ตรวจสอบแล้ว: โพสต์อ้างเป็นศพคนไทยในเหตุการณ์ไทย-กัมพูชา ที่แท้เป็นคลิปเก่ารถบัสพลิกคว่ำปราจีนบุรี

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาข่าวปลอมจาก : Reel บน Facebook
บัญชี KH Creator มีการแชร์คลิปวิดีโอเป็นภาพบรรยากาศคนยกโลงศพมาวางเรียงกัน
Thai PBS Verify พบบัญชีเฟซบุ๊ก KH Creator มีการแชร์คลิปวิดีโอเป็นภาพบรรยากาศคนยกโลงศพมาวางเรียงกัน พร้อมข้อความระบุว่า “ជាចោរសំនឹងទទួល” ซึ่งแปลเป็นข้อความภาษาไทยว่า “คนที่เอาเปรียบหรือคอยแต่จะรับประโยชน์จากผู้อื่น” โดยคลิปวิดีโอดังกล่าวมีการแชร์ไปกว่า 596 ครั้ง ส่งผลให้มีชาวกัมพูชารวมถึงคนไทยเข้ามาแสดงความรู้สึกและตอบโต้กันเป็นจำนวนมาก
จากการตรวจสอบบัญชีเฟซบุ๊กดังกล่าวในเรื่องความโปร่งใสของเพจเฟซบุ๊ก พบว่า บัญชีดังกล่าวถูกในประเทศแคนนาดา โดยใช้ชื่อว่า Chariya-ចរិយា เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 67 ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น KH Creator เมื่อวันที่ 29 มี.ค. 68 เนื้อหาของเพจส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับสถานการณ์ไทย – กัมพูชา
Thai PBS Verify ทำการตรวจสอบผ่าน Google Lens พบว่าภาพในคลิปไปตรงกับเพจเฟซบุ๊ก Ashi Sareesoon ที่มีการนำเสนอภาพการนำร่างผู้เสียชีวิต18 คน กลับภูมิลำเนาอ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ
ภาพเปรียบเทียบคลิปปลอม (ซ้าย) กับ ภาพเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างศรีวิไลธรรมสถาน จ.บึงกาฬ นำศพผู้เสียชีวิต 18 คน มาไว้ที่สุสานเม่งยิ้งซัวจึง ต.หัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา (ขวา)
ทั้งนี้ Thai PBS ได้รายงานเกี่ยวกับข่าวนำร่างผู้เสียชีวิต 18 คน จากเหตุการณ์รถพลิกคว่ำ เช่นกัน โดยระบุว่า “เจ้าหน้าที่เตรียมใช้รถเครนเคลื่อนย้ายรถบัสคณะศึกษาดูงานโครงการธนาคารขยะ จังหวัดบึงกาฬ ที่ประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำบนถนนสาย 304 จังหวัดปราจีนบุรี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 18 ราย ขณะเดียวกันญาติได้นำร่างผู้เสียชีวิตกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา เบื้องต้นสาเหตุเกิดจากระบบเบรกขัดข้อง”
Thai PBS Verify ตรวจสอบพบว่าเป็นข่าวบิดเบือน เพราะภาพคลิปวิดีโอที่มีการนำเสนอไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ไทย – กัมพูชา แต่มีการนำมาโพสต์เพื่อสร้างความเข้าใจผิด
กระบวนการตรวจสอบ
- ตรวจสอบผ่าน Google lens พบว่าไปตรงข่าวกู้ภัยจัดรถรับส่งศพผู้เสียชีวิต 18 ราย เหตุการณ์รถบัสคณะศึกษาดูงานโครงการธนาคารขยะ จังหวัดบึงกาฬ ประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำ
ผลกระทบของข้อมูลเท็จ
- สร้างความแตกแยกและความเกลียดชัง: การนำภาพที่น่าเศร้ามาใช้ประกอบกับข้อความที่กล่าวหาผู้อื่น ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและอาจสร้างความเกลียดชังระหว่างคนในสังคมได้
- ลดความน่าเชื่อถือของสื่อออนไลน์: เมื่อข้อมูลเท็จแพร่กระจายมากขึ้น จะทำให้ผู้คนไม่มั่นใจในข้อมูลที่เห็นในโลกออนไลน์ และอาจไม่สามารถแยกแยะระหว่างข่าวจริงกับข่าวปลอมได้
- ทำให้สังคมสับสน: ผู้ที่พบเห็นข้อมูลนี้อาจเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงและนำไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้ตรวจสอบ ซึ่งทำให้ข้อมูลผิด ๆ แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
- ตรวจสอบที่มาของข้อมูลเสมอ
เมื่อคุณเห็นโพสต์ใด ๆ ให้เริ่มจากการตรวจสอบบัญชีผู้ที่โพสต์ก่อน บัญชี “KH Creator” มีการเปลี่ยนชื่อและถูกสร้างขึ้นในประเทศแคนาดา ซึ่งเป็นสัญญาณอันตราย แหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือจะไม่มีการเปลี่ยนชื่อบ่อยครั้งและมักจะดำเนินงานในประเทศที่พวกเขารายงานข่าว ระวังเพจที่มีประวัติการเปลี่ยนชื่อหรือปกปิดแหล่งที่มาของตัวเอง
2. ตรวจสอบกับแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถืออื่น ๆ
ใช้ Google Lens จะช่วยให้คุณสามารถหาต้นฉบับของภาพหรือวิดีโอได้อย่างรวดเร็ว ลองตรวจสอบว่าข้อมูลเดียวกันนี้ถูกรายงานโดยสำนักข่าวที่น่าเชื่อถืออื่น ๆ หรือไม่ หากไม่มีสำนักข่าวที่เชื่อถือได้รายงานข่าวนี้ ก็เป็นไปได้สูงว่าเป็นข้อมูลปลอม









