คลิป “ทรัมป์” ให้ “เนทันยาฮู” ขี่หลัง แท้จริงสร้างจาก AI

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของภาพปลอมจาก: X
ภาพบัญชี X แชร์คลิปวิดีโอ โดนัลด์ ทรัมป์ให้ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลขี่หลัง
Thai PBS Verify พบบัญชี X แชร์คลิปวิดีโอ โดนัลด์ ทรัมป์ให้ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลขี่หลัง ระบุว่า
“Breaking: Trump has officially been promoted from President to Netanyahu‘s personal pony ”
แปลเป็นภาษาไทยโดยใช้ Google Translate ระบุว่า
“ด่วน: ทรัมป์ถูก “เลื่อนขั้น” จากประธานาธิบดี เป็นม้าส่วนตัวของเนทันยาฮู”
โพสต์ดังกล่าวมียอดผู้ชม 1,800,000 ครั้ง และมีการแสดงความรู้สึก 3,500 ครั้ง รวมทั้งมีการรีโพสต์ไปกว่า 5,400 ครั้ง
เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
คลิปวิดีโอที่อ้างว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ เบนจามิน เนทันยาฮู ขี่หลัง พร้อมข้อความว่า “เลื่อนขั้นเป็นม้าส่วนตัว” นั้น ไม่ใช่เหตุการณ์จริง แต่มีแนวโน้มสูงว่าเป็นสื่อที่สร้างขึ้นด้วย AI หรือที่เรียกว่า deepfake โดยมีลักษณะเป็นการเสียดสีทางการเมืองมากกว่าข้อเท็จจริง
ขณะที่ข้อมูลเกี่ยวกับ “แผนสันติภาพ 15 ข้อ” ที่ระบุว่าเป็นข้อเสนอจากฝ่ายทรัมป์ก็ยังไม่พบหลักฐานยืนยันจากแหล่งข่าวน่าเชื่อถือระดับสากล จึงควรระมัดระวังในการเชื่อหรือแชร์เนื้อหาลักษณะนี้ เนื่องจากอาจเป็นข้อมูลบิดเบือนที่ถูกออกแบบมาเพื่อชักจูงความเข้าใจทางการเมืองของผู้ชม
ตรวจสอบความโปร่งใสของเพจ
Thai PBS Verify ตรวจสอบบัญชี X ใช้ชื่อว่า I. R. Iran Embassy in Serbia โดยสร้างเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2561 ซึ่งเป็นเพจทางการของ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศเซอร์เบีย
คลิปวิดีโอนี้เป็นภาพเหตุการณ์จริงหรือไม่ ?
Thai PBS Verify ได้นำคลิปดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบด้วยคลิป AI เช่น checkreal.ai และ fauxlens พบว่ามีโอกาสสูงที่ถูกสร้างจาก AI
ผลการตรวจสอบจากเว็บไซต์ checkreal.ai
ผลการตรวจสอบจากเว็บไซต์ fauxlens
สถานการณ์ของทรัมป์และ เนทันยาฮู ปัจจุบันเป็นอย่างไร ?
นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ปฏิเสธ “แผนสันติภาพ 15 ข้อ” ที่ฝ่ายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ผลักดันอย่างเป็นทางการ โดยแผนดังกล่าวซึ่งจัดทำโดยคณะกรรมาธิการสันติภาพ (Board of Peace) มีเป้าหมายให้กลุ่มฮามาสทยอยวางอาวุธ เพื่อแลกกับการที่กองทัพอิสราเอล (IDF) ค่อย ๆ ถอนกำลังออกจากฉนวนกาซา
อย่างไรก็ตาม เนทันยาฮู ยืนยันต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่า อิสราเอลจะไม่ยอมรับเอกสารดังกล่าว และจะไม่มีการถอนกำลังทหารออกจากกาซา จนกว่าฮามาสจะปลดอาวุธทั้งหมดอย่างแท้จริง
โดยจุดยืนที่แข็งกร้าวดังกล่าวยังได้รับแรงกดดันจากการเมืองภายใน เนื่องจากอิสราเอลกำลังจะเข้าสู่การเลือกตั้งในเดือนตุลาคม 2026 และข้อตกลงนี้ถูกต่อต้านอย่างหนักจากกลุ่มการเมืองฝ่ายขวาจัดในรัฐบาล
กระบวนการตรวจสอบ
1.ตรวจสอบความโปร่งใสของเพจ : ตรวจสอบบัญชี X ใช้ชื่อว่า I. R. Iran Embassy in Serbia โดยสร้างเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2561 ซึ่งเป็นเพจทางการของ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศเซอร์เบีย
2. ตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบคลิป AI: เมื่อนำคลิปดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบด้วยคลิป AI เช่น checkreal.ai และ fauxlens พบว่ามีโอกาสสูงที่ถูกสร้างจาก AI
ผลกระทบข้อมูลเท็จ
- ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด เชื่อว่าเป็นเหตุการณ์จริง
- กระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของบุคคลที่เกี่ยวข้อง
- ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อโจมตีหรือชักจูงความคิดเห็น
- กระตุ้นความขัดแย้งและความเกลียดชังในสังคม
- บั่นทอนความเชื่อมั่นต่อข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์โดยรวม
- ทำให้การแยกแยะข่าวจริง-ข่าวปลอมทำได้ยากขึ้น
- เสี่ยงต่อการแชร์ข้อมูลผิดซ้ำต่อในวงกว้างอย่างรวดเร็ว
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
- อย่าเพิ่งเชื่อหรือแชร์ต่อ: แม้เนื้อหาจะดูน่าเชื่อถือหรือมียอดเข้าชมสูง
- ตรวจสอบแหล่งที่มา: ว่ามาจากสำนักข่าว หน่วยงาน หรือบัญชีที่น่าเชื่อถือหรือไม่
- ตรวจสอบภาพและคลิป: โดยใช้เครื่องมือตรวจสอบ AI หรือค้นหาภาพย้อนกลับ เพื่อดูว่ามีการนำไปใช้ในบริบทอื่นหรือไม่
- เปรียบเทียบข้อมูลจากหลายแหล่ง: โดยเฉพาะประเด็นข่าวสำคัญหรือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบุคคลสาธารณะ
- ระวังข้อความที่กระตุ้นอารมณ์: เช่น ทำให้โกรธ ตกใจ หรือสะใจ เพราะอาจถูกออกแบบมาเพื่อให้คนรีบแชร์









