คลิป “โคมลอย” สวยเกินจริงจนชาวเน็ตคิดว่า AI เจ้าของคลิปยืนยันของจริง ! ไม่ได้ดัดแปลงแต่อย่างใด

ข่าวจริงDateClock icon20:14|วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
คลิป “โคมลอย” ยี่เป็งเชียงใหม่ สวยเกินจริงจนชาวเน็ตสงสัยว่าเป็นภาพจาก AI หรือไม่ Thai PBS Verify ตรวจสอบพบเป็นคลิปจริง เจ้าของคลิปยืนยันถ่ายด้วยสมาร์ตโฟนพร้อมปรับแสงเล็กน้อย พร้อมแนบข้อมูล Metadata ของวิดีโอว่าเป็นคลิปจริง ผู้เชี่ยวชาญยืนยัน ไม่พบร่องรอยการสร้างหรือดัดแปลงด้วย AI

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาจาก: Threads

ตรวจสอบพบคลิป “โคมลอย” จากงานอีเวนท์หนึ่งในวันประเพณียี่เป็ง จ.เชียงใหม่ วิดีโอบรรยากาศควันหลงคืนวันลอยกระทง ที่สวยงามจนผู้ใช้โซเชียลจำนวนมากตั้งคำถามว่า เป็นคลิปจริงหรือสร้างด้วย AI กันแน่ ทั้งนี้คลิปดังกล่าวปรากฏยอดถูกใจกว่า 3 พันครั้ง และแชร์ต่อกว่า 1 พันครั้ง

พร้อมระบุว่า

สวยมาก สวยจนอยากให้ทุกคนได้มาเห็นด้วยกันเลย ยี่เป็ง เชียงใหม่

Chiang Mai CAD Khomloy Sky Lantern Festival

คลิปโคมลอย สร้างจาก AI หรือไม่ ?

ชานนท์  พุทธิมา เจ้าของเพจ Liveincnx ผู้เผยแพร่วิดีโอดังกล่าว ยืนยันกับทาง Thai PBS Verify ว่าเป็นคลิปจริง ไม่ได้สร้างจากเทคโนโลยี AI โดยกล่าวว่าใช้สมาร์ตโฟนส่วนตัวถ่ายด้วยตัวเอง ในงานอีเวนต์โคมลอยแห่งหนึ่ง ที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 68 ที่ผ่านมา 

“เป็นคลิปถ่ายสด ไม่ได้ตัดต่อหรือใช้ AI มีฟุตเทจครบทั้งหมด มีเพียงการปรับแสง / สี ภาพเพิ่มเติมนิดหน่อยครับ”

คลิปอื่น ๆ ภายในงานโคมลอยเดียวกัน ที่เผยแพร่ผ่านเพจ Liveincnx ปรากฏภาพเจ้าของเพจอยู่ในคลิปด้วย

ภาพข้อมูล Metadata ของคลิปดังกล่าว ที่เผยแพร่โดยเจ้าของเพจ Liveincnx

ประกาศขอความร่วมมือเชียงใหม่เรื่องการปล่อยโคม

เมื่อตรวจสอบกับข้อมูลจากหน่วยงานจังหวัดเชียงใหม่ พบว่ามีการจัดงานยี่เป็งและอนุญาตให้ปล่อยโคมในช่วงเวลาดังกล่าวจริง ซึ่งสอดคล้องกับวันและสถานที่ในคลิป

สำหรับข้อกำหนดในการปล่อยโคมในช่วงช่วงประเพณียี่เป็ง 2568 ทางเชียงใหม่ได้ออกมาตรการคุมเข้มการจุดและปล่อยโคม-พลุ ว่ามีข้อห้ามและกำหนดช่วงเวลาที่สามารถปล่อยได้ และช่วงเวลารวมถึงสถานที่ที่ห้ามปล่อยโคม ตามรายงานของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ เรื่อง เชียงใหม่ ออกมาตรการคุมเข้มการจุดและปล่อยโคม-พลุ ช่วงประเพณียี่เป็ง 2568 เน้นย้ำความปลอดภัย บทลงโทษผู้ฝ่าฝืน ระบุดังนี้

