Profile icon

ชายไร้บ้านเพลินจิตถูกอ้างเป็นอดีตกัปตัน Philippine Airlines สายการบินยืนยัน “ตัวจริงยังปฏิบัติงานอยู่”

ข่าวปลอมDateClock icon22:23|รอบโลก
Thai PBS Verify ตรวจสอบโพสต์โซเชียลฯ แชร์ภาพชายไร้บ้านย่าน BTS เพลินจิต ถูกอ้างเป็นอดีตกัปตัน Philippine Airlines ขณะที่สายการบินยืนยัน “กัปตันตัวจริงยังปฏิบัติงานอยู่”

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของข่าวปลอมจาก : Facebook

เพจเฟซบุ๊กแชร์ภาพคนไร้บ้านพร้อมข้อความระบุว่า ชายไร้บ้านเป็นอดีตกัปตันสายการบินฟิลิปปินส์แอร์ไลน์ 

เพจเฟซบุ๊กแชร์ภาพคนไร้บ้านพร้อมข้อความระบุว่า ชายไร้บ้านเป็นอดีตกัปตันสายการบินฟิลิปปินส์แอร์ไลน์

 

Thai PBS Verify พบผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ กั๊ก บายอัส โมเดลลิ่ง  แชร์ภาพคนไร้บ้านนอนอยู่บริเวณสถานีเพลินจิต พร้อมข้อความระบุว่า 

“จากนักบินมาสู่จุดนี้ได้ยังไง !!เขาชื่อว่า  MR. LARRY MALPAYA (แลร์รี มัลปายา) 

กั๊กเห็นเขาได้รับบาดเจ็บนอนอยู่ใต้บันไดทางขึ้น BTS เพลินจิตริมถนนตรงปากซอยบ้านตอนประมาณ 10.30 น. 28 กรกฎาคม 2569 สภาพท่านอนตามรูป เราดูบาดแผลใกล้ๆ มันแห้งแตกมีน้ำหนองไหลเยิ้มขาบวมแดง จนน่าตกใจอาการนี้ติดเชื้อรุนแรงมาก จากการสอบถามพี่ รปภ.ตึกคิวเฮาส์ ได้ความว่าเขามานอนตรงนี้ตั้งแต่

วันที่ 27 กรกฏาคม 2569  พี่เขาได้ประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาให้การช่วยเหลือเห็นแกบอกมีหลายหน่วยงานเข้ามาก็ทำอะไรไม่ได้ เขาบอกว่าตัวผู้ป่วยปฏิเสธที่จะไปรักษา เลยไม่มีใครได้พาเขาส่งโรงพยาบาลได้สักคน…

หลังจากลงไปสอบถามข้อมูลแล้วได้เห็นมีน้องผู้หญิงจากมูลนิธิกระจกเงามาถ่ายรูปเขาอยู่ไกล ๆ ด้วย จึงได้สอบถามเพิ่มเติมว่าจะช่วยเขาอย่างไร น้องบอกมาว่าจะให้รถพยาบาลที่รู้จักมารับตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลที่มีข้อตกลงกันไว้เกี่ยวกับระบบประสาทในวันพรุ่งนี้ 

29 กรกฏาคม 2569 ซึ่งเราดูจากสภาพบาดแผลแล้วคงไม่ทันการ …พอถามว่าได้คุยกับเขาหรือน้องยังไม่ได้เข้าไปคุย เห็นว่าสอบถามคนในพื้นที่บอกมาว่าเขาดูเหมือนคนสติไม่ดี มีคนทำแผลให้เขาดึงที่พันแผลออกเลยไม่ได้คุย !! (ผมกลัมมาถามพี่รปภ. เขาบอกว่าตั้งแต่เมื่อวานที่หน่วยงานอื่น ๆ เข้ามามีใครมาทำแผลให้ไหม เขาบอกไม่มีใครทำให้เขาเลยน่าสงสารจริง ๆ )

ในเมื่อไม่มีใครเข้าไปคุยกับเขา เราก็เริ่มเลยครับ เริ่มจากถามว่าแผลเป็นโดนอะไรมาเขา บอกว่าเป็นเบาหวานแล้วทำไม่เมื่อวานมีคนมาจะพาไปส่งโรงพยาบาลทำไมไม่ไป เขาบอกว่าเงินเขาไม่มี ประกันชีวิตก็ไม่มี พาสปอร์ตก็หายกลัวไม่มีเงินจ่าย !!

