ตรวจสอบแล้ว : สื่อดังรายงานภาพศพทหารกัมพูชา แท้จริงเป็นภาพศพทหารเมียนมาจากเหตุการณ์เมื่อปี 2023

จากการตรวจสอบเรื่องนี้ Thai PBS Verify พบว่าเป็นข่าวปลอม โดยสื่อแห่งหนึ่งนำภาพเหตุการณ์เก่าจาก ปี 2023 ซึ่งเป็นภาพศพทหารเมียนมา มารายงานข่าวอ้างว่าเป็นภาพศพทหารกัมพูชา จากเหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา
Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาข่าวปลอมจาก : YouTube
ตรวจสอบพบสำนักข่าวช่อง 8 รายงานข่าวเกี่ยวสถานการณ์ไทย-กัมพูชาผ่านรายการลุยชนข่าว โดยผู้ประกาศข่าวชายรายงานข่าวว่าได้รับรูปซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญจากทหาร ว่าทหารของกัมพูชาเสียชีวิตจำนวนมาก พร้อมอ้างภาพประกอบมีจำนวนผู้เสียชีวิต 10 คน และพาดหัวข่าวระบุว่า
กลิ่นเหม็นคละคลุ้ง! “ทหารเขมร” รบเพื่อชาติ ถูก “ฮุน เซน” ทิ้งร่างให้หนอนกิน
ซึ่งได้เผยแพร่รายงานดังกล่าว เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 68
อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบโดยใช้เครื่องมือตรวจสอบภาพ Google Lens พบว่าภาพดังกล่าวเป็นภาพที่ถูกเผยแพร่ในเว็บไซต์ Reddit เมื่อปี 2023 (2566) ระบุ อ้างว่าเป็นภาพทหารเมียนมา ที่เสียชีวิตบริเวณ Namhkam รัฐฉาน ซึ่งบ่งชี้ว่าเป็นภาพจากเหตุการณ์เก่า ไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ไทย-กัมพูชาแต่อย่างใด
ภาพบันทึกที่พบจากเว็บไซต์ Reddit เมื่อปี 2023
ภาพเปรียบเทียบระหว่างภาพจากการรายงานข่าวของรายการลุยชนข่าว ช่อง 8 ที่อ้างว่าเป็นศพทหารกัมพูชา (ด้านบน) และภาพที่พบจากแพลตฟอร์ม Reddit ที่อ้างว่าเป็นภาพศพทหารเมียนมา เมื่อปี 2023 (ด้านล่าง)
นอกจากนี้เรายังตรวจสอบพบว่าภาพเครื่องหมายประจำหน่วยที่แขนเสื้อของศพทหารนั้น ไปตรงกับข้อมูลในสื่อออนไลน์ด้านความมั่นคงรวมถึงข้อมูลข่าวในเว็บไซต์ข่าว Khit Thit Media ของเมียนมา ซึ่งบ่งชี้ว่าเป็นเครื่องหมายประจำหน่วยของทหารเมียนมา (กองบัญชาการกองพลทหารราบเบาที่ 101 เมียนมา)
ภาพเครื่องหมายประจำหน่วยจากแขนเสื้อศพทหารเมียนมา
ภาพอ้างอิงจากเว็บไซต์ออนไลน์ที่ให้ข้อมูลข่าวสารด้านความมั่นคง
ภาพเครื่องหมายประจำหน่วยจากแขนเสื้อศพทหารที่ค้นหาเจอในเว็บไซต์ข่าวออนไลน์
กระบวนการตรวจสอบ
ตรวจสอบด้วยเครื่องมือค้นหาภาพ Google Lens : นำภาพจากการนำเสนอข่าวของรายการลุยชนข่าวที่อ้างว่าเป็นภาพศพทหารกัมพูชา ค้นหาด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ พบว่าภาพไปตรงกับเหตุการณ์เก่าเมื่อปี 2023 อีกทั้งยังพบว่าเป็นภาพศพของทหารเมียนมา ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ไทย-กัมพูชาแต่อย่างใด
ผลกระทบจากการรับข้อมูลข่าวปลอมลักษณะนี้
1. ปลุกกระแสความเกลียดชังและความเข้าใจผิดระหว่างประชาชน
- ข่าวที่แสดงภาพรุนแรง พร้อมพาดหัวกระตุ้นอารมณ์ อาจสร้างความโกรธ ชิงชัง หรืออคติต่อประเทศเพื่อนบ้าน
- กระตุ้นให้เกิดการแสดงความคิดเห็นรุนแรงในโลกออนไลน์ ซึ่งอาจลุกลามเป็นความขัดแย้งระดับสังคม
2. กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและเพิ่มระดับความรุนแรงของความขัดแย้ง
- เสี่ยงต่อการเกิดความตึงเครียดทางการทูต หรือกระทั่งส่งผลต่อความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และชายแดน
3. ทำลายความน่าเชื่อถือของสื่อ
- เมื่อประชาชนทราบภายหลังว่าข่าวเป็นเท็จ จะลดความเชื่อมั่นต่อสื่อที่นำเสนอ และทำให้สังคมตั้งคำถามกับคุณภาพข่าวสาร
- สร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชน
ภาพบันทึกหน้าจอมีคนเข้าไปแสดงความคิดเห็นใต้คลิปข่าว
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
1.อย่าแชร์ต่อทันที
- หากรับรู้ว่าเป็นข้อมูลเท็จ ให้หยุดและตรวจสอบก่อน อย่าด่วนแชร์ภาพหรือข้อความ เพราะอาจเป็นการกระจายข่าวปลอมโดยไม่ตั้งใจ
2.ใช้เครื่องมือตรวจสอบภาพเพื่อตรวจสอบแหล่งที่มา
-
เช่น Google Lens เพื่อตรวจสอบว่าภาพดังกล่าวเคยปรากฏที่ใดมาก่อนหรือไม่