จังหวัดเชียงใหม่ได้มีการออกมาตรการในการปฏิบัติเกี่ยวกับการอนุญาตให้จุดและปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน (ว่าวฮม) พลุ และวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ในช่วงประเพณียี่เป็ง ประจำปี 2568 ซึ่งตรงกับวันที่ 5-6 พฤศจิกายน 2568 เพื่อสร้างความปลอดภัยต่อชีวิต ทรัพย์สินของประชาชน และอากาศยาน และคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมอันดีงามของจังหวัดเชียงใหม่ โดยกำหนดพื้นที่ห้ามปล่อยโดยเด็ดขาด พร้อมบทลงโทษที่ชัดเจน และกำหนดกรอบเวลาสำหรับพื้นที่ที่สามารถยื่นขออนุญาตได้

ในส่วนของโคมควัน จะสามารถปล่อยได้เฉพาะวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งตรงกับวันลอยกระทงเล็กเพียงวันเดียว ในช่วงเวลา 10.00-12.00 น. เท่านั้น และห้ามจุดและปล่อยโดยเด็ดขาดในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ (Toffy Zone)      

ส่วนโคมลอย โคมไฟ และพลุ จะสามารถจุดและปล่อยได้ในวันที่ 5-6 พฤศจิกายน 2568 ในช่วงเวลา 19.00 ถึง 01.00 น. ของวันถัดไป เฉพาะในเขตพื้นที่อนุญาตให้ปล่อยได้เท่านั้น  โดยห้ามปล่อยในพื้นที่ห้ามปล่อยเด็ดขาดใน 2 พื้นที่ คือ เขตปลอดภัยในการเดินอากาศ (Toffy Zone) และพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษระดับ 1 (Red Zone)  

สำหรับประชาชนที่ประสงค์จะจุดและปล่อยโคมหรือพลุในพื้นที่นอกเขตห้ามปล่อยโดยเด็ดขาด จะต้องยื่นขออนุญาตจากนายอำเภอในท้องที่ ผ่านทางแอปพลิเคชัน “บำเพ็ญ (Bampen)” ภายในระยะเวลาที่กำหนด (สอบถามรายละเอียด และขอกำหนดบัญชีผู้ใช้และรหัสผ่านได้ ณ ที่ว่าการอำเภอ)

โดย จ.เชียงใหม่ ได้กำหนดเขตพื้นที่ห้ามจุดและปล่อยโคมและพลุโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งจะอยู่ในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ (Toffy Zone) และ พื้นที่เฝ้าระวังพิเศษระดับ 1 (Red Zone) ครอบคลุมพื้นที่ 6 อำเภอ 39 ตำบล ได้แก่ อ.เมืองเชียงใหม่ (ทุกตำบล) , อ.หางดง (ทุกตำบล) , อ.สารภี (ในพื้นที่ ต.ขัวมุง ต.ดอนแก้ว ต.สันทราย ต.ท่าวังตาล และ ต.หนองผึ้ง) , อ.สันทราย (พื้นที่ ต.หนองหาร) , อ.แม่ริม (พื้นที่ ต.ดอนแก้ว ต.เหมืองแก้ว ต.ริมใต้ ต.แม่สา ต.ริมเหนือ) และ อ.สันป่าตอง ในพื้นที่ ต.ทุ่งต้อม 

สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนจุดและปล่อยโคมและพลุโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือปล่อยนอกพื้นที่ที่กำหนด จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากการกระทำดังกล่าวเป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท

นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำว่า การทำ สั่ง นำเข้า หรือค้า (จำหน่าย) ดอกไม้เพลิง จะต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 หากตรวจพบว่ามีการทำหรือค้าดอกไม้เพลิงโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และเน้นย้ำห้ามยิงปืนขึ้นฟ้าโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชนโดยเด็ดขาด  หากพบเหตุดังกล่าว จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดและเพิกถอนใบอนุญาตทันที

ผู้เชี่ยวชาญ AI ยืนยันว่าเป็นคลิปจริง

สถาพน พัฒนะคูหา CEO บริษัท Guardian AI ให้ความเห็นว่า เมื่อเปรียบเทียบกับคลิปอื่น ๆ ภายในงานเดียวกัน พบว่าสภาพแวดล้อมและพื้นหลังมีความสอดคล้องกัน และชี้ว่าคลิปดังกล่าวเป็นวิดีโอจริง ไม่ได้สร้างด้วย AI แต่อาจมีการปรับแต่งสีหรือแสงเพิ่มเติมเพื่อความสวยงาม

เมื่อนำภาพจากช่อง Liveincnx ไปเปรียบเทียบกับวิดีโอจากงานอีเวนต์โคมลอยดังกล่าวกับผู้ใช้บัญชีอื่น ๆ พบว่ามีลักษณะคล้ายกัน

(ซ้าย) ภาพจากคลิปวิดีโอของเพจ Liveincnx (ขวา) ภาพจาก บัญชี togetherth_

เมื่อค้นหาคำว่า Yi Peng ใน YouTube พบว่ามีคลิปลักษณะนี้ ที่มีสภาพแวดล้อมคล้ายกัน (ที่มา : ช่อง YouTube “REAL THAILAND 4K”)

เราจะแยกภาพ AI กับภาพจริงได้อย่างไร ?

ปัจจุบันเทคโนโลยี AI ในการสร้างและดัดแปลงภาพหรือวิดีโอมีความก้าวหน้าอย่างมาก จนบางครั้งแยกแทบไม่ออกว่าอะไรจริง อะไรปลอม แต่ยังสามารถสังเกตเบื้องต้นได้จากจุดต่อไปนี้

  1. สังเกตจากรายละเอียดเล็ก ๆ: ภาพที่สร้างด้วย AI มักมีความผิดปกติในรายละเอียดภาพที่เราอาจไม่ทันสังเกต เช่น นิ้วมือบิดผิดรูป บางส่วนขาดหาย ตัวอักษรหรือโลโก้สะกดมั่ว ๆ หรือพื้นผิวบางจุดดูไม่สัมพันธ์กับแสงและเงารอบข้าง การสังเกตรายละเอียดเหล่านี้ช่วยแยกภาพจริงออกจากภาพที่สร้างด้วยโปรแกรมได้
  2. ระวังภาพที่ “สมบูรณ์แบบเกินจริง”: ภาพจาก AI มักดูเนียนเรียบไร้ตำหนิ คล้ายผ่านรีทัชมากเกินไป เช่น ภาพบุคคลที่ไม่มีริ้วรอย เงา หรือพื้นผิวตามธรรมชาติ บางครั้งฉากหลังดูเกินจริง เช่น แสงสวยเกินเหตุหรือบรรยากาศไม่สมจริง อาจเป็นสัญญาณว่ามาจาก AI
  3. ใช้เครื่องมือ Reverse Image Search: หากยังไม่แน่ใจว่าใช่ภาพจากเหตุการณ์จริงหรือไม่ ให้ลองใช้การค้นหาภาพย้อนกลับ (Reverse Image Search) เช่น Google lens, Bing Visual Search (Microsoft), Baidu Image Search, Yandex Images เพื่อตรวจสอบว่าภาพนั้นปรากฏอยู่ที่ไหนบนอินเทอร์เน็ตบ้าง ภาพจริงมักมีหลายแหล่งที่มาและเผยแพร่ในเวลาต่างกัน ส่วนภาพ AI มักพบเพียงไม่กี่ที่ หรือมาจากบัญชีที่ใช้โปรแกรมสร้างภาพโดยเฉพาะ

เรื่องจริงเป็นอย่างไร

จากการตรวจสอบพบว่า คลิป “โคมลอย” ดังกล่าวเป็นวิดีโอจริง ไม่ได้สร้างด้วยเทคโนโลยี AI โดย ชานนท์ พุทธิมา เจ้าของเพจ Liveincnx ยืนยันว่าเป็นคลิปที่ถ่ายด้วยสมาร์ตโฟนของตนเองภายในงานโคมลอยที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 68 มีเพียงการปรับแสงและสีเล็กน้อยเท่านั้น ขณะที่การตรวจสอบจากคลิปอื่นในเพจเดียวกันก็พบสภาพแวดล้อมและพื้นหลังสอดคล้องกันทุกจุด ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท Guardian AI ที่ระบุว่าคลิปนี้เป็นวิดีโอจริง ไม่ได้ผ่านการสร้างหรือดัดแปลงด้วย AI

ข้อมูลอ้างอิง : BBC-How to spot AI images on social media

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

  1. ค้นหาต้นทางของคลิป: ตรวจสอบพบว่าคลิปถูกเผยแพร่ครั้งแรกบนแพลตฟอร์ม Threads โดยบัญชี Liveincnx ซึ่งระบุสถานที่จัดงานว่า Chiang Mai CAD Khomloy Sky Lantern Festival ปี 2025
  2. ติดต่อเจ้าของคลิปโดยตรง: ติดต่อเจ้าของเพจ Liveincnx ผู้โพสต์คลิป เพื่อยืนยันข้อเท็จจริง เจ้าของคลิปยืนยันว่าคลิปดังกล่าวถ่ายด้วยสมาร์ตโฟนของตนเองภายในงานจริง ไม่มีการใช้เทคโนโลยี AI ดัดแปลง มีเพียงการปรับแสงและสีเล็กน้อยเท่านั้น
  3. ตรวจสอบเนื้อหาภาพและคลิปอื่นที่เกี่ยวข้อง: ตรวจสอบคลิปอื่นที่เผยแพร่ในเพจเดียวกัน พบว่าสภาพแวดล้อม เช่น ฉากหลัง, แสง, บรรยากาศ มีความสอดคล้องกันกับคลิปต้นเรื่อง สะท้อนว่าทั้งหมดถ่ายจากเหตุการณ์จริง
  4. ขอความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้าน AI: ผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท Guardian AI วิเคราะห์ภาพจากคลิป พบว่าไม่มีลักษณะของการสร้างหรือดัดแปลงด้วย AI เช่น การบิดเบือนของวัตถุ เงา หรือแสงที่ผิดธรรมชาติ แต่มีการปรับแต่งแสงสีเพียงเล็กน้อยเพื่อความสวยงาม
  5. เปรียบเทียบกับข้อมูลบริบทพื้นที่และเวลา: ตรวจสอบกับข้อมูลจากหน่วยงานจังหวัดเชียงใหม่ พบว่ามีการจัดงานยี่เป็งและอนุญาตให้ปล่อยโคมในช่วงเวลาดังกล่าวจริง ซึ่งสอดคล้องกับวันและสถานที่ในคลิป
Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน

“ศรัทธาพยากรณ์อากาศ” เมื่อ “ความถูกใจ” ไม่สามารถวัดได้ด้วย “ความถูกต้อง”

“ศรัทธาพยากรณ์อากาศ” เมื่อ “ความถูกใจ” ไม่สามารถวัดได้ด้วย “ความถูกต้อง”

เกิดกระแสความตื่นตระหนกในโลกออนไลน์ หลังเพจพยากรณ์อากาศอิสระเตือนภัย "มหาอุทกภัย" ในภาคตะวันออกและกรุงเทพฯ ภายใน 120 ชั่วโมง จนกลายเป็นไวรัลสะเทือนโซเชียล อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน และนักวิชาการ ได้ออกมาโต้แย้งข้อมูลดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยมีฝนตกหนักจริง แต่ปริมาณน้ำยังห่างไกลจากมหาอุทกภัยปี 2554 อย่างสิ้นเชิง ปรากฏการณ์นี้สะท้อนภาพ "ศรัทธาพยากรณ์อากาศ" ที่เกิดขึ้นเมื่อความถูกใจของสังคมวิ่งนำความถูกต้องของข้อมูลวิชาการ

23 ก.ย. 69

Open article
ตรวจสอบข่าวปลอมทักเลย!