เขาถามเรากลับมาว่ามีน้ำไหมเขาหิวน้ำ เราเห็นเขากำลังจะหันไปหยิบขวดน้ำเกลือ เลยเดินไปเอาน้ำด่างจากรถไปให้เขาก่อนหนึ่งขวดพร้อมเปิดฝาให้ เขาดื่มหมดในครั้งเดียวในท่านอนแบบนั้น เพราะเขาลุกไม่ไหวแล้ว จึงได้พูดคุยเพิ่มเติมได้รู้ชื่อเขาว่า Larry ตอนนี้เขาบอกอยากได้มะระขี้นก ถามเรามาว่าหาให้เขาได้ไหม พร้อมกับพยามรูดซิปเปิดกระเป๋ากางเกงข้างขวาด้วยมือข้างขวาข้างเดียวเราก็ไปช่วยเปิดให้เชื่อไหมครับ Larry หยิบเงินส่งมาให้ 120 บาท ให้ผมไปซื้อมะระขี้นกให้หน่อยเซเว่นในซอยมีขาย.. เราบอกให้เขาเก็บเงินไว้เดี๋ยวซื้อให้เอง พร้อมช่วยเขาเก็บเงินใส่กระเป๋าตามเดิม..เรากลัวเข้าใจมะระขี้นกผิดอะไรขายในเซเว่น จึงค้นหาในรูปมะระขี้นก Google ให้ดูว่าเราเข้าใจตรงกันไหมมะระขี้นกเดียวกันไหม คืนเขาบอกอยากได้แบบเป็นแคปซูลมันรักษาเบาหวาน

เราจึงเข้ามาดูเซเว่นในซอยที่มีร้านขายอยู่ด้วยซึ่งสาขานี้ไม่มีมะระขี้นกแบบแคปซูล ก็เลยซื้อยาแก้อักเสบแก้ปวด น้ำดื่ม,ขนมปัง ไปฝากเขาเพิ่มเติม พอกลับจากเซเว่นมาถึงได้ให้เขากินยาพารากับแก้อักเสบอย่างละ 2 เม็ด พร้อมเปิดน้ำให้กินตาม เขาแกะขนมปังกินต่อ เราก็เริ่มถามถึงชื่อเต็ม ๆ นามสกุล ของเขาแต่ก็ฟังยาก จึงไปขอกระดาษปากาจากพี่ รปภ. มาให้เขียนชื่อให้จึงได้มาว่าเขา ชื่อ Mr. Larry Malpaya  พร้อมถามถึงครอบครัว Mr.Larry บอกว่ามีภรรยาอยู่ปทุมธานี เธอชื่อรุ่งนภา สัง..(น่าจะเลิกกันไปแล้วจำเบอร์โทรไม่ได้) พร้อมกับร้องไหเมื่อเราถามถึงเธอเพิ่มเติมจึงไม่ถามต่อ.. 

เขาเล่าว่าอยู่เมืองไทยมา 20 กว่าปี ตอนนี้อายุ 58 ปีแล้ว ถามว่าเขาทำอาชีพอะไรเขาบอกเขาเคยเล่นหุ้นมาก่อน !! พร้อมน้ำตาซึมอีกรอบ ..

เราได้แต่ปลอบใจให้เขาสู้ต่อพร้อมทั้งบอกเขาว่าเดี๋ยววันนี้จะมีรถพยาบาลมารับให้ไปรักษาตัวก่อน เดี๋ยวจะมีทีมติดต่อสถานทูตให้เอง เขาตอบรับ ระหว่างที่คุยกันผมได้ลอง search ชื่อเขาใน Google มันขึ้นชื่อ นี้ บน Twitter พร้อมเป็นรูปถ่ายของกัปตันเครื่องบิน จึงได้ส่งไปให้เขาดูพร้อมถามว่านี่คุณหรอ !! เขาร้องไห้หนักกว่าทุกครั้งหลังจากหยุดร้องไห้ เขาเล่าว่าเขาเป็นกัปตันของฟิลิปปินส์ คือสายการบินแห่งชาติPhilippine Airlines และยังเคยเป็นกัปตันให้กับแอร์เอเชียฟิลิปปินส์มาก่อนด้วยเคยบินมาลงดอนเมืองบ่อยๆ ด้วย..

