อย่าหลงเชื่อ! ข่าวอ้างถนน M6 ฝังขดลวดชาร์จรถไฟฟ้าได้ ตรวจสอบแล้วไม่เป็นความจริง

Thai PBS Verify พบแหล่งข่าวปลอมจาก: TikTok

Thai PBS Verify พบโพสต์อ้างว่า ประเทศไทยได้เริ่มนำร่องทดสอบระบบถนนชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบไร้สาย (Wireless Charging Road) บนมอเตอร์เวย์ M6 สายบางปะอิน–นครราชสีมา
ระบุ
หมดยุคหาปั๊มชาร์จ เข้าสู่ยุค “ถนนคือพาวเวอร์แบงค์” 🇹🇭🛣️⚡ กรมทางหลวงฝังขดลวดทองแดง+ระบบ Wireless Charging ใต้ถนนมอเตอร์เวย์ M6 บางปะอิน-โคราช ระยะนำร่อง 3 กม. ช่วงลำตะคอง
รถ EV ที่ติด “ตัวรับสัญญาณ” ใต้ท้องรถ วิ่งผ่านด้วยความเร็ว 120 กม./ชม. ไฟจะชาร์จเข้าแบตอัตโนมัติแบบ Induction ไม่ต้องจอด ไม่ต้องเสียบ วิ่ง 10 กม. ได้ไฟเพิ่ม 20% หรือวิ่งได้อีก 80 กม.
แท็กซี่ EV โคราชที่วิ่งวิน กทม.-โคราช ทดลองแล้วบอก “จากเดิมต้องแวะชาร์จ 40 นาที ตอนนี้ยิงยาวถึง กทม. ไฟยังเหลือ” ลดต้นทุนค่าไฟได้เที่ยวละ 150 บาท
ญี่ปุ่น เกาหลี เยอรมนี ส่งวิศวกรมาดูงาน เพราะไทยทำได้ถูกกว่าเขา 3 เท่า ปีหน้าเตรียมขยายเป็น 20 กม. ถ้าสำเร็จ ไทยจะเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่มี “Electric Road” ใช้จริง
#EVไทย #ถนนอัจฉริยะ #M6 #EverythingGetsBetter
ถนนชาร์จไร้สาย M6: สาธิตถนนคือพาวเวอร์แบงค์ ใต้ถนนชาร์จ EV ขณะวิ่ง
สรุปข่าวสั้น — ถนนคือพาวเวอร์แบงค์: โครงการนำร่องบนมอเตอร์เวย์ M6
กรมทางหลวงของไทยติดตั้งขดลวดทองแดงและระบบ Wireless Charging ฝังใต้ผิวถนนในระยะนำร่อง 3 กิโลเมตร บนเส้นทางมอเตอร์เวย์ M6 ช่วงบางปะอิน–โคราช เพื่อทดสอบการชาร์จแบบ induction ให้กับรถ EV ที่ติดตั้งตัวรับสัญญาณใต้ท้องรถ
ฟีเจอร์สำคัญ
– ชาร์จขณะวิ่ง: รถ EV ที่มีตัวรับสัญญาณวิ่งผ่านส่วนที่ติดตั้งระบบด้วยความเร็วสูงสุดทดสอบที่ 120 กม./ชม. จะได้รับการชาร์จแบตเตอรี่แบบอัตโนมัติ ไม่ต้องจอดหรือเสียบปลั๊ก
– ประสิทธิภาพเชิงตัวอย่าง: รายงานทดลองระบุว่า วิ่งผ่านระยะ 10 กม. รถจะได้ไฟเพิ่มประมาณ 20% ซึ่งเทียบเท่าการวิ่งได้เพิ่มราว 80 กม.
– ผลกระทบต่อผู้ใช้งาน: แท็กซี่ EV สาย กทม.–โคราช ทดลองใช้งานจริง พบว่าไม่ต้องแวะชาร์จ 40 นาทีเหมือนเดิม และสามารถวิ่งยาวถึงกรุงเทพฯ โดยยังมีแบตเหลือ ช่วยลดต้นทุนค่าไฟประมาณเที่ยวละ 150 บาท
นานาชาติให้ความสนใจ ญี่ปุ่น เกาหลี และเยอรมนีส่งวิศวกรมาศึกษาดูงานโดยระบุว่าโครงการไทยมีต้นทุนการติดตั้งถูกกว่าประเทศเหล่านั้นประมาณ 3 เท่า
แผนขยายและความหมายเชิงยุทธศาสตร์
– ขยายโครงการ: หากนำร่องสำเร็จ มีแผนขยายเป็น 20 กม. ในปีหน้า
– ความสำคัญระดับภูมิภาค: หากสำเร็จ ไทยจะกลายเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่มีถนนไฟฟ้า (Electric Road) ใช้งานจริงเชิงพาณิชย์
คำถามที่ผู้ค้นหาอาจมี
– ระบบนี้ทำงานอย่างไร: ใช้หลัก induction (การเหนี่ยวนำแม่เหล็ก) ระหว่างขดลวดฝังใต้ถนนกับตัวรับสัญญาณใต้ท้องรถ
– ต้องดัดแปลงรถหรือไม่: ต้องติดตั้งตัวรับสัญญาณใต้ท้องรถเพื่อรับพลังงานแบบไร้สาย
– ปลอดภัยและส่งผลต่อสภาพถนนอย่างไร: ข้อมูลต้นฉบับไม่ได้ระบุผลกระทบเชิงโครงสร้างหรือความปลอดภัยระยะยาว จำเป็นต้องติดตามผลการทดลองเพิ่มเติม
– คุ้มค่าทางเศรษฐกิจหรือไม่: ตัวอย่างต้นแบบสำหรับแท็กซี่ชี้ว่าลดต้นทุนค่าไฟได้ประมาณ 150 บาทต่อเที่ยว แต่การประเมินความคุ้มค่าเต็มรูปแบบต้องพิจารณาต้นทุนติดตั้ง การบำรุงรักษา และอัตราการใช้งานในวงกว้าง
บทสรุป
โครงการนำร่องบนมอเตอร์เวย์ M6 เป็นก้าวสำคัญของการนำเทคโนโลยี Wireless Charging มาใช้จริงในถนนไทย โดยเป้าหมายเพื่อลดความจำเป็นในการหยุดชาร์จ เพิ่มระยะทางการใช้งาน และลดต้นทุนสำหรับผู้ขับขี่ EV หากการทดลอง 3 กม. ประสบความสำเร็จ การขยายเป็น 20 กม. จะทำให้ไทยมีตำแหน่งนำในอาเซียนด้านโครงสร้างพื้นฐานถนนอัจฉริยะ
คำชวน/ปิดท้าย
คุณคิดว่าเทคโนโลยีถนนชาร์จไร้สายจะเปลี่ยนวิถีการเดินทางของคนไทยอย่างไร? แสดงความคิดเห็นหรือค้นหาข่าวอัปเดตโครงการ M6 เพื่อติดตามความคืบหน้า
identified_languages
Keywords: ถนนชาร์จไร้สาย, ชาร์จรถไฟฟ้าแบบ induction ขณะวิ่ง, M6 มอเตอร์เวย์ ชาร์จ EV, ถนนคือพาวเวอร์แบงค์, ระบบ Wireless Charging ใต้ถนน, ทดลองถนนชาร์จ 3 กม., ขยายถนนชาร์จ 20 กม., ต้นทุนไฟรถแท็กซี่ EV
ประเทศไทยมีระบบถนนชาร์จไฟฟ้าจริงหรือไม่ ?
จากการตรวจสอบด้วยคำค้นที่เกี่ยวข้อง เช่น “Electric Road” และ “Wireless Charging Road” ไม่พบข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐหรือไม่พบการรายงานข้อมูลดังกล่าวจากสื่อที่น่าเชื่อถือ ที่ยืนยันว่ามีการนำเทคโนโลยีถนนชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบไร้สาย มาใช้งานหรือทดสอบบนถนนสาธารณะในประเทศไทย
นอกจากนี้ ยังพบรายงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (Anti-Fake News Center Thailand) ซึ่งอ้างอิงผลการตรวจสอบจากกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ระบุว่า ปัจจุบันไม่มีการติดตั้งหรือฝังขดลวดทองแดงใต้ผิวทางเพื่อรองรับระบบชาร์จไฟฟ้าแบบไร้สายบนมอเตอร์เวย์ M6 สายบางปะอิน–นครราชสีมา ช่วงลำตะคอง ระยะทาง 3 กิโลเมตร ตามที่มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใด
ทั้งนี้ กรมทางหลวงขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร และตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานราชการ หรือแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือก่อนส่งต่อหรือเผยแพร่ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและความสับสนที่อาจเกิดขึ้น
ระบบชาร์จไฟฟ้าไร้สายคืออะไร ?
