วันใหม่วาไรตี้
วันใหม่วาไรตี้

รู้ทันกันได้ : "ยาบีไฟว์+น้ำกระท่อม" อันตรายหลอนถึงชีวิต

หน้ารายการ
28 ส.ค. 68

อันตรายร้ายแรงจากการผสมบีไฟว์กับกระท่อม: เตือนภัยที่คนไทยต้องรู้

จากเหตุการณ์เด็กวัย 14 ปีหายตัวจากบ้านและพบนั่งเหม่อลอยบริเวณสะพาน หลังจากดื่มน้ำกระท่อมผสมยาบีไฟว์ จนเกิดอาการเบลอ สับสน และจำอะไรไม่ได้ เป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญเกี่ยวกับความเสี่ยงจากการใช้สารเหล่านี้ผิดวิธี

บีไฟว์คืออะไร และใช้รักษาโรคอะไร

บีไฟว์ หรือในนามทางการแพทย์คือ ไตรเฮกซีเฟนิดิล เป็นยาอันตรายที่ใช้รักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับการขยับหรือเคลื่อนไหว โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคพาร์กินสันและผู้ป่วยที่มีภาวะจิตเวชที่เกี่ยวข้องกับการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ

ยาตัวนี้มีฤทธิ์ค่อนข้างรุนแรงและคาดเดายาก จึงต้องใช้ภายใต้คำสั่งของแพทย์และการดูแลของเภสัชกรเท่านั้น เนื่องจากเป็นยาเฉพาะกลุ่มที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะได้รับการรักษาในโรงพยาบาล ยา B5 จึงไม่ค่อยมีการขายตามร้านยาทั่วไป

อันตรายจากการผสมบีไฟว์กับกระท่อม

การผสมกับกระท่อมถือเป็นการเสริมฤทธิ์ที่อันตรายมาก เนื่องจากทั้งสองชนิดมีลักษณะการออกฤทธิ์แบบเดียวกัน คือการกดระบบประสาทส่วนกลาง

เมื่อสองสารนี้เข้าไปในสมองพร้อมกัน จะทำให้ระบบประสาทไม่สมดุล ส่งผลให้เกิดอาการข้างเคียงที่คาดไม่ถึง โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชนที่อาจถึงขั้นไม่มีสติ เหม่อลอย เดินออกจากบ้าน และจำอะไรไม่ได้

กลไกการออกฤทธิ์ที่อันตราย

  • ทั้งสองสารสามารถเข้าสู่สมองได้ แม้สมองจะมีกลไกป้องกันตามธรรมชาติ
  • ออกฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลางในทิศทางเดียวกัน
  • เมื่อผสมกันจะไม่สมดุล ทำให้เกิดอาการที่ร้ายแรงกว่าการใช้แต่ละชนิดเพียงอย่างเดียว

ระดับอาการและผลข้างเคียงของบีไฟว์ผสมกระท่อม

การใช้บีไฟว์ผสมกับกระท่อมจะมีอาการแบ่งออกเป็น 3 ระดับตามระยะเวลาการใช้:

ระดับที่ 1: ในหน่วยนาทีถึงชั่วโมง

  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • เวียนหัวจนถึงขั้นบ้านหมุน
  • ร่างกายปฏิเสธสาร (อาเจียน)

ระดับที่ 2: ในหน่วยวันถึงเดือน

  • เริ่มเกิดภาวะประสาทหลอน (Hallucination)
  • พูดคุยไปเอง
  • เดินเหม่อออกจากบ้าน
  • จำความไม่ได้

ระดับที่ 3: การใช้เป็นปี

  • กระท่อมอุดตันในลำไส้ ทำให้ท้องผูก
  • ปัสสาวะคลั่ง
  • ระบบทางเดินอาหารผิดปกติ
  • อาจเป็นไตเสื่อม ต้องฟอกไต

ความเสี่ยงถึงชีวิตจากบีไฟว์ผสมกระท่อม

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการใช้บีไฟว์ผสมกระท่อมอาจทำให้เสียชีวิตได้ เนื่องจาก:

  • ทั้งสองสารมีฤทธิ์กดระบบประสาท
  • สารเหล่านี้คลั่งในกระแสเลือด ไม่ถูกขับออกโดยตับและไต
  • กระท่อมเป็นสารประกอบจากตระกูลอัลคาลอยด์
  • เป็นยาที่กดระบบประสาท
  • เมื่อสะสมในร่างกาย ระบบการหายใจอาจถูกกดจนหยุดทำงาน

วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นกรณีใช้บีไฟว์ผิดวิธี

กรณีอาการรุนแรง

  • หมดสติ หรือสัญญาณชีพอ่อนลง
  • ไม่ควรปฐมพยาบาล ณ จุดเกิดเหตุ
  • โทร 1669 เรียกหน่วยกู้ชีพโดยทันที

กรณีอาการไม่รุนแรง

  • ให้ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อช่วยขับสารออกจากร่างกาย
  • เก็บยาหรือสารที่เหลืออยู่ นำส่งโรงพยาบาลให้แพทย์ตรวจสอบ
  • นำส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาต่อ

สารและอาหารที่ไม่ควรใช้ร่วมกับบีไฟว์

  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เบียร์ สุรา
  • อาหารหมัก เช่น แหนม ปลาร้า
  • อาหารแปรรูปที่ผ่านการหมัก
  • น้ำหมัก น้ำเหล้า ต่างๆ

การใช้ร่วมกันจะเป็นการเสริมฤทธิ์การกดระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เกิดอันตรายมากขึ้น

ข้อกฎหมายเกี่ยวกับบีไฟว์และกระท่อม

เกี่ยวกับกระท่อม

  • การใช้ในครัวเรือนไม่ผิดกฎหมาย หากใช้ในปริมาณเหมาะสมและระยะเวลาที่เหมาะสม
  • การขายต้องได้รับอนุญาตจาก อย.
  • การขายริมทางโดยไม่ได้รับอนุญาตเสี่ยงผิดกฎหมาย

เกี่ยวกับบีไฟว์

  • เป็นยาอันตรายตาม พ.ร.บ.ยา
  • ประชาชนทั่วไปเข้าถึงไม่ได้
  • ต้องมีแพทย์สั่งจ่ายเท่านั้น
  • เภสัชกรต้องให้คำแนะนำและติดตามการใช้

คำเตือนสำคัญและข้อควรระวังยาบีไฟว์

สำหรับเยาวชนและผู้ปกครอง

  • ห้ามทดลองผสมกับกระท่อมโดยเด็ดขาด
  • ร่างกายแต่ละคนทนทานต่างกัน บางรายอาจเสียชีวิตได้
  • ผู้ปกครองควรสังเกตพฤติกรรมบุตรหลานอย่างใกล้ชิด

การใช้ใบกระท่อมสด

  • การเคี้ยวใบกระท่อมจะเพิ่มการดูดซึมผ่านเยื่อบุช่องปากและแก้ม
  • ได้รับสารเร็วกว่าการดื่มน้ำกระท่อม 2 เท่า
  • หากใช้ร่วมกับบีไฟว์จะเพิ่มความอันตรายมากขึ้น

หลักการใช้ยาอย่างปลอดภัย

ทั้งกระท่อมและบีไฟว์มีประโยชน์เมื่ออยู่ภายใต้เงื่อนไขสำคัญ 2 ประการ:

  1. ปริมาณที่เหมาะสม
  2. เวลาที่ถูกต้อง

บทสรุป: ใช้บีไฟว์ให้ถูก แล้วเก็บตับเก็บไตไว้ใช้ยามแก่ตัว

การใช้บีไฟว์ผสมกับกระท่อมเป็นการเสี่ยงอันตรายที่ไม่คุ้มค่า ทั้งตับและไตเป็นอวัยวะสำคัญที่จะเสื่อมไปตามกาลเวลา การดูแลรักษาโดยการไม่นอนดึก ดื่มน้ำวันละ 1.5-2 ลิตร และหลีกเลี่ยงการใช้สารที่ไม่จำเป็น จะช่วยให้อวัยวะเหล่านี้ใช้งานได้นานขึ้น

จำไว้เสมอว่า "เก็บไตไว้ใช้ยามแก่" เพราะเมื่อสูงวัยแล้ว เราจะต้องใช้ยาในการรักษาโรคต่างๆ อย่างแน่นอน การทำลายอวัยวะสำคัญเหล่านี้ตั้งแต่วัยหนุ่มสาวจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ


อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง


รู้ทันกันได้

1 - 30
31 - 60
61 - 90
91 - 120
121 - 150
151 - 180
181 - 210
211 - 240
241 - 270
271 - 300
301 - 330
331 - 360
361 - 390
391 - 420
421 - 450
451 - 480
481 - 510
511 - 540
541 - 570
571 - 600
601 - 630
631 - 660
661 - 690
691 - 720
721 - 750
751 - ล่าสุด

รู้ทันกันได้

1 - 30
31 - 60
61 - 90
91 - 120
121 - 150
151 - 180
181 - 210
211 - 240
241 - 270
271 - 300
301 - 330
331 - 360
361 - 390
391 - 420
421 - 450
451 - 480
481 - 510
511 - 540
541 - 570
571 - 600
601 - 630
631 - 660
661 - 690
691 - 720
721 - 750
751 - ล่าสุด

ละครดี ซีรีส์เด่น

ดูทั้งหมด

♫ ♫ Songs Popular ♫ ♫

ดูทั้งหมด

คลิปมาใหม่

คนดูเยอะ 👀

ดูทั้งหมด

เสน่ห์ประเทศไทย