เราก็ได้แต่บอกให้เขาสู้ ๆ นะ ก่อนออกมา ตอน 11.30 น ก็ได้เน้นย้ำให้เขาไปโรงพยาบาลถ้ามีรถมารับ เวลาประมาณ 20.30 ออกไปแวะหาพี่รปภ. ที่ตึก Q House ก็ได้ความว่ามีรถพยาบาลมารับเขาตอนเวลาประมาณบ่าย 3 โมง มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และน้องจาก มูลนิธิกระจกเงา ร่วมกันนำส่ง โรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อย ขอให้เขาปลอดภัยไม่ต้องโดนตัดขานะครับ

ปล. เราอาจจะไม่ยืนยันว่าตัวตนของเขาจะชื่อ Mr.LARRY MALPAYA จริงไหมแต่มาดูที่หน้า Twitter ของเขาก็โพสต์แต่เรื่องราวเกี่ยวกับ หุ้นทั้งนั้นเลยเมื่อ 12 ปีที่แล้ว ซึ่งมันตรงกับที่เขาเล่าให้ฟังว่า เขาเล่นหุ้นจนหมดตัวก่อนที่เราจะไปเจอชื่อบัญชี Twitter เขาอีก ถ้าใครคุ้นหน้า หรือเคยรู้จัก หรือเป็นญาติกับใคร อยากให้ทุกคนช่วยกันตามหา…

มาค้นข้อมูลเพิ่มเติม 

Captain Larry Malpaya เป็นกัปตันนักบินพาณิชย์ของสายการบิน ฟิลิปปินส์แอร์ไลน์ (Philippine Airlines – PAL) สายการบินแห่งชาติของประเทศฟิลิปปินส์ข้อมูลและวีรกรรมเด่นของเขาบนหน้าประวัติศาสตร์สายการบินมีดังนี้:หนึ่งในนักบินปฏิบัติการภารกิจพิเศษช่วงโควิด-19: กัปตัน Larry Malpaya เป็นหนึ่งในคณะนักบิน (ร่วมกับ Captain Romeo Donayre และ First Officer Willex Amelliam) ที่อาสาสมัครเข้าปฏิบัติภารกิจบินฝ่าความเสี่ยงในช่วงที่การแพร่ระบาดของโควิด-19 เผชิญกับความไม่แน่นอนสูงมาก เพื่อพาผู้โดยสารและปฏิบัติภารกิจสำคัญให้กับทางสายการบิน…

Philippine Airlines

#ใครอ่านมาถึงตรงนี้คอมเม้นบอกด้วยนะครับ” 

โพสต์ได้รับความสนใจจำนวนมาก โดยมีผู้เข้ามาแสดงความรู้สึกกว่า 3,100 ครั้ง รวมถึงมีการแสดงความคิดเห็น 254 ข้อความ และแชร์โพสต์ดังกล่าวไปกว่า 2,000 ครั้ง ซึ่งผู้แสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่เชื่อว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง

เนื้อหานี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ?

จากการตรวจสอบเนื้อหาด้วยเครื่องมือตรวจสอบไวยกรณ์ จากเว็บไซต์ miniwebtool พบว่ามีความเป็นไปได้ที่ใช้ AI ช่วยเขียนถึง 72%

ผลการตรวจสอบไวยกรณ์จากเว็บไซต์ miniwebtool

ผลการตรวจสอบไวยกรณ์จากเว็บไซต์ miniwebtool

คนไร้บ้านใช่ อดีตนักบินสายการบิน ฟิลิปปินส์แอร์ไลน์ หรือไม่ ? 

Thai PBS Verify ได้ติดต่อสอบถามไปยัง นายสิทธิพล ชูประจง หัวหน้าโครงการผู้ป่วยข้างถนน มูลนิธิกระจกเงา หนึ่งในหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือชายไร้บ้าน ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันตัวตนของชายดังกล่าวได้ เพราะต้องรักษาอาการที่ชายคนดังกล่าวได้รับบาดเจ็บก่อน โดยได้ส่งตัวชายดังกล่าวไปรักษาที่โรงพยาบาล จากนั้นจะทำการยืนยันตัวตนต่อไป 

ลำดับเหตุการณ์เคสชายไร้บ้านย่านเพลินจิต

  1. ลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้น
    ทีมงานเข้าพื้นที่และสังเกตอาการของผู้ป่วย พบแผลติดเชื้อ และพฤติกรรมบางอย่างที่อาจบ่งชี้ถึงปัญหาสุขภาพจิต แม้ไม่พบการพูดคนเดียวโดยตรง แต่มีข้อมูลจากคนในพื้นที่ว่าเขามักพูดคนเดียว
  2. พบพฤติกรรมเสี่ยงด้านสุขภาพ
    ผู้ป่วยขอให้ซื้อแคปซูลมะระขี้นกเพื่อนำมารักษาแผลเอง และเชื่อว่าแผลจะหายภายใน 3–4 วัน
    มีรายงานว่าเมื่อมีคนช่วยทำแผล เขามักแกะผ้าพันแผลออกทันที หรือใช้ของเหลวจากแผลมาปาดตามร่างกาย
  3. ประสานหน่วยงานเพื่อช่วยเหลือ
    จากข้อมูลที่ได้ ทีมงานจึงประสานตำรวจเพื่อนำส่งรักษาตาม พ.ร.บ.สุขภาพจิต
    เมื่อเจ้าหน้าที่และรถพยาบาลมาถึง ผู้ป่วยให้ความร่วมมือและยินยอมเข้ารับการรักษา
  4. เข้าสู่กระบวนการรักษาในโรงพยาบาล
    ผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษาโรคทางกายอย่างเร่งด่วนเป็นลำดับแรก
    จากนั้นจึงเข้าสู่การประเมินและรักษาด้านสุขภาพจิต
  5. การดูแลระหว่างรักษา
    ปัจจุบันผู้ป่วยอยู่ในการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ พยาบาล และนักสังคมสงเคราะห์
  6. การติดตามหลังการรักษา
    ฝ่ายสังคมสงเคราะห์จะสืบค้นตัวตนของผู้ป่วย เช่น ชื่อ ที่อยู่ ครอบครัว อาชีพ และสัญชาติ
    พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสถานทูต และมีมูลนิธิกระจกเงาสนับสนุนการติดตามข้อมูล

สำหรับเรื่องอาชีพ สัญชาติ ของผู้ป่วยรายนี้นั้น ทางมูลนิธิกระจกเงาไม่ได้ทำการนำเสนอข้อมูลดังกล่าว เพราะทราบดีว่าตัวผู้ป่วยยังไม่พร้อมในการให้ข้อมูล แต่ที่ถูกนำเสนอในข่าวออนไลน์นั้น เกิดจากสำนักข่าวออนไลน์สำนักหนึ่งได้นำมาจากเฟซบุ๊กของพลเมืองดีท่านหนึ่งที่เข้าไปคุยกับผู้ป่วย และได้นำไปนำเสนอในเฟซบุ๊กส่วนตัว 

เพจเฟซบุ๊กมูลนิธิกระจกเงาแชร์ภาพเหตุการณ์ที่พบชายไร้บ้านดังกล่าว 

เพจเฟซบุ๊กมูลนิธิกระจกเงาแชร์ภาพเหตุการณ์ที่พบชายไร้บ้านดังกล่าว

 

ขณะเดียวกันเมื่อใช้การค้นหาคำสำคัญ  “Captain Larry Malpaya” ในโซเชียลมีเดีย ไม่พบว่ามีการนำเสนอข้อมูลดังกล่าวในออนไลน์ ซึ่งทาง Thai PBS Verify ได้ติดต่อสอบถามไปยังสายการบินฟิลิปปินส์แอร์ไลน์เพื่อตรวจสอบว่า ชายที่ปรากฎในภาพเป็นอดีตนักบินสายการบินจริงหรือไม่ผ่านทางอีเมล ซึ่งต่อมาสายการบินฟิลิปปินส์แอร์ไลน์แจ้งว่า  กัปตัน แลร์รี มัลปายา เป็นนักบินที่ยังคงปฏิบัติงานอยู่และทำงานให้กับสายการบินฟิลิปปินส์แอร์ไลน์ แต่บุคคลที่กล่าวถึงและปรากฏในโพสต์ไม่ใช่กัปตัน แลร์รี มาลปายา

 

