คลิปอ้างจับกุมม็อบไล่ “ฮุนเซน” แท้จริงคลิปเก่าแรงงานคาสิโนประท้วงถูกเลิกจ้าง ปี 2022

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาจาก : Facebook
ภาพที่ผู้ใช้บัญชีรายหนึ่งอ้างคลิปว่าเป็นภาพจับกุมผู้ประท้วง การบริหารงานรัฐบาลของกัมพูชา
ตรวจสอบพบบัญชีผู้ใช้รายหนึ่งโพสต์คลิปอ้างเกิดเหตุการณ์จับกุมผู้ประท้วงการบริหารรัฐบาลกัมพูชา “ขับไล่ฮุนเซ็น” โดยปรากฏยอดถูกใจ 18,000 ครั้ง รวมถึงมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็น 1,400 ข้อความ และแชร์ 2,400 ครั้ง
ระบุว่า
#นาทีจับวัยรุ่นประท้วง ขับไล่ฮุนเซ็น
เหตุการณ์ที่แท้จริงคืออะไร
เมื่อแยกภาพบางส่วนจากคลิปวิดีโอนั้นออกมาเป็น Keyframes ด้วยเครื่องมือ InVID Weverify และนำไปตรวจสอบต่อผ่าน Google Lens พบว่าภาพดังกล่าวตรงกับรายงานของสื่อกัมพูชาเมื่อปี 2022 ซึ่งระบุว่าเป็นเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมซึ่งเป็นอดีตพนักงานที่ถูกเลิกจ้างจากคาสิโน NagaWorld ในประเทศกัมพูชา
ภาพบางส่วนจากคลิปวิดีโอนำมาแยกเป็น Keyframes ด้วยเครื่องมือ InVID
ภาพที่ได้จากการค้นหาภาพด้วย Google Lens พบว่าภาพดังกล่าวตรงกับรายงานของสื่อกัมพูชาเมื่อปี 2022 ซึ่งระบุว่าเป็นเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมซึ่งเป็นอดีตพนักงานที่ถูกเลิกจ้างจากคาสิโน NagaWorld ในประเทศกัมพูชา
สื่อภาษาอังกฤษของกัมพูชาระบุว่าเป็นเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมซึ่งเป็นอดีตพนักงานที่ถูกเลิกจ้างจากคาสิโน NagaWorld ในประเทศกัมพูชา เมื่อปี 2022
เมื่อตรวจสอบเนื้อหาเหตุการณ์ดังกล่าวพบว่าตรงกับรายงานของสำนักข่าว AP ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 3 พ.ค.67 ระบุเนื้อหาเกี่ยวกับศาลฎีกากัมพูชาตัดสินให้จำคุก “ซิม สิธาร์” แกนนำสหภาพแรงงานในการประท้วงเลิกจ้างงานในคาสิโนที่ใหญ่ที่สุดในกัมพูชา
ในส่วนหนึ่งของรายงาน ระบุว่า คาสิโน NagaWorld ได้เลิกจ้างพนักงาน 373 คน ในช่วงปลายปี 2021 ท่ามกลางปัญหาทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการระบาดของ Covid- 19 นอกจากนี้ยังพบว่าตรงกับรายงานของ Human Rights Watch และ Global Labor Justice
เรื่องจริงเป็นอย่างไร
Thai PBS Verify ตรวจสอบคลิปที่อ้างว่าเป็นเหตุการณ์จับกุมผู้ประท้วงขับไล่ “ฮุน เซน” พบว่าข่าวปลอม หลังนำภาพบางส่วนจากคลิปวิดีโอไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือ InVID Weverify และ Google Lens พบว่าเป็นเหตุการณ์เมื่อปี 2022 ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ความรุนแรงกับกลุ่มแรงงานที่ถูกเลิกจ้างจากคาสิโน NagaWorld ในกรุงพนมเปญ ไม่เกี่ยวข้องกับการประท้วงทางการเมืองหรือการขับไล่รัฐบาลแต่อย่างใด
