อย่าเพิ่งตื่นตระหนก! Thai PBS Verify เช็กแล้ว ภูเขาไฟปะทุ 6 ลูกในเดือนเดียว เรื่องปกติของโลก

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของข่าวบิดเบือนจาก: Threads
โพสต์อ้างภูเขาไฟส่งสัญญาณเตือน
Thai PBS Verify พบผู้ใช้บัญชี Threads ชื่อ apiq_m โพสต์ข้อความพร้อมภาพของแผนที่ภูเขาไฟ ระบุว่า
อันนี้ชักไม่ค่อยดี ภูเขาไฟทั้งเก่าทั้งใหม่ ส่งสัญญาณปะทุตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนมา ขออย่าให้เป็นอย่างที่คิด 6/9/69
โพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 69 ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เข้าชมกว่า 3,900 ครั้ง
การปะทุของภูเขาไฟกำลังส่งสัญญาณอันตรายหรือไม่ ?
ศาสตราจารย์ ดร.สันติ ภัยหลบลี้ อาจารย์ประจำภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความคิดเห็นถึงโพสต์ดังกล่าว ว่าข้อมูลที่ว่าภูเขาไฟทั้งเก่าและใหม่ 6 ลูกในประเทศอินโดนีเซียส่งสัญญาณปะทุตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา เป็นเรื่องจริง อย่างไรก็ตามจำนวนภูเขาไฟที่ปะทุถือเป็นเรื่องปกติ เพราะโดยธรรมชาติแล้วโลกมีภูเขาไฟเป็น 1,000 ลูก และเฉพาะในวงแหวนไฟ (Ring of Fire) มีอยู่ถึง 452 ลูก
ศ.ดร.สันติ ภัยหลบลี้ อาจารย์ประจำภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
“การที่ภูเขาไฟจะปะทุพร้อมกัน 2–3 ลูกในช่วงเดือนเดียวกันถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้แปลกอะไร โดยเปรียบเทียบเหมือนคนที่อยู่อาศัยในคอนโดเดียวกันอาบน้ำตอนเช้าพร้อม ๆ กัน จากข้อมูลสถิติในอดีต เคยเกิดภูเขาไฟปะทุพร้อมกันทั่วโลกมากถึง 56 ลูกในเดือนสิงหาคม ปี 2021 และ 56 ลูกในเดือนพฤศจิกายน ปี 2021”
การเกิดปะทุเพียง 6 ลูกในปัจจุบันจึงถือว่าน้อยไปด้วยซ้ำ หรือเรียกว่า “ทำงานต่ำกว่าฟอร์ม” ซึ่งในแต่ละเดือนมีโอกาสเกิดภูเขาไฟปะทุได้อยู่แล้ว เนื่องจากโลกต้องการระบายความร้อน
ภาพวงแหวนแห่งไฟเป็นอย่างไร ?
ศาสตราจารย์ ดร.สันติ ยังได้ระบุถึงภาพประกอบในโพสต์ดังกล่าวว่า รูปภาพประกอบที่มีการนำมาใช้นั้นไม่เป็นความจริง และเป็นการนำเสนอที่เกินจริง เพื่อให้ดูน่ากลัวเกินไป เพราะจากการตรวจสอบ ในพื้นที่อย่างบริเวณเกาะนิโคบาร์ไม่พบสัญญาณการปะทุใด ๆ
หากผู้โพสต์ต้องการสื่อว่ารูปภาพนั้นคือ “ภูเขาไฟที่กำลังปะทุ” ก็ไม่ใช่เรื่องจริง แต่หากสื่อถึง “ภูเขาไฟที่มีพลัง” หรือ “พร้อมจะปะทุ” ถือว่ายังใส่ข้อมูลมาน้อยเกินไปด้วยซ้ำ เพราะภูเขาไฟที่พร้อมปะทุจริง ๆ มีจำนวนเยอะกว่าที่แสดงในภาพ
แผนที่โลกแสดงการกระจายตัวของภูเขาไฟมีพลังในปัจจุบัน (สามเหลี่ยมสีแดง)
แผนที่วงแหวนแห่งไฟจริง ๆ เป็นอย่างไร ?