ภาพอีเมลสอบถามชื่อบุคคลที่อ้างว่าเป็นอดีตกัปตันสายการบินที่สายการบินฟิลิปปินส์แอร์ไลน์ 

ภาพอีเมลสอบถามชื่อบุคคลที่อ้างว่าเป็นอดีตกัปตันสายการบินที่สายการบินฟิลิปปินส์แอร์ไลน์

ภาพอีเมลตอบกลับของสายการบินฟิลิปปินส์แอร์ไลน์ว่าบุคคลในโพสต์ไม่ใช่กัปตันของสายการบิน 

 

ภาพอีเมลตอบกลับของสายการบินฟิลิปปินส์แอร์ไลน์ว่าบุคคลในโพสต์ไม่ใช่กัปตันของสายการบิน 

ภาพอีเมลตอบกลับของสายการบินฟิลิปปินส์แอร์ไลน์ว่าบุคคลในโพสต์ไม่ใช่กัปตันของสายการบิน

 

นอกจากนี้ ยังพบว่าสื่อไทย อาทิ เดลินิวส์ออนไลน์  Amarin News thethaiger และ Thai PBS World ได้เผยแพร่เนื้อหาที่ระบุว่า ชายคนดังกล่าวเป็นอดีตนักบินของสายการบินฟิลิปปินส์ (Philippine Airlines) ซึ่งในเวลาต่อมา Thai PBS World ได้ทำการลบเนื้อหาดังกล่าวออก และได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงและขออภัย โดยมีรายละเอียดดังนี้

​แถลงการณ์จาก Thai PBS World
​สำนักข่าว Thai PBS World แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการรายงานข่าวคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับชายไร้บ้านในประเทศไทย ซึ่งถูกระบุว่าเป็น ‘แลร์รี มัลปายา’ อดีตนักบินของสายการบินฟิลิปปินส์ โดยหลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว จึงได้ถอนบทความดังกล่าวพร้อมดำเนินการแก้ไข ดังนี้

1. ​ลบบทความออกจากเว็บไซต์
2. ​ลบโพสต์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในสื่อสังคมออนไลน์
3.​ลบเนื้อหาออกจากแพลตฟอร์มอื่นๆ (Third-party platforms)
4. ​ส่งเรื่องให้ทีมตรวจสอบข้อเท็จจริง Thai PBS Verify ทำการตรวจสอบเพิ่มเติม
5.​จากการประสานงานกับมูลนิธิกระจกเงา ได้รับการยืนยันว่ามีการช่วยเหลือชายคนดังกล่าวจริง แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นชาวฟิลิปปินส์หรือไม่
5. ​สายการบินฟิลิปปินส์ยืนยันแล้วว่า ชายคนดังกล่าวไม่ใช่ กัปตันแลร์รี มัลปายา

​ทั้งนี้ Thai PBS World ขออภัยอย่างจริงใจต่อความผิดพลาดและความสับสนที่เกิดขึ้น โดยยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามจริยธรรมสื่อมวลชน และกำลังยกระดับมาตรการตรวจสอบของกองบรรณาธิการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดเช่นนี้อีกในอนาคต

 

นอกจากนี้เรายังพบว่า โพสด์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ใน เช่นและ Thai PBS World ซึ่งต่อมาทาง Thai PBS World ลบโพสต์ดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว 

เดลินิวส์ 

Thai PBS World

เรื่องจริงเป็นอย่างไร ? 

กระแสในโซเชียลมีเดียมีการแชร์เรื่องราวชายไร้บ้านบริเวณ BTS เพลินจิต โดยอ้างว่าเป็นอดีตกัปตันของสายการบิน Philippine Airlines อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบพบว่ายังไม่มีหลักฐานยืนยันตัวตน และทางสายการบินได้ออกมายืนยันแล้วว่า “กัปตันตัวจริงยังคงปฏิบัติงานอยู่”

Thai PBS Verify ตรวจสอบพบว่าแหล่งที่มาของข้อมูลมาจากโพสต์บน Facebook ซึ่งเผยแพร่ภาพชายไร้บ้านพร้อมเล่าเรื่องราวชีวิต โดยระบุชื่อว่า “Mr. Larry Malpaya” และอ้างว่าเคยเป็นนักบินสายการบินแห่งชาติฟิลิปปินส์