กระบวนการตรวจสอบ
แยก Keyframes ด้วยเครื่องมือ InVID: นำคลิปวิดีโอดังกล่าวมาแยก Keyframes เพื่อให้ได้ภาพที่ชัดที่สุดเพื่อง่ายต่อการค้นหาใน Google Lens
ค้นหาภาพต้นทางด้วย Google Lens: นำภาพบางส่วนของคลิปไปค้นหาด้วยเครื่องมือค้นหาภาพ หรือสามารถค้นหาจากคลิปวิดีโอบน Facebook พบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวตรงกับรายงานของสื่อกัมพูชาเมื่อปี 2022 ซึ่งระบุว่าเป็นเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุม ซึ่งเป็นอดีตพนักงานที่ถูกเลิกจ้างจากคาสิโน NagaWorld ในประเทศกัมพูชา

ค้นหาด้วยคำสำคัญ: เมื่อนำคำสำคัญเกี่ยวกับเหตุการณ์เลิกจ้างพนักงานคาสิโน NagaWorld ในประเทศกัมพูชา พบว่าไปตรงกับรายงานของสำนักงาน AP ที่ระบุว่าคาสิโน NagaWorld ได้เลิกจ้างพนักงาน 373 คนในช่วงปลายปี 2021 ท่ามกลางปัญหาทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการระบาดของ Covid-19
ผลกระทบของข้อมูลเท็จเหล่านี้
- บิดเบือนข้อเท็จจริงทางการเมืองระหว่างประเทศ: การอ้างว่าเป็นเหตุ “ขับไล่ฮุน เซน” ทำให้ผู้รับสารเข้าใจผิดว่าในกัมพูชามีการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ ทั้งที่แท้จริงเป็นการประท้วงแรงงาน ไม่เกี่ยวกับการเมืองโดยตรง
- สร้างความเข้าใจผิดต่อสาธารณะและผู้ใช้สื่อออนไลน์: ผู้ชมที่เห็นคลิปโดยไม่ได้ตรวจสอบ อาจเชื่อว่าเกิดการลุกฮือในกัมพูชา ทำให้เกิดการแชร์ต่อและตอกย้ำความเข้าใจผิดในวงกว้าง
- ลดทอนความน่าเชื่อถือของการรายงานข่าวและสื่อออนไลน์: เมื่อสื่อหรือเพจต่าง ๆ แชร์ต่อโดยไม่ตรวจสอบ จะทำให้สังคมไม่มั่นใจในข้อมูลจากสื่ออีกต่อไป ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือโดยรวมของวงการข่าว
บิดเบือนประเด็นเรื่องเรียกร้องสิทธิแรงงาน: เหตุการณ์แรงงาน NagaWorld ถูกเลิกจ้างและใช้ความรุนแรงจากเจ้าหน้าที่ เป็นประเด็นสิทธิมนุษยชนที่ถูกจับตามองจากองค์สิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ แต่กลับถูกนำไปตีความเป็นเรื่องการเมือง ทำให้สาระหลักของการเรียกร้องหายไป
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
- ตรวจสอบแหล่งที่มาและวันเวลาเผยแพร่: ดูว่าคลิปหรือภาพมาจากเพจใด มีวันเวลาตรงกับเหตุการณ์ปัจจุบันหรือไม่ เพราะหลายกรณีเป็นคลิปเก่าที่ถูกนำกลับมาเผยแพร่ใหม่
- ใช้เครื่องมือช่วยตรวจสอบความจริงของภาพ/วิดีโอ: เช่น InVID Weverify , Google Lens เพื่อค้นหาว่าภาพเคยปรากฏในเหตุการณ์ใดมาก่อน
- หลีกเลี่ยงการแชร์ต่อก่อนยืนยันข้อเท็จจริง: การหยุดแชร์เป็นการช่วยลดวงจรการแพร่กระจายข่าวปลอม และป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม









