รู้ทันกันได้ : มัตจะเลิฟเวอร์ ดื่มอย่างไรไม่เสี่ยงสุขภาพพัง?
มัตจะ คืออะไร? ประโยชน์และข้อควรระวังในการดื่มชาเขียวสุดฮิต
ปัจจุบันนี้ มัตจะ ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศไทย ร้านขายชาเขียวเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการดูแลสุขภาพ น้ำชง ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ หรือขนมต่าง ๆ แต่หลายคนยังมีข้อสงสัยว่าการดื่มมัตจะในปริมาณมากหรือต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะส่งผลกระทบต่อร่างกายหรือไม่
มัตจะมีคุณค่าทางอาหารอย่างไร
Matcha เป็นส่วนหนึ่งของชาเขียว แต่จะเป็นยอดบนสุดของต้นชา ต่างจากชาใบทั่วไปที่เราเคยรับประทานกัน ในการผลิตจะใช้เพียงยอดด้านบนประมาณสองใบต่อต้น ซึ่งต้นหนึ่งได้เพียงสองใบเท่านั้น จากนั้นจะนำไปอบไล่ความชื้น แล้วบดทั้งใบให้เป็นผงสีเขียวเข้มเพื่อให้เรารับประทาน
วิธีการรับประทานในญี่ปุ่นนั้นจะไม่ได้เหมือนกับเรา เขาไม่ได้รับประทานในระหว่างวัน แต่จะใช้ชาใบเป็นส่วนใหญ่ ส่วนการกิน Matcha จะเป็นเวลาพิเศษ สำหรับพิธีกรรม หรือเป็นการรับแขกในช่วงเวลาพิเศษ
ประโยชน์ของมัตจะต่อสุขภาพ
มัตจะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่า อีจีซีจี (EGCG) และสารกลุ่มคาเทชิน ซึ่งมีประโยชน์ดังนี้
- ลดอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย
- ช่วยลดไขมันในเลือด การศึกษาวิจัยพบว่าอาจช่วยลดคอเลสเตอรอลได้บ้าง
- มีคาเฟอีน ให้พลังงานเหมือนกาแฟ โดยคาเฟอีนในมัตจะจะออกฤทธิ์ประมาณ 4 - 6 ชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม Matcha ไม่ได้มีวิตามินหรือสารอาหารที่เป็นพื้นฐานของร่างกาย การดื่มชาเขียวจึงเป็นเพียงการเสริมเท่านั้น ไม่ได้ดื่มเพื่อรักษาหรือบำรุงร่างกายโดยตรง
ข้อควรระวังในการดื่มมัตจะ
อาจขัดขวางการดูดซึมธาตุอาหาร
มัตจะ มีสาร ไฟเตต และ ออกซาเลต ซึ่งจะขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็กและแคลเซียม ทำให้อาจเสี่ยงต่อ
- โรคโลหิตจาง จากการขาดธาตุเหล็ก
- กระดูกพรุน จากการขาดแคลเซียม
กลุ่มเสี่ยงที่ควรระวังการดื่ม
- ผู้ที่มีภาวะโลหิตจางอยู่แล้ว โดยเฉพาะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก
- ผู้หญิงที่อยู่ในช่วงมีประจำเดือน ที่เสียเลือดเยอะ
- คนที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์หรือไม่ดื่มนม เพราะจะได้ธาตุเหล็กและแคลเซียมน้อยอยู่แล้ว
- ผู้ที่มีความดันสูงมาก เพราะคาเฟอีนอาจทำให้ความดันเปลี่ยนแปลง
- ผู้ที่มีปัญหานิ่วในไต เพราะสารออกซาเลตอาจทำให้เกิดนิ่วได้
วิธีการดื่มมัตจะที่ถูกต้อง
- วันละ 1-2 แก้ว สำหรับคนปกติที่แข็งแรงดี
- วันเว้นวัน จะปลอดภัยกว่าการดื่มทุกวัน
- เลี่ยงการดื่มใกล้เวลานอน เพราะคาเฟอีนจะรบกวนการนอนหลับ
การดื่มร่วมกับอาหาร
- เว้นระยะ 2 ชั่วโมง หลังทานอาหารที่มีธาตุเหล็กและแคลเซียม
- ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ เพราะเครื่องดื่มมีความเข้มข้นสูง
- หลีกเลี่ยงน้ำตาลเพิ่มเติม ควรดื่มแบบเพียว (Pure Matcha)
มัตจะกับโรคประจำตัวต่างๆ
- ผู้ป่วยโรคไทรอยด์สามารถดื่มได้ แต่ควรดื่มแบบเพียว ไม่ผสมน้ำเชื่อม นม หรือวิปครีม
- ผู้ที่มีความดันสูงเล็กน้อยสามารถดื่มได้ แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อน ส่วนผู้ที่มีความดันสูงมากควรหลีกเลี่ย
- คาเฟอีนอาจทำให้ท้องผูกได้ ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ดื่ม แนะนำให้ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอควบคู่ไปด้วย
สรุปการดื่มมัตจะอย่างปลอดภัย
มัตจะ เป็นเครื่องดื่มที่กำลังฮิตและมีคุณค่าในเรื่องการต้านอนุมูลอิสระ แต่ไม่ใช่ยา ไม่สามารถใช้รักษาโรคได้ การบริโภคที่มากเกินไปอาจไม่ดีต่อสุขภาพ การดื่ม Matcha อย่างถูกวิธีและในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยให้เราได้รับประโยชน์โดยไม่เสี่ยงต่อผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์




























































