EN

แชร์

Copied!

ตรวจสอบแล้ว : นักข่าวกัมพูชาอ้างคลิปหญิงไทยร่ำไห้ ติดต่อลูกชายไม่ได้จากเหตุปะทะชายแดน แท้จริงคลิปเก่าเหตุ สตง. ถล่ม

27 ส.ค. 6819:35 น.
การเมือง#ข่าวปลอม
ตรวจสอบแล้ว : นักข่าวกัมพูชาอ้างคลิปหญิงไทยร่ำไห้ ติดต่อลูกชายไม่ได้จากเหตุปะทะชายแดน แท้จริงคลิปเก่าเหตุ สตง. ถล่ม

ตรวจสอบพบผู้ใช้บัญชีดังของกัมพูชา เผยแพร่คลิปสัมภาษณ์ญาติผู้สูญหายจากเหตุอาคาร สตง. ถล่มในเหตุแผ่นดินไหว ปี 68 พร้อมแปลข้อความบิดเบือนอ้างว่าเป็นแม่ผู้สูญหายจากเหตุความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา จนมียอดเข้าชมกว่า 1.5 ล้านครั้ง

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาข่าวปลอมจาก : Facebook

ตรวจสอบพบเพจผู้ใช้ Facebook ชาวกัมพูชา ที่มียอดผู้ติดตาม 89,619 คน โพสต์ข้อความโดยใช้คลิปพร้อมคำกล่าวอ้างว่า เป็นสัมภาษณ์แม่ผู้สูญหายจากเหตุการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยปรากฏยอดวิวของโพสต์ดังกล่าวกว่า 1.5 ล้านครั้ง ยอดการถูกใจกว่า 3 พันครั้ง และถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 68 ที่ผ่านมา

ระบุว่า

នេះហើយជាលទ្ធផលឈ្លានពាន ចង់បានរបស់គេ គ្មានមូលហេតុ​!!!!!!!!! លទ្ធផលចុងក្រោយគឺអញ្ចឹង!!!!!!!!

កូនប្រុស របស់គាត់6 នាក់បាត់ដំណឹងនាក់ទាក់ទងមិនបានទាំងអស់ គួរឱ្យសង្វែក នេះហើយទឹកចិត្តជាម្ដាយ

នេះហើយសំដីមេភូមិភាគ 2 ថៃ (បីថ្ងៃចប់សព្វគ្រប់)

แปล

นี่คือผลลัพธ์ของความก้าวร้าว ความปรารถนาอย่างไร้เหตุผลของพวกเขา!!!!!!!! ผลลัพธ์สุดท้ายคือสิ่งนี้!!!!!!!!

“ลูกชายทั้ง 6 คนของเขาหายตัวไป ไม่มีใครติดต่อพวกเขาได้ มันน่าเศร้าใจ นี่คือหัวใจของแม่” นี่คือคำแถลงของหัวหน้าภาค 2 ประเทศไทย (3 วันที่แล้ว)

เมื่อนำข้อความในภาพของโพสต์ดังกล่าวไปแปลภาษาพบว่า ใช้คำกล่าวอ้างว่าผู้เสียหายในภาพไม่สามารถติดต่อลูกชาย 6 คนได้

แท้จริงคือภาพจากเหตุการณ์ตึก สตง. ถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว กทม. ปี 68

Thai PBS Verify ใช้เครื่องมือตรวจสอบภาพ Google Lens พบว่าส่วนหนึ่งของคลิปดังกล่าวไปตรงกับการสัมภาษณ์ญาติผู้สูญหายจากเหตุอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ ถล่มลงระหว่างเหตุแผ่นดินไหว กทม. เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 68 ตามรายงานข่าวของเว็บไซต์ข่าว Amarin TV 

ระบุพาดหัวและเนื้อหารายงานว่า

เมียร่ำไห้ ตามหา ผัว-ลูก-เพื่อน รวม 6 ชีวิต ติดซากตึกถล่มแผ่นดินไหว

ญาติของผู้สูญหาย เดินมายืนดูซากอาคารที่พังถล่ม พร้อมทั้งร้องไห้ และมีอาการจะเป็นลม ก่อนที่จะเล่าว่า มีทั้งหมด 6 ชีวิต ที่ติดค้างอยู่ภายในซากอาคารนั้น ที่เป็นครอบครัว ทั้งสามี ลูกชาย และเพื่อนสนิทอีก 4 คน  โดยทั้งหมดทำงานเป็นช่างไฟอยู่ที่ชั้น 27 ของอาคารดังกล่าว 

บันทึกภาพหน้าจอ ขณะใช้ Google Lens ค้นหาส่วนหนึ่งในคลิป พบว่าปรากฏเนื้อหาตามรายงานของอมรินทร์ทีวี

