ดูอย่างไรให้เป็น “อุทาหรณ์” ไม่ใช่ “ดราม่า”
หากคุณเป็นผู้พบเห็นเหตุการณ์หรือมีคลิปจากกล้องหน้ารถ
- ส่งให้เจ้าหน้าที่โดยตรง: แทนที่จะโพสต์ลง Facebook หรือ TikTok ส่วนตัว ควรส่งหลักฐานให้เพจสถานีตำรวจในพื้นที่ หรือแจ้งสายด่วน 191/1669
- เบลอภาพก่อนเผยแพร่: หากจำเป็นต้องโพสต์เพื่อเตือนภัย ควรใช้แอปพลิเคชันเบลอใบหน้าและจุดที่รุนแรงให้มิดชิด
- ให้เกียรติครอบครัวผู้สูญเสีย: ลองจินตนาการว่าหากคนในคลิปเป็นญาติของเรา เราจะอยากให้ภาพนั้นถูกแชร์ออกไปหรือไม่

เช็กก่อนแชร์ เพราะเสี่ยงถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
การแชร์ภาพหรือคลิปวิดีโอที่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต มีความเสี่ยงที่จะละเมิดกฎหมายสำคัญ 2 ฉบับ
- ป.อาญา มาตรา 366/4: ผู้ใดกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการดูหมิ่นเหยียดหยาม “ศพ” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (รวมถึงการแชร์ภาพศพในสภาพที่น่าอุจาดตา)
- พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ: หากคลิปนั้นมีการบิดเบือนข้อเท็จจริง หรือสร้างความตื่นตระหนกแก่ประชาชนโดยไม่มีมูลความจริง คุณอาจมีความผิดฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ

-
ไม่แชร์ภาพดิบ: หลีกเลี่ยงการแชร์ภาพที่เห็นใบหน้าผู้บาดเจ็บชัดเจน สภาพศพ หรือบาดแผลที่รุนแรง เพราะเป็นการซ้ำเติมผู้สูญเสียและละเมิดสิทธิส่วนบุคคล
-
ไม่ระบุตัวตน: หากในคลิปมีการเปิดเผยทะเบียนรถ บ้านเลขที่ หรือชื่อ-นามสกุล โดยที่เจ้าตัวหรือครอบครัวยังไม่ยินยอม ถือเป็นความเสี่ยงทางกฎหมาย PDPA
-
ไม่เติมไข่ใส่สี: การพิมพ์แคปชันด่าทอ คาดเดาสาเหตุเองโดยไม่มีข้อเท็จจริงจากตำรวจ อาจเข้าข่ายหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา
วิธีตรวจสอบภาพ – คลิปเบื้องต้นก่อนแชร์
เพื่อไม่ตกเป็นส่วนหนึ่งของการเผยแพร่ข่าวปลอม มี 3 วิธี ดังนี้
1. ตรวจสอบวันที่ของคลิป/ภาพ
- ดู timestamp บนคลิป
- เช็กวันที่โพสต์ต้นทางในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
- ใช้ Google Lens เพื่อตรวจสอบว่าภาพเคยปรากฏที่ไหนมาก่อนหรือไม่

2. ดูบริบทของเหตุการณ์
- สังเกตฉากหลัง เช่น ทะเบียนรถ สถานที่ ป้ายภาษา
- ฟังสำเนียง เสียงพูด หรือเสียงบรรยายภายในคลิป
- เปรียบเทียบกับข่าวที่เป็นทางการว่าตรงกันหรือไม่
3. ค้นหาข่าวที่เกี่ยวข้องจากแหล่งข่าวน่าเชื่อถือ
- เว็บไซต์ข่าวกระแสหลัก เช่น Thai PBS, สำนักข่าวไทย, สำนักข่าวต่างประเทศ
- ใช้เครื่องมือหรือตรวจสอบจากเว็บไซต์ fact-check เช่น Thai PBS Verify หรือ Google Fact Check Explorer

ในยุคที่ “AI” ถูกใช้ได้ง่ายดายขึ้นเพียงแค่ออกคำสั่ง จึงเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นที่ผู้ไม่หวังดีจะนำเอาคลิปอุบัติเหตุที่สร้างขึ้น หรือคลิปเก่า มาโพสต์เพื่อเรียกยอดไลก์ยอดคลิก ดังนั้นจงจำไว้เสมอว่า บางครั้งคลิปอุบัติเหตุที่คุณเห็นอาจเป็นคลิปเก่าที่ถูกนำมาเล่าใหม่เพื่อเรียกยอดวิว หรืออาจเป็นคลิปที่ถูกตัดต่อบิดเบือนเพื่อให้ร้ายคู่กรณี
การหยุดนิ่งและไม่แชร์ต่อ คือการตัดวงจรข่าวปลอมและปกป้องสิทธิของผู้เสียหายที่ดีที่สุด
บทความที่เกี่ยวข้อง
แชร์เก็บไว้ วิธีตรวจสอบภาพ จริง-ปลอม ? : www.thaipbs.or.th/now/content/1986
คู่มือฉบับย่อ “ตรวจสอบข่าวปลอมเบื้องต้น” : www.thaipbs.or.th/now/content/2010
จับผิดภาพ #AI อย่างไร ? เรียนรู้ “ประโยชน์-โทษ” เสริมทักษะใหม่ในยุคดิจิทัล : www.thaipbs.or.th/now/content/2263
รู้จัก “Metadata” เครื่องมือ Fact check ตรวจสอบภาพจริง-ปลอม : www.thaipbs.or.th/now/content/2277