ระบบชาร์จไฟฟ้าไร้สายสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าระหว่างวิ่ง คือ เทคโนโลยีที่ติดตั้งอุปกรณ์ส่งพลังงานไฟฟ้าไว้ใต้ผิวทาง เพื่อส่งพลังงานไปยังรถยนต์ไฟฟ้าที่รองรับระบบดังกล่าวขณะจอดหรือขณะวิ่ง โดยไม่จำเป็นต้องเสียบปลั๊กชาร์จแบบทั่วไป
เทคโนโลยีนี้อาศัยการส่งพลังงานผ่านสนามแม่เหล็กไฟฟ้าจากขดลวดที่ฝังอยู่ใต้ผิวทางไปยังอุปกรณ์รับพลังงานที่ติดตั้งอยู่ใต้ท้องรถ ซึ่งมีหลักการทำงานคล้ายกับการชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย ปัจจุบันเทคโนโลยีดังกล่าวยังอยู่ในระยะทดลองและพัฒนาในหลายประเทศ โดยมีการทดสอบในพื้นที่นำร่องหรือโครงการวิจัยเฉพาะจุด และยังไม่ได้ถูกนำมาใช้งานในวงกว้าง
ภาพตัวอย่างจาก เว็บไซต์ Electreon
ประเทศใดบ้างที่มีการพัฒนาหรือทดลองใช้ “ถนนชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า” แล้ว?
ตัวอย่างประเทศที่มีการทดลองระบบชาร์จไฟฟ้าไร้สายสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าระหว่างวิ่ง พบว่าส่วนใหญ่ยังเป็นโครงการนำร่องในพื้นที่จำกัด ตั้งแต่ระดับไม่กี่เมตรไปจนถึงไม่กี่กิโลเมตร โดยหลายโครงการดำเนินการโดยบริษัท Electreon เช่น ระบบชาร์จไฟฟ้าไร้สายสำหรับรถรับส่งผู้โดยสารบริเวณท่าเรือเมืองคาร์ลสรูห์ ประเทศเยอรมนี และระบบชาร์จรถโดยสารสาธารณะในเมืองรูอ็อง ประเทศฝรั่งเศส
ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นได้ทดสอบระบบชาร์จไฟฟ้าไร้สายบนถนนสาธารณะเป็นครั้งแรก เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการส่งพลังงานให้รถยนต์ไฟฟ้าขณะวิ่งอยู่บนท้องถนน
เทคโนโลยีดังกล่าวได้รับการพัฒนาร่วมกันโดยมหาวิทยาลัยโตเกียว บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายผลักดันให้สามารถนำไปใช้เชิงพาณิชย์ได้ภายในช่วงปี 2573
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันหลายประเทศยังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบและประเมินประสิทธิภาพของระบบดังกล่าว และยังไม่มีการนำมาใช้งานอย่างแพร่หลายในวงกว้าง
ภาพตัวอย่างจาก เว็บไซต์ Electreon ระบุ บนทางหลวง A10 ทางใต้ของกรุงปารีส รถยนต์ไฟฟ้ากำลังชาร์จไฟขณะขับขี่ โดยใช้เทคโนโลยีไร้สายในการจ่ายพลังงานเฉลี่ยกว่า 200 กิโลวัตต์ให้กับรถบรรทุกขนาดใหญ่
อ้างอิง
Wireless EV charging while driving enters first Japan road test
เรื่องจริงเป็นอย่างไร
Thai PBS Verify ตรวจสอบพบว่า ข้อมูลที่อ้างว่ากรมทางหลวงติดตั้งระบบถนนชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบไร้สาย (Wireless Charging Road) บนมอเตอร์เวย์ M6 ช่วงบางปะอิน–นครราชสีมา ไม่เป็นความจริง โดยไม่พบข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐหรือสื่อที่น่าเชื่อถือยืนยันการดำเนินโครงการดังกล่าว
ขณะที่ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย ซึ่งอ้างอิงการตรวจสอบจากกรมทางหลวง ระบุว่า ไม่มีการติดตั้งหรือฝังขดลวดทองแดงใต้ผิวทางบนมอเตอร์เวย์ M6 ตามที่มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใด แม้เทคโนโลยีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบไร้สายระหว่างวิ่งจะมีการทดลองในบางประเทศ แต่ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีการทดสอบหรือใช้งานระบบดังกล่าวบนถนนสาธารณะ
กระบวนการตรวจสอบ
1.ค้นหาด้วยคำสำคัญ: จากการตรวจสอบด้วยคำค้นที่เกี่ยวข้อง เช่น “Electric Road” และ “Wireless Charging Road” ไม่พบข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐหรือไม่พบการรายงานข้อมูลดังกล่าวจากสื่อที่น่าเชื่อถือที่ยืนยันว่ามีการนำเทคโนโลยีถนนชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบไร้สายมาใช้งานหรือทดสอบบนถนนสาธารณะในประเทศไทย
นอกจากนี้ ยังพบรายงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (Anti-Fake News Center Thailand) ซึ่งอ้างอิงผลการตรวจสอบจากกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ระบุว่า ปัจจุบันไม่มีการติดตั้งหรือฝังขดลวดทองแดงใต้ผิวทางเพื่อรองรับระบบชาร์จไฟฟ้าแบบไร้สายบนมอเตอร์เวย์ M6 สายบางปะอิน–นครราชสีมา ช่วงลำตะคอง ระยะทาง 3 กิโลเมตร ตามที่มีการกล่าวอ้างแต่อย่างใด
ผลกระทบจากการได้รับข้อมูลนี้
1.ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับความก้าวหน้าด้านคมนาคมของไทย ผู้รับสารอาจเชื่อว่าประเทศไทยมีการทดลองหรือใช้งานถนนชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว ทั้งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าไม่มีโครงการดังกล่าว
2.สร้างความคาดหวังที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ผู้ใช้รถ EV อาจเข้าใจผิดว่าในอนาคตอันใกล้จะมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับการชาร์จขณะวิ่ง ส่งผลต่อการตัดสินใจด้านการเดินทางหรือการลงทุน
3.บิดเบือนภาพรวมการพัฒนาเทคโนโลยี EV ข้อมูลที่กล่าวอ้างตัวเลขและผลการทดลองโดยไม่มีหลักฐาน อาจทำให้สาธารณชนเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับความพร้อมของเทคโนโลยีดังกล่าว
4.ลดความน่าเชื่อถือของข้อมูลข่าวสารออนไลน์ การเผยแพร่ข้อมูลเท็จในรูปแบบที่ดูน่าเชื่อถือ อาจทำให้ประชาชนสับสนและยากต่อการแยกแยะข้อเท็จจริง
5.เสี่ยงต่อการส่งต่อข้อมูลผิดพลาดในวงกว้าง เมื่อผู้รับสารเชื่อว่าข้อมูลเป็นเรื่องจริง อาจแชร์ต่อโดยไม่ได้ตรวจสอบ ทำให้ข่าวปลอมแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
1.ตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง
โดยเฉพาะข่าวที่อ้างถึงโครงการภาครัฐ ควรตรวจสอบจากเว็บไซต์หรือช่องทางทางการของหน่วยงานเจ้าของโครงการ
2.ค้นหาข้อมูลจากหลายแหล่งที่น่าเชื่อถือ
หากเป็นโครงการขนาดใหญ่ระดับประเทศ ควรมีการรายงานจากสื่อกระแสหลักหรือแหล่งข่าวที่ได้รับการยอมรับ
3.ระวังข้อมูลที่อ้างตัวเลขหรือผลสำเร็จเกินจริง
เช่น การชาร์จไฟได้จำนวนมากในเวลาอันสั้น หรือการอ้างว่าเป็นประเทศแรกโดยไม่มีหลักฐานรองรับ
4.สังเกตว่ามีแหล่งอ้างอิงชัดเจนหรือไม่
หากโพสต์ระบุเพียงคำกล่าวอ้าง แต่ไม่มีเอกสาร หน่วยงาน หรือแหล่งข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน
5.อย่ารีบแชร์ก่อนตรวจสอบข้อเท็จจริง
หากไม่แน่ใจว่าข้อมูลถูกต้องหรือไม่ ควรตรวจสอบกับองค์กรตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนส่งต่อเสมอ