เมื่อนำคลิปจากโพสต์ที่บิดเบือนมาเปรียบเทียบกับคลิปเหตุการณ์ตึก สตง. ถล่ม พบว่าเป็นคลิปเดียวกัน

(ภาพแรก) เป็นภาพจากโพสต์ที่บิดเบือนของผู้ใช้ Facebook ชาวกัมพูชาอ้างว่าเป็นการสัมภาษณ์ญาติผู้สูญหายจากเหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา (ภาพ 2 และ 3) เป็นส่วนหนึ่งจากคลิปของ Amarin TV Online และ Amarin News ตามลำดับ

นอกจากนี้เรายังพบว่า คลิปดังกล่าวนำข้อความภาษากัมพูชามาทับข้อความภาษาไทย จากเดิมที่ระบุข้อความเกี่ยวกับเหตุการณ์ตึก สตง. ถล่ม เมื่อขยายข้อความในภาพจะเห็นคำว่า “ใต้ซากตึก”

ภาพบันทึกหน้าจอคลิปบิดเบือนมีการนำข้อความภาษากัมพูชามาทับข้อความภาษาไทย

จากการตรวจสอบของ Thai PBS Verify พบว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นข่าวปลอมที่มีลักษณะบิดเบือน สร้างความเข้าใจผิด และมีเจตนาโจมตีทางการเมืองภายใต้บริบทของความขัดแย้งระหว่างประเทศ

โดยคลิปวิดีโอที่ถูกนำมาเผยแพร่ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ไทย-กัมพูชา แต่อย่างใด แต่เป็นภาพจากเหตุการณ์เก่า ในการสัมภาษณ์ญาติผู้สูญหายจากกรณีอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม ระหว่างแผ่นดินไหวในกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 68

กระบวนการตรวจสอบ

ตรวจสอบโดยใช้เครื่องมือตรวจสอบภาพ Google Lens : ภาพส่วนหนึ่งของคลิปที่นำมากล่าวอ้างในลักษณะบิดเบือนว่าเป็นสัมภาษณ์ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระหว่างไทย-กัมพูชา เมื่อนำมาตรวจสอบโดยใช้ Google Lens พบว่าตรงกับรายงานของเว็บไซต์ข่าวของ Amarin TV พบว่าเป็นเหตุการณ์ช่วงแผ่นดินไหว วันที่ 28 เม.ย. 68 

ผลกระทบจากการรับข้อมูลข่าวปลอมลักษณะนี้

  1. บิดเบือนข้อเท็จจริงในสถานการณ์เปราะบาง การนำคลิปจากเหตุการณ์อื่นมาแอบอ้างว่าเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นการบิดเบือนข้อมูลในช่วงเวลาที่ผู้คนอ่อนไหว ทำให้การตัดสินใจหรือท่าทีต่อเหตุการณ์จริงคลาดเคลื่อน ไม่อิงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
  2. ปลุกกระแสความเกลียดชัง ขยายความขัดแย้งระหว่างประเทศ ข้อความที่แปลและเผยแพร่ในโพสต์ดังกล่าว ใช้ถ้อยคำรุนแรง โดยมีเจตนาโยงเหตุไปยังอีกฝ่ายหนึ่งโดยไม่มีหลักฐานชัดเจน ซึ่งอาจกระตุ้นอารมณ์โกรธชัง และนำไปสู่ความตึงเครียดทางสังคมหรือการเมืองระหว่างประเทศ
  3. ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด หลงเชื่อข้อมูลเท็จ ผู้ที่ไม่ได้ตรวจสอบหรือไม่ทราบข้อเท็จจริงอาจเชื่อว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริงในบริบทใหม่ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดอย่างกว้างขวาง และอาจนำไปสู่การแชร์ต่อโดยไม่ตั้งใจ กลายเป็นการขยายข่าวปลอมอย่างรวดเร็ว
  4. สร้างความเสียหายต่อบุคคลในคลิป และครอบครัว บุคคลในคลิปที่แท้จริงอาจถูกเข้าใจผิด หรือถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างข่าวปลอม การนำภาพไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตในบริบทที่บิดเบือน อาจสร้างกระทบต่อจิตใจและสิทธิส่วนบุคคลของผู้เสียหาย

ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

  1. อย่าแชร์ทันที  หยุดพิจารณาว่าข้อมูลมาจากแหล่งน่าเชื่อถือหรือไม่
  2. ใช้เครื่องมือช่วยตรวจสอบภาพและคลิป เช่น Google Lens
  3. รายงานโพสต์ดังกล่าว กดรายงานโพสต์ที่มีลักษณะเข้าข่ายบิดเบือน บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียนั้น ๆ