โพสต์ดังกล่าวเล่ารายละเอียดตั้งแต่การพบชายคนนี้ในสภาพบาดเจ็บ มีแผลติดเชื้อรุนแรง ไปจนถึงบทสนทนาที่ผู้โพสต์อ้างว่าได้พูดคุยด้วย ซึ่งมีการกล่าวถึงประวัติการทำงาน การใช้ชีวิตในไทย และการเคยเป็นนักบิน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดเป็นเพียงคำบอกเล่า ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นความจริง

ต่อมา เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน รวมถึงมูลนิธิกระจกเงา และตำรวจ ได้เข้าช่วยเหลือและนำตัวชายคนดังกล่าวส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ

ขณะเดียวกัน ฝั่งสายการบิน Philippine Airlines ได้ชี้แจงว่า บุคคลที่ถูกอ้างถึงยังคงทำงานอยู่ และไม่ได้ตกอยู่ในสภาพดังกล่าว ทำให้ข้อมูลที่ถูกแชร์ในโซเชียลเข้าข่าย “ข้อมูลคลาดเคลื่อน” ที่ยังต้องตรวจสอบต่อไป

ทำไมโพสต์นี้ถึงเกิดขึ้น ? 

โพสต์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยที่ผสมกัน โดยเฉพาะลักษณะของ “เรื่องเล่าเชิงสะเทือนอารมณ์” ที่มักแพร่กระจายได้ดีในโซเชียลมีเดีย กล่าวคือ เรื่องราวของชายไร้บ้านที่อ้างว่าเคยเป็นถึงกัปตันสายการบินระดับชาติ เป็น “คอนเทนต์พลิกชีวิต” ที่ดึงดูดความสนใจและกระตุ้นความเห็นใจของผู้คนได้ง่าย จึงทำให้มีการแชร์ต่ออย่างรวดเร็วโดยที่ยังไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง

อีกปัจจัยสำคัญคือ ข้อมูลจากการบอกเล่า ซึ่งในโพสต์มีการอ้างคำพูดของชายคนดังกล่าวเอง รวมถึงการค้นหาข้อมูลแบบคร่าว ๆ เช่น การเจอชื่อคล้ายกันใน Twitter แล้วนำมาเชื่อมโยงกันทันที ทำให้เรื่องราวดูน่าเชื่อถือมากขึ้น ทั้งที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันที่ชัดเจน นอกจากนี้ การใส่รายละเอียดจำนวนมาก เช่น วันเวลา สถานที่ อาการบาดเจ็บ หรือบทสนทนา ยิ่งทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าเป็นเรื่องจริง

ขณะเดียวกัน ยังอาจเกิดจาก ความเข้าใจผิดหรือการเติมแต่งข้อมูล โดยไม่ได้มีเจตนาหลอกลวง เช่น ผู้โพสต์อาจต้องการช่วยเหลือหรือเล่าเหตุการณ์ที่พบเจอ แต่มีการตีความหรือเชื่อมโยงข้อมูลเกินจริง โดยเฉพาะประวัติการเป็นนักบินของสายการบินใหญ่ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ตรวจสอบยากในทันที

สุดท้าย อัลกอริทึมของโซเชียลมีเดียก็มีส่วนช่วยขยายการมองเห็นของโพสต์ประเภทนี้ เนื่องจากมีการกดไลก์ แสดงความคิดเห็น และแชร์จำนวนมาก ทำให้เนื้อหาถูกเผยแพร่วงกว้างอย่างรวดเร็ว ก่อนที่หน่วยงานตรวจสอบข้อเท็จจริง เช่น Thai PBS Verify หรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง จะสามารถยืนยันข้อมูลได้อย่างครบถ้วน

ดังนั้น โพสต์ลักษณะนี้จึงมักเกิดจากการผสมกันของ “เรื่องเล่าที่กระทบอารมณ์ + ข้อมูลที่ยังไม่ยืนยัน + การขยายผลของโซเชียลมีเดีย” และควรใช้วิจารณญาณก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ

 

