื้นที่หรือเทศบาล
- หลีกเลี่ยงการใช้มือเปล่าสัมผัสแมวที่ติดเชื้อ
- ระวังการถูกกัดหรือข่วน เนื่องจากจะเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อ
เมื่อสงสัยว่าติดเชื้อ Sporothrix
หากมีประวัติสัมผัสแมวแล้วพบผื่นหรือแผลที่ผิวหนัง โดยเฉพาะผื่นที่มีลักษณะเป็นเส้นตรงหรือขยายวงกว้าง ควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างเหมาะสม การรักษาเร็วจะช่วยให้การจับเชื้อและการรักษาได้ผลดีกว่าการมาช้า โรค Sporothrix ถึงแม้จะเป็นโรคที่กำลังพบเห็นมากขึ้น แต่สามารถป้องกันและรักษาได้ หากมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและปฏิบัติตามข้อแนะนำในการป้องกัน


























