ข้อมูลจาก สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) ระบุว่า วงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire) คือแนวขอบแผ่นเปลือกโลกรูปเกือกม้าความยาวราว 40,000 กิโลเมตร ล้อมรอบมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเป็นบริเวณที่เกิดแผ่นดินไหวถึง 90% ของโลก และเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟมากกว่า 75% ของโลก โดยครอบคลุมตั้งแต่ทวีปอเมริกาใต้ อเมริกาเหนือ อลาสก้า ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ไปจนถึงนิวซีแลนด์
ภาพวงแหวนแห่งไฟ
สำหรับการเกิดวงแหวนแห่งไฟเป็นผลมาจากกระบวนการทางธรณีแปรสัณฐาน โดยเฉพาะการมุดตัวของแผ่นเปลือกโลกแปซิฟิกใต้แผ่นเปลือกโลกข้างเคียง ทำให้เกิดการสะสมพลังงาน แรงดัน และความร้อนจนกลายเป็นจุดศูนย์กลางการเกิดแผ่นดินไหวและการปะทุของภูเขาไฟที่หนาแน่นที่สุดในโลก
ในบรรดาภูเขาไฟทั้งหมดราว 450 ลูกในแนววงแหวนแห่งไฟ สามารถแบ่งออกได้ดังนี้
- ภูเขาไฟที่มีพลังหรือยังไม่ดับ (Active Volcanoes) มีประมาณ 300 ถึง 350 ลูก ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าสองในสามของทั้งหมด ภูเขาไฟกลุ่มนี้เคยมีการปะทุในช่วงไม่กี่พันปีที่ผ่านมา หรือยังมีสัญญาณทางธรณีวิทยาที่พร้อมจะปะทุได้ตลอดเวลา เช่น ภูเขาไฟฟูจิในญี่ปุ่น ภูเขาไฟเมอราปีในอินโดนีเซีย หรือภูเขาไฟเซนต์เฮเลนส์ในสหรัฐอเมริกา
- ภูเขาไฟที่ดับแล้วหรือสงบชั่วคราว (Extinct and Dormant Volcanoes) มีประมาณ 100 ถึง 150 ลูก โดยส่วนใหญ่เป็นภูเขาไฟสงบชั่วคราวที่ไม่ปะทุมานานหลายร้อยหรือหลายพันปี แต่ยังไม่นับว่าดับสนิท ส่วนภูเขาไฟที่ดับสนิทและตัดขาดจากแหล่งแมกมาใต้ดินแล้วมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น
หมายเหตุ : สัดส่วนนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้เล็กน้อยขึ้นอยู่กับเกณฑ์นิยามของนักธรณีวิทยา ซึ่งบางแห่งนับรวมภูเขาไฟใต้ทะเลที่ยังสำรวจไม่ทั่วถึงเข้าไปด้วย
-
ครากาเตา (อินโดนีเซีย): มีการปล่อยเถ้าภูเขาไฟสูงถึง 5,000 ฟุต (1,500 เมตร) อย่างต่อเนื่องและส่งผลกระทบต่อการจราจรทางอากาศในเขตสุมาตราตะวันออก, ชวาตะวันตก รวมถึงกรุงจาการ์ตา โดยพบภาพถ่ายดาวเทียมบ่งชี้การไหลของลาวาทางด้านใต้ของภูเขาไฟ
-
เอตนา (อิตาลี): พ่นเถ้าสูง 16,000 ฟุต (4,900 เมตร) เคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันออก
-
ฟูเอโก (กัวเตมาลา): พ่นเถ้าสูง 14,000 ฟุต (4,300 เมตร)
-
เลโวโทโล (อินโดนีเซีย): พ่นเถ้าสูง 8,000 ฟุต (2,400 เมตร) เคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
-
อิบู (อินโดนีเซีย): พ่นเถ้าสูง 7,000 ฟุต (2,100 เมตร)
-
โคโน (อินโดนีเซีย): พ่นเถ้าสูง 7,000 ฟุต (2,100 เมตร)
-
เซเมรู (อินโดนีเซีย): พบการปะทุกลุ่มเถ้าเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้
-
คันลาออน (ฟิลิปปินส์): มีรายงานการปะทุ แต่ยังไม่พบกลุ่มเถ้าชัดเจนจากภาพถ่ายดาวเทียม
-
ซานติอาคิโต (กัวเตมาลา), ปูราเซ (โคลอมเบีย) และ เรเวนทาดอร์ (เอกวาดอร์): พบการปล่อยเถ้าเป็นระยะ แต่ภาพถ่ายดาวเทียมมองเห็นได้ยากเนื่องจากมีเมฆปกคลุมพื้นที่
รายงานสถานการณ์ของเว็บไซต์ Volcano Discovery
เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
จากกรณีผู้ใช้บัญชี Threads ชื่อ “apiq_m” ได้โพสต์ภาพแผนที่ระบุว่าภูเขาไฟ 6 ลูกในอินโดนีเซียส่งสัญญาณปะทุตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 พร้อมข้อความเตือนภัยจนสร้างความวิตกกังวลในโลกออนไลน์นั้น “ข้อเท็จจริงคือ ข้อมูลดังกล่าวเป็นข่าวบิดเบือน (Misleading Content)” โดยเป็นการนำปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นเป็นปกติมานำเสนอเกินจริงให้ดูน่ากลัว ดังนี้