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

  1. ตรวจสอบเนื้อหาในโพสต์: จากการตรวจสอบเนื้อหาด้วยเครื่องมือตรวจสอบไวยกรณ์ จากเว็บไซต์ miniwebtool พบว่ามีความเป็นไปได้ที่ใช้ AI ช่วยเขียนถึง 72%
  2. ตรวจสอบผ่านแหล่งสัมภาษณ์: Thai PBS Verity ติดต่อสอบถามไปยังมูลนิธิกระจกเงาให้ข้อมูลว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถตรวจสอบยืนยันข้อมูลส่วนตัวชายไร้บ้านได้ ต้องรอได้รับการรักษาเรียบร้อยก่อน
  3. ตรวจสอบผ่านสายการบิน : Thai PBS Verify ได้ติดต่อสอบถามไปยังสายการบินฟิลิปปินส์แอร์ไลน์ พบว่าทางสายการบินฟิลิปปินส์แอร์ไลน์แจ้งกลับทางอีเมลว่า กัปตัน แลร์รี มัลปายา เป็นนักบินที่ยังคงปฏิบัติงานอยู่ และทำงานให้กับสายการบินฟิลิปปินส์แอร์ไลน์ แต่บุคคลที่กล่าวถึงและปรากฏในโพสต์ไม่ใช่ กัปตัน แลร์รี มาลปายา

ผลกระทบข้อมูลเท็จ

  1. กระทบต่อศักดิ์ศรีและความเป็นส่วนตัวของบุคคล หากข้อมูลไม่เป็นความจริง อาจทำให้ผู้ถูกกล่าวถึงเสียหาย ถูกตีตรา หรือถูกละเมิดสิทธิส่วนบุคคล
  2. สร้างความสับสนและความเข้าใจผิดในสังคม การแชร์ต่อโดยไม่มีการตรวจสอบ ทำให้คนจำนวนมากเชื่อข้อมูลคลาดเคลื่อน
  3. บั่นทอนความน่าเชื่อถือของข้อมูลออนไลน์ เมื่อมีข่าวลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อย อาจทำให้ผู้คนไม่มั่นใจต่อข่าวสารและแหล่งข้อมูล
  4. กระตุ้นการตัดสินหรือวิพากษ์วิจารณ์โดยไม่ครบถ้วน สังคมอาจรีบสรุปหรือแสดงความคิดเห็นโดยอิงจากข้อมูลที่ยังไม่ชัดเจน
  5. เบี่ยงเบนประเด็นจากการช่วยเหลือที่แท้จริง จากกรณีที่ควรเน้นการช่วยเหลือผู้ป่วยหรือผู้ไร้บ้าน กลับไปโฟกัสเรื่องตัวตนที่ยังไม่
  6. ยืนยันเสี่ยงต่อการสร้างเรื่องเล่าหรือข้อมูลเท็จเพิ่มเติม เมื่อข้อมูลตั้งต้นไม่ชัด อาจถูกต่อยอดหรือบิดเบือนจนกลายเป็นข่าวลวงได้ง่าย

Guidelinesข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

  1. หยุดคิดก่อนแชร์: อย่าเพิ่งส่งต่อทันที ควรตั้งข้อสงสัยกับข้อมูลที่กระตุ้นอารมณ์หรือดูน่าตกใจ
  2. ตรวจสอบแหล่งที่มา: ดูว่าข้อมูลมาจากหน่วยงานหรือสื่อที่น่าเชื่อถือหรือไม่ มีการอ้างอิงชัดเจนหรือเปล่า
  3. ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม: ลองใช้คีย์เวิร์ดค้นหาข่าวเดียวกันจากหลายแหล่ง เพื่อเปรียบเทียบข้อเท็จจริง
  4. ระวังข้อมูลที่เล่าแบบมีช่องโหว่: เช่น ไม่มีหลักฐานยืนยัน ไม่มีชื่อแหล่งข่าวชัดเจน หรือใช้คำพูดชวนเชื่อ
  5. อย่าตัดสินจากภาพหรือเรื่องเล่าเพียงด้านเดียว: ภาพหรือเรื่องราวอาจถูกบิดเบือนหรือเล่าครึ่งเดียว ควรดูบริบทโดยรวม
  6. ติดตามการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง: เช่น หน่วยงานรัฐ องค์กรตรวจสอบข้อเท็จจริง หรือแหล่งข่าวทางการ
  7. รายงานหรือแจ้งเตือนเมื่อพบข้อมูลน่าสงสัย: เพื่อช่วยลดการแพร่กระจายของข้อมูลที่อาจเป็นเท็จในสังคมออนไลน์
Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน