ตรวจสอบแล้ว : โพสต์อ้างแม่ทัพภาคที่ 1 เสนอมอบสัญชาติไทยให้ชาวกัมพูชา กองทัพภาคที่ 1 ยืนยันเป็นข้อมูลเท็จ

ข่าวปลอมDateClock icon19:20|การเมือง
Thai PBS Verify ตรวจพบคลิปบน TikTok บิดเบือนคำกล่าวแม่ทัพภาคที่ 1 โดยใช้ภาพจริงแต่โยงเนื้อหาผิดจากข้อเท็จจริง อ้างว่า พล.ท.อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 เสนอมอบสัญชาติไทยให้ชาวกัมพูชา ด้านกองทัพภาคที่ 1 ยืนยันไม่เคยเสนอเรื่องมอบสัญชาติ พร้อมเตือนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาข่าวปลอมจาก : TikTok

Thai PBS Verify ตรวจสอบพบบัญชีผู้ใช้ TikTok รายหนึ่งโพสต์คลิปอ้าง พล.ท.อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 และฝ่ายความมั่นคงเสนอให้มอบสัญชาติไทยให้ชาวกัมพูชาพื้นที่บ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ทำให้โพสต์วิดีโอดังกล่าวปรากฏยอดรับชมกว่า 1.7 แสนครั้ง และจำนวนถูกใจกว่า 2,000 ครั้ง 

เมื่อค้นหาโดยการใช้คำสำคัญ ด้วยคำว่า “แม่ทัพภาคที่ 1 แถลงข่าว” พบว่าภาพดังกล่าวตรงกับรายงานของสื่อหลายสำนัก ที่เผยแพร่รายงานข่าวเมื่อวันที่ 22 ส.ค. 68 กรณีคณะ IOT (Interim Observer Team)  8 ประเทศ ประกอบด้วย ทหารผู้ช่วยทูตจาก 8 ประเทศสมาชิกอาเซียน ได้เดินทางมาที่สระแก้ว โดยมีแม่ทัพภาคที่ 1 ให้การต้อนรับ ก่อนลงพื้นที่ชายแดนบ้านหนองจาน อ.โคกสูง เพื่อประชุมรับฟังภาพรวมและติดตามการปฏิบัติในพื้นที่ชายแดน รายงานข่าวที่พบได้แก่ 

เมื่อนำภาพจากโพสต์ TikTok ดังกล่าวมาเปรียบเทียบกับภาพจากรายงานของสถานีวิทยุกระจายแห่งประเทศไทยจังหวัดสระแก้ว (สวท.สระแก้ว) และสำนักข่าวข่าวไทย พบว่า เป็นภาพจากเหตุการณ์วันเดียวกันที่จังหวัดสระแก้ว

ภาพบันทึกเปรียบเทียบ (ภาพแรก) โพสต์ใน TikTok ที่อ้าง มทภ.1 กล่าวว่าเสนอให้มอบสัญชาติไทยกับชาวกัมพูชา ซึ่งพบว่าไปตรงกับ ภาพที่ 2 (ภาพจาก สวท.สะแก้ว) และภาพที่ 3 (ภาพจากสำนักข่าวไทย) ตามลำดับ

กองทัพภาค 1 ยืนยัน มทภ.1 ไม่เคยแสดงความเห็นเรื่องมอบสัญชาติให้ชาวกัมพูชา

ทางด้านกองทัพภาคที่ 1 ออกมายืนยันผ่านเพจ Facebook ยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นเท็จ

ระบุว่า

ระวังข่าวปลอม

 แม่ทัพภาคที่ 1 และฝ่ายความมั่นคง ไม่เคยให้สัมภาษณ์หรือแสดงความคิดเห็น เรื่องการมอบสัญชาติไทยให้กับชาวกัมพูชาที่อาศัยในพื้นที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว

ภาพจาก Facebook กองทัพภาคที่ 1

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

ตรวจสอบโดยใช้คำสำคัญในการค้นหา : ใช้คำหรือประโยคสำคัญในการค้นหา เช่น “แม่ทัพภาคที่ 1 แถลงข่าว” พบว่าไปข้อมูลไปตรงกับเหตุการณ์ วันที่  22 ส.ค. 68 ที่ไม่ได้มีเนื้อหาพูดเกี่ยวกับการมอบสัญชาติให้ชาวกัมพูชาแต่อย่างใด

ผลกระทบจากการรับข้อมูลข่าวปลอมลักษณะนี้

1. สร้างความเข้าใจผิดในสังคม

  • ผู้คนที่ได้รับข้อมูลโดยไม่ตรวจสอบ อาจเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องจริง และส่งต่อข่าวปลอมเป็นจำนวนมาก

 2. ทำลายความเชื่อมั่นในหน่วยงานรัฐ

  • ภาพลักษณ์ของแม่ทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 1 อาจเสียหายจากการถูกโยงเข้ากับประเด็นอ่อนไหว ผ่านการ Discredit

 3. กระตุ้นความขัดแย้งทางเชื้อชาติ

  • เนื่องจากเรื่องสัญชาติเป็นประเด็นอ่อนไหว อาจนำไปสู่ความเกลียดชังหรือเหยียดเชื้อชาติ ผ่านคอมเมนต์หรือการแชร์ข่าวที่ผิด

นอกจากนี้เรายังพบว่ามีผู้คนไปร่วมแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมากในลักษณะเข้าใจผิด ตามที่โพสต์อ้างบิดเบือนข้อมูล

Guidelinesข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

  1. ตรวจสอบแหล่งที่มา
    • ตรวจดูแหล่งที่มาของข้อมูลว่ามีความน่าเชื่อถือหรือไม่
    • สังเกตว่าเนื้อหามี ถ้อยคำเร้าอารมณ์ หรือปลุกปั่นอารมณ์หรือไม่
    • ตรวจสอบวันเวลาและบริบทของเหตุการณ์
  1. ไม่แชร์ต่อทันที หากไม่แน่ใจ อย่าแชร์ เพราะอาจกลายเป็น ส่วนหนึ่งของการกระจายข่าวปลอม
Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน

“ศรัทธาพยากรณ์อากาศ” เมื่อ “ความถูกใจ” ไม่สามารถวัดได้ด้วย “ความถูกต้อง”

“ศรัทธาพยากรณ์อากาศ” เมื่อ “ความถูกใจ” ไม่สามารถวัดได้ด้วย “ความถูกต้อง”

เกิดกระแสความตื่นตระหนกในโลกออนไลน์ หลังเพจพยากรณ์อากาศอิสระเตือนภัย "มหาอุทกภัย" ในภาคตะวันออกและกรุงเทพฯ ภายใน 120 ชั่วโมง จนกลายเป็นไวรัลสะเทือนโซเชียล อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน และนักวิชาการ ได้ออกมาโต้แย้งข้อมูลดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยมีฝนตกหนักจริง แต่ปริมาณน้ำยังห่างไกลจากมหาอุทกภัยปี 2554 อย่างสิ้นเชิง ปรากฏการณ์นี้สะท้อนภาพ "ศรัทธาพยากรณ์อากาศ" ที่เกิดขึ้นเมื่อความถูกใจของสังคมวิ่งนำความถูกต้องของข้อมูลวิชาการ

23 ก.ย. 69

Open article
ตรวจสอบข่าวปลอมทักเลย!