คลิปอ้าง“อ่างเก็บน้ำคลองระโอก (เขาจุก) กำลังจะแตก” พบเป็นน้ำกัดเซาะหูสปิลเวย์ฝั่งขวา ส่วนตัวเขื่อนยังแข็งแรง

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของข่าวบิดเบือนจาก: Tiktok
ภาพบัญชี Tiktok แชร์คลิปวิดีโอภาพน้ำไหลเชี่ยว พร้อมระบุว่า “ด่วน อ่างเก็บน้ำคลองระโอก (เขาจุก) กำลังจะแตก”
Thai PBS Verify พบบัญชี Tiktok แชร์คลิปวิดีโอภาพน้ำไหลเชี่ยว พร้อมระบุว่า “ด่วน อ่างเก็บน้ำคลองระโอก (เขาจุก) กำลังจะแตก”
โดยโพสต์ดังกล่าวมีการแสดงความรู้สึก 3,039 ครั้ง และมีการแสดงความคิดเห็น 55 ข้อความ รวมถึงมีการแชร์ไปกว่า 806 ครั้ง ถูกโพสต์เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 69
ชลประทานระยอง เร่งระบายน้ำอ่างคลองระโอก
Thai PBS Verify ใช้การค้นหาคำสำคัญพบว่า เพจเฟซบุ๊ก สำนักกรมชลประทานที่เก้า กรมชลประทาน โพสต์ภาพประกาศ เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 28 ก.ย. 69 ระบุว่า “โครงการชลประทานระยอง แจ้งอ่างเก็บน้ำคลองระโอกมีน้ำ 24 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 114% เกินความจุสูงสุด ส่งผลให้อาคารระบายน้ำล้นเสียหายบางส่วน แต่ยังรองรับการระบายน้ำได้
เตรียมเร่งระบายน้ำผ่าน River Outlet อัตรา 6.05 ลบ.ม./วินาที อาจกระทบพื้นที่ริมตลิ่งและพื้นที่ลุ่มต่ำใน 4 ตำบลของ อ.แกลง ขอประชาชนติดตามสถานการณ์และเตรียมรับระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น”
ภาพเพจเฟซบุ๊ก สำนักกรมชลประทานที่เก้า กรมชลประทาน โพสต์ภาพประกาศโครงการชลประทานระยอง แจ้งอ่างเก็บน้ำคลองระโอก
ระยองเฝ้าระวังอ่างเขาจุกใกล้ชิด ยืนยันตัวอ่างยังแข็งแรง
ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก ประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง โพสต์ ข้อความว่า วันที่ 28 ก.ย. 69 นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ พร้อมสั่งระดมกำลังเร่งช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอแกลง เมืองระยอง บ้านค่าย และเขาชะเมา
โดยมีการระบุว่า “ เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำเขาจุกอย่างใกล้ชิด โดยกรมชลประทานยืนยันว่า ตัวอ่างยังมีความแข็งแรง ขณะเดียวกันเร่งอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ล่าสุดเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่แล้วประมาณ 80–90%”
ภาพเพจเฟซบุ๊ก ประชาสัมพันธ์จังหวัดระยอง โพสต์ ข้อความว่า วันที่ 28 ก.ย. 69 นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่
ต่อมา ศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย แถลงว่า อ่างเก็บน้ำคลองระโอก(เขื่อนเขาจุก) จากข่าวที่มีการแชร์กันว่า เขื่อนกำลังจะแตกนั้น ตรวจสอบแล้วตัวเขื่อนดินไม่ได้แตก แต่เป็นบริเวณด้านข้างเรียกว่า หูสปิลเวย์ (ทางระบายน้ำล้น ) ฝั่งขวาได้รับความเสียหายจากน้ำกัดเซาะ กรมชลประทานเข้าไปแก้ไขอยู่ในขณะนี้ สำหรับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ต.ทุ่งควายกิน อ.แกลง ต.น้ำเป็น อ.เขาชะเมา ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากหน่วยงาน ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกัน เพจเฟซบุ๊กอบต.ทุ่งควายกิน ยืนยันว่า เขื่อนไม่ได้มีการแตก แต่ขอให้ประชาชนคอยเฝ้าระวัง และติดตามข่าว
ภาพเพจเฟซบุ๊กอบต.ทุ่งควายกิน ยืนยันว่า เขื่อนไม่ได้มีการแตก แต่ขอให้ประชาชนคอยเฝ้าระวัง และติดตามข่าว
เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
Thai PBS Verify ตรวจสอบพบว่า อ่างเก็บน้ำคลองระโอก (เขื่อนเขาจุก) ไม่ได้แตก ตามที่มีการแชร์ใน TikTok แต่ระดับน้ำในอ่างเกินความจุสูงสุด และบริเวณหูสปิลเวย์ (ทางระบายน้ำล้น) ฝั่งขวาได้รับความเสียหายจากน้ำกัดเซาะ ขณะที่กรมชลประทานเร่งดำเนินการแก้ไขและระบายน้ำออกจากอ่าง
หน่วยงานในพื้นที่ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและริมตลิ่ง ติดตามสถานการณ์น้ำและประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการระบายน้ำอาจส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่เพิ่มสูงขึ้น
กระบวนการตรวจสอบ
- ตรวจสอบด้วยการใช้คำสำคัญ: ใช้การค้นหาคำสำคัญพบว่า สำนักกรมชลประทานที่เก้า กรมชลประทาน กรมชลประทานแจ้งอ่างเก็บน้ำคลองระโอกมีน้ำ 114% เกินความจุสูงสุด ส่งผลให้อาคารระบายน้ำล้นเสียหายบางส่วน แต่ยังระบายน้ำได้ เตรียมระบายน้ำผ่าน River Outlet อัตรา 6.05 ลบ.ม./วินาที อาจกระทบพื้นที่ลุ่มต่ำและริมตลิ่ง 4 ตำบลใน อ.แกลง ขอประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
- ตรวจสอบด้วยแหล่งข้อมูล: ผู้ว่าฯ ระยองติดตามสถานการณ์น้ำท่วมใน 4 อำเภอ พร้อมสั่งระดมกำลังช่วยเหลือและเร่งอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำเขาจุกอย่างใกล้ชิด โดยกรมชลประทานยืนยันตัวอ่างยังแข็งแรง และอพยพประชาชนแล้วประมาณ 80–90%
- ตรวจสอบด้วยแหล่งข้อมูล: ศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมฯ ยืนยันเขื่อนคลองระโอก (เขื่อนเขาจุก) ไม่ได้แตก แต่บริเวณหูสปิลเวย์ฝั่งขวาได้รับความเสียหายจากน้ำกัดเซาะ และกรมชลประทานเร่งแก้ไขพื้นที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ ต.ทุ่งควายกิน อ.แกลง และ ต.น้ำเป็น อ.เขาชะเมา ขอประชาชนติดตามประกาศจากหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
- ตรวจสอบด้วยแหล่งข้อมูล: เพจเฟซบุ๊กอบต.ทุ่งควายกิน ยืนยันว่า เขื่อนไม่ได้มีการแตก แต่ขอให้ประชาชนคอยเฝ้าระวัง และติดตามข่าว
ผลกระทบข้อมูลเท็จ
- ทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนกและเข้าใจสถานการณ์น้ำในพื้นที่คลาดเคลื่อน
- อาจทำให้ประชาชนในพื้นที่เร่งอพยพโดยไม่จำเป็น หรือเดินทางออกจากพื้นที่อย่างเร่งรีบ
- ทำให้ประชาชนสับสนระหว่างสถานการณ์จริงกับข้อมูลที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์
- อาจส่งผลต่อการติดตามและรับมือสถานการณ์ของประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่
- ทำให้ข้อมูลที่ถูกต้องจากหน่วยงานราชการถูกกลบด้วยข้อมูลที่คลาดเคลื่อนหรือเกินจริง
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
- ตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานราชการหรือแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ
- ตรวจสอบวัน เวลา และสถานที่ของคลิปหรือภาพ เพื่อดูว่าเป็นเหตุการณ์ปัจจุบันหรือไม่
- หากพบข้อมูลที่อ้างว่าเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำมีความผิดปกติ ควรติดตามประกาศจากกรมชลประทานและหน่วยงานในพื้นที่โดยตรง
- หลีกเลี่ยงการแชร์ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน โดยเฉพาะข้อความที่อาจสร้างความตื่นตระหนก
บทความที่เกี่ยวข้อง
บทความที่ได้รับความนิยม