-
การปะทุพร้อมกัน 6 ลูกถือเป็นเรื่องปกติมาก: ศ.ดร.สันติ ภัยหลบลี้ อาจารย์ประจำภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชี้แจงว่า โลกมีภูเขาไฟในแนววงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire) มากถึง 452 ลูก การที่ภูเขาไฟจะปะทุพร้อมกัน 2–6 ลูกในเดือนเดียวกันถือเป็นเรื่องปกติของโลกในการระบายความร้อน
-
สถิติในอดีตเคยปะทุพร้อมกันสูงถึง 56 ลูก: ในอดีต (เช่น เดือนสิงหาคม และพฤศจิกายน ปี 2021) เคยมีสถิติภูเขาไฟปะทุพร้อมกันทั่วโลกมากถึง 56 ลูก การปะทุเพียง 6 ลูกในปัจจุบันจึงถือว่าน้อยกว่าสถิติเฉลี่ยเสียด้วยซ้ำ
-
ภาพประกอบแผนที่บิดเบือนเกินจริง: ภาพแผนที่ที่ใช้ในโพสต์เป็นการนำเสนอข้อมูลที่เกินจริง เช่น แสดงสัญญาณปะทุบริเวณเกาะนิโคบาร์ ทั้งที่จากการตรวจสอบไม่พบสัญญาณปะทุใด ๆ ในพื้นที่ดังกล่าว
กระบวนการตรวจสอบ
-
สัมภาษณ์นักธรณีวิทยาผู้เชี่ยวชาญ (Expert Verification): สอบถาม ศ.ดร.สันติ ภัยหลบลี้ ภาควิชาธรณีวิทยา จุฬาฯ ยืนยันว่าการเกิดภูเขาไฟปะทุพร้อมกันหลักหน่วยเป็นปรากฏการณ์ปกติเปรียบเหมือน “คนที่อยู่อาศัยในคอนโดเดียวกันอาบน้ำตอนเช้าพร้อมกัน” ไม่ใช่สัญญาณวิบัติโลก
-
สอบทานโครงสร้างธรณีวิทยาโลก (USGS Verification): สืบค้นข้อมูลสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) พบว่าแนววงแหวนแห่งไฟเป็นจุดที่มีภูเขาไฟมีพลัง (Active Volcanoes) อยู่ราว 300–350 ลูก ซึ่งพร้อมปะทุได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว
-
เช็กดาวเทียมและรายงานเรียลไทม์ (Real-time Tracking): ตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์ Volcano Discovery ณ วันที่ 9 ก.ย. 2569 พบภูเขาไฟปะทุปล่อยเถ้าตามวัฏจักรธรรมชาติ เช่น ภูเขาไฟครากาเตา (อินโดนีเซีย), เอตนา (อิตาลี) และฟูเอโก (กัวเตมาลา) ซึ่งอยู่ในระดับการเฝ้าระวังปกติ ไม่ใช่เหตุการณ์ผิดปกติร้ายแรง
ผลกระทบของข้อมูลเท็จนี้
-
- สร้างความตื่นตระหนก: ทำให้สาธารณชนเกิดความกลัวและความวิตกกังวลต่อภัยพิบัติธรรมชาติที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง
- ลดทอนความน่าเชื่อถือของการเตือนภัย: การเต้าข่าวภัยพิบัติบ่อยครั้งทำให้ประชาชนเกิดภาวะชินชา และอาจละเลยเมื่อมีคำเตือนภัยพิบัติที่เกิดขึ้นจริงในอนาคต
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
- อย่าเพิ่งแชร์ทันที: หากพบเจอข่าวเตือนภัยพิบัติที่มีลักษณะใช้คำสร้างความหวาดกลัว ให้ตั้งสติและหยุดการส่งต่อ
- เช็กกับหน่วยงานที่เชื่อถือได้: ตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานราชการหรือสถาบันวิชาการ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา, กรมทรัพยากรธรณี, USGS หรือสำนักข่าวตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Checking Units)
- กดรายงานโพสต์ (Report): แจ้งเตือนระบบของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียนั้น ๆ เพื่อลดการมองเห็นและป้องกันไม่ให้ข้อมูลบิดเบือนแพร่กระจายไปสู่วงกว้าง
ความโปร่งใสด้านการใช้ AI
| วันที่ | การใช้ AI | รายละเอียด |
|---|---|---|
| ใช้ AI ช่วยในการผลิต | ชิ้นงานที่มีการใช้ AI เป็นผู้ช่วยในบางขั้นตอน เช่น ช่วยค้นหาข้อมูล ตรวจคำผิด หรือปรับแต่งรายละเอียด โดยมนุษย์ยังคงเป็นผู้ควบคุมการตรวจสอบหรือเลือกใช้เนื้อหา และการตัดสินใจก่อนการเผยแพร่ |
บทความที่เกี่ยวข้อง
บทความที่ได้รับความนิยม











