Profile icon

ครม.เคาะ “ค่าโดยสารร่วมรถไฟฟ้า ไม่เกิน 45 บาท – ยกเลิก 20 บาท ตลอดสาย” เริ่มปี 70

ข่าวจริงDateClock icon16:28|สังคมและสุขภาพ
Thai PBS Verify ตรวจสอบโพสต์อ้าง ครม.ไฟเขียว “ตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 17–45 บาท” พบมีมติจริง ปรับเพดานค่าโดยสารไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว ยกเลิกนโยบาย 20 บาทตลอดสาย พร้อมเก็บค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียวทุกระบบ เตรียมเริ่มใช้ 1 ม.ค. 70

Thai PBS Verify พบข่าวจริงจาก : Facebook  

 

ภาพบัญชีเฟซบุ๊กแชร์ข้อความเกี่ยวกับครม.อนุมัติค่าโดยสารใหม่  

ภาพบัญชีเฟซบุ๊กแชร์ข้อความเกี่ยวกับครม.อนุมัติค่าโดยสารใหม่

 

Thai PBS Verify พบบัญชีเฟซบุ๊ก แชรข้อความระบุว่า 

“ครม.ไฟเขียวตั๋วร่วมรถไฟฟ้า  ทุกสี-ทุกสาย ค่าโดยสาร 17-45 บาท คาดเริ่ม 1 ม.ค. 70”

โพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 69 มีการแสดงความรู้สึก 433 ครั้ง รวมถึงมีการแสดงความคิดเห็น 72 ข้อความ และมีการแชร์ 32 ครั้ง 

ครม. อนุมัติตั๋วร่วมค่าโดยสารรถไฟฟ้าจริงหรือไม่ ? 

Thai PBS Verify ได้ทำการตรวจสอบว่า ครม.อนุมัติตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 17-45 บาทจริงหรือไม่ จึงได้ทำการค้นหาด้วยคำสำคัญ “รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน” ในเว็บไซต์ ทำเนียบรัฐบาล พบว่าเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 69 ครม. มีมติมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนผ่านอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน โดยกำหนดเพดานค่าโดยสารใหม่ไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยวจริง 

โดยรายละเอียดของมติดังกล่าวมีดังนี้ 

คณะรัฐมนตรีมีมติยกเลิกนโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทตลอดสาย (ระยะที่ 2) และหันมาใช้มาตรการใหม่คือ “อัตราค่าโดยสารร่วม” ในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน เพื่อช่วยลดค่าครองชีพประชาชน โดยกำหนดเพดานค่าโดยสารใหม่ไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว และให้รัฐชดเชยส่วนต่างค่าโดยสารแทนผู้โดยสาร พร้อมปรับโครงสร้างการบริหารรถไฟฟ้าให้รวมศูนย์อยู่ภายใต้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) 

รวมถึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งโอนโครงการสำคัญ เช่น สายสีเขียวและสายสีทอง และเจรจากับเอกชนเรื่องรายได้เพื่อคืนประโยชน์ให้ประชาชน 

ทั้งนี้ มาตรการใหม่ใช้งบอุดหนุนน้อยลงแต่ยังคงให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันหน่วยงานด้านงบประมาณและเศรษฐกิจแนะนำให้กำหนดแหล่งเงินและศึกษาความคุ้มค่าอย่างรอบคอบ รวมถึงออกกฎหมายและระบบบริหารจัดการตั๋วร่วมให้ชัดเจนตามกฎหมายใหม่ เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

 

                  

 

มติครม. วันที่ 23 มิ.ย. 69 อนุมัติปรับค่าโดยสารขนส่งมวลชน

มติครม. วันที่ 23 มิ.ย. 69 อนุมัติปรับค่าโดยสารขนส่งมวลชน

 

ขณะเดียวกัน นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลมีมติยกเลิกนโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาท ตลอดสาย (ระยะที่ 2) เนื่องจากปัญหาค่าครองชีพสูงจากราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ รวมถึงโครงสร้างค่าโดยสารที่ซ้ำซ้อนจากหลายผู้ให้บริการ โดยเปลี่ยนมาใช้ “อัตราค่าโดยสารร่วม” แทน เพื่อช่วยลดภาระประชาชน กำหนดค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว ครอบคลุมทุกสาย เก็บค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียว ไม่มีการซ้ำซ้อน ใช้บัตร EMV Contactless Card และมีอัตราพิเศษสำหรับกลุ่มเปราะบาง 

พร้อมมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาระบบบริหารรายได้กลางและออกกฎหมายให้แล้วเสร็จภายในปลายปี 2569 

นอกจากนี้ ยังปรับโครงสร้างการบริหารรถไฟฟ้าแบบรวมศูนย์ โดยให้ รฟม. เป็นหน่วยงานหลักเพียงรายเดียว และเร่งโอนโครงการรถไฟฟ้าสายสำคัญต่าง ๆ มาอยู่ภายใต้การดูแลเดียวกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในระยะยาว

 

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 

อย่างไรก็ตาม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ครม.เห็นชอบมาตรการลดภาระค่าครองชีพประชาชน โดยกำหนด “ค่าโดยสารร่วม” สำหรับรถไฟฟ้าทุกสาย อยู่ในช่วง 17–45 บาทต่อเที่ยว เก็บค่าแรกเข้าเพียงครั้งเดียวในลักษณะตั๋วร่วม ครอบคลุมทุกสีทุกสายทั่วระบบ 

พร้อมตั้งเป้าเริ่มใช้งานภายในวันที่ 1 ม.ค. 70 เป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน โดยกระทรวงคมนาคมจะเร่งหารือจัดทำระบบเคลียริ่งเฮาส์เพื่อบริหารจัดการการเก็บเงินให้ทันตามกำหนดดังกล่าว

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม

นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทมีที่มาอย่างไร? 

นโยบาย รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย”  เป็นนโยบายของ รัฐบาลพรรคเพื่อไทย  ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายหาเสียงสำคัญของพรรคเพื่อไทย ที่ต้องการลดค่าครองชีพประชาชนในเขตเมือง โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมทั้งผลักดันให้เกิด “ระบบตั๋วร่วม” เชื่อมรถไฟฟ้าทุกสายเข้าด้วยกัน 

โดยตั้งเป้าเริ่มดำเนินการในวันที่ 1 ตุลาคม 68 ผ่านการผลักดันกฎหมายสำคัญ 3 ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พระราชบัญญัติระบบตั๋วร่วม และพระราชบัญญัติการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ซึ่งจะเป็นโครงสร้างหลักในการกำกับดูแลระบบราง การเชื่อมโยงตั๋วโดยสารร่วม และการจัดหาแหล่งเงินเพื่อสนับสนุนนโยบายดังกล่าว ในเชิงปฏิบัติ นโยบายนี้มีความเป็นไปได้ แต่ยังขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของกระบวนการนิติบัญญัติ รวมถึงปัจจัยด้านเสถียรภาพทางการเมืองที่อาจส่งผลต่อการเดินหน้านโยบายอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ประเด็นสำคัญที่ยังเป็นความท้าทายคือภาระงบประมาณในการชดเชยรายได้ให้ผู้ประกอบการรถไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เงินหลายพันล้านบาทต่อปี โดยรัฐบาลยืนยันว่าจะไม่ใช้งบประมาณแผ่นดินโดยตรง จึงมีแนวคิดจัดตั้ง “กองทุนตั๋วร่วม” เพื่อเป็นแหล่งเงินหลักในระยะเริ่มต้น ผ่านการนำรายได้สะสมของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) มาใช้ก่อน พร้อมทั้งศึกษาแนวทางจัดเก็บค่าธรรมเนียมรถติด (congestion charge) ในอนาคต เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมเข้าสู่กองทุน อีกทั้งยังมีแนวคิดการซื้อคืนสัมปทานจากเอกชนเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายระยะยาวของประชาชน แต่แนวทางนี้ยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณจำนวนมากและความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ

ซึ่งในวันที่ 8 ก.ค. 68  คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุดไม่เกิน 20 บาทตลอดสาย (ระยะที่ 2) โดยมีรายละเอียดหลักๆ คือ 

กำหนดวันเริ่มใช้: ตั้งเป้าเริ่มต้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ครอบคลุมรถไฟฟ้าทุกสาย ทั้งบนดินและใต้ดินรวม 13 เส้นทาง (เช่น สายสีเขียว, น้ำเงิน, เหลือง, ชมพู, แดง, ม่วง และแอร์พอร์ตลิงก์)

เงื่อนไขสำคัญ: กำหนดให้สิทธิ์เฉพาะผู้มี สัญชาติไทย เท่านั้น และประชาชนจะต้องเข้ามาลงทะเบียนยืนยันตัวตนเพื่อผูกบัตรโดยสาร (เช่น บัตร Rabbit หรือบัตรเครดิต/เดบิต EMV) ผ่านทาง แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ก่อน จึงจะสามารถใช้สิทธิ์เดินทางในราคา 20 บาทได้

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 69 มีการประกาศปรับอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน จากเดิม 17-45 บาท เหลือ 17-44 บาท ในราชกิจษานุเษกษา โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. 69 เป็นต้นไป

 

ค่าโดยสารปัจจุบันเป็นอย่างไร ?

ปัจจุบันรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ มีการคิดค่าโดยสารดังนี้ 

 BTS (สายสีเขียว) คิดค่าโดยสารตามจำนวนสถานี เริ่มต้นประมาณ 17 บาท และสูงสุดราว 47 บาทสำหรับสายหลักในเมือง แต่หากเดินทางต่อเนื่องไปยังส่วนต่อขยายอาจสูงถึงประมาณ 60 บาทต้น ๆ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักใจกลางเมืองและมีผู้ใช้งานหนาแน่นที่สุด 

ขณะที่ MRT สายสีน้ำเงิน (ใต้ดิน) มีค่าโดยสารเริ่มต้นประมาณ 17 บาท สูงสุด 45 บาท คิดตามระยะทาง และเป็นสายวงรอบเมืองที่เชื่อมต่อจุดสำคัญหลายแห่ง เช่น สีลม สุขุมวิท และหัวลำโพง 

ส่วน MRT สายสีม่วง (บางใหญ่–เตาปูน) มีค่าโดยสารเริ่มต้นประมาณ 14 บาท สูงสุด 42 บาท เชื่อมกรุงเทพฯ กับนนทบุรี และสามารถต่อกับสายสีน้ำเงินได้ โดยมีเพดานค่าโดยสารรวมเมื่อเดินทางเชื่อมต่อกัน 

สำหรับสายสีเหลือง (ลาดพร้าว–สำโรง) และสายสีชมพู (แคราย–มีนบุรี) ซึ่งเป็นระบบโมโนเรล มีค่าโดยสารประมาณ 15–45 บาท คิดตามระยะทาง 

ด้านรถไฟฟ้าเชื่อมสนามบินสุวรรณภูมิ (ARL) มีค่าโดยสารประมาณ 15–45 บาท วิ่งจากพญาไทถึงสนามบิน 

ขณะที่รถไฟฟ้าสายสีแดง ซึ่งเป็นรถไฟชานเมือง มีค่าโดยสารเริ่มต้นประมาณ 12 บาท สูงสุดราว 42 บาท ถือเป็นระบบที่ประหยัดที่สุด ให้บริการเส้นทางยาว เช่น บางซื่อ–รังสิต และบางซื่อ–ตลิ่งชัน 

ส่วนสายสีทองเป็นระบบขนาดสั้นแบบอัตโนมัติ ให้บริการเฉพาะช่วงกรุงธนบุรี–ICONSIAM โดยมีค่าโดยสาร 16 บาทตลอดสาย ไม่คิดตามระยะทาง 

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

  1. ตรวจสอบด้วยการค้นหาคำสำคัญ: เมื่อทำการค้นหาคำสำคัญ “รถไฟฟ้าขนส่งมวลชน”   ในเว็บไซต์ ทำเนียบรัฐบาล  พบว่าเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 69 ครม. มีมติมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนผ่านอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน กำหนดเพดานค่าโดยสารใหม่ไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว 
Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน