คลิปรถเก๋งขับลุยน้ำท่วม สูงเกือบมิดหลังคา ที่แท้สร้างจาก AI

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของภาพปลอมจาก: Facebook
ภาพบัญชี เฟซบุ๊กแชร์คลิปวิดีโอรถเก๋งขับลุยน้ำ พร้อมระบุว่า “คันนี้ยี่ห้ออะไร รุ่นอะไร”
Thai PBS Verify พบบัญชี เฟซบุ๊กแชร์คลิปวิดีโอรถเก๋งขับลุยน้ำ พร้อมระบุว่า “คันนี้ยี่ห้ออะไร รุ่นอะไร”
โดยโพสต์ดังกล่าวมียอดผู้เข้าชม 7,400,000 ครั้ง การแสดงความรู้สึก 120,000 ครั้ง และมีการแสดงความคิดเห็น 7,200 ข้อความ ซึ่งคอมเมนต์ส่วนใหญ่เชื่อว่ารถลุยน้ำได้ และสอบถามรุ่นรถดังกล่าว รวมถึงมีการแชร์ไปกว่า 4,600 ครั้ง ถูกโพสต์เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 69
คลิปดังกล่าวเป็นคลิปจริงหรือไม่ ?
Thai PBS Verify นำคลิปวิดีโอดังกล่าว ไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบคลิป AI เช่น Meta AI identification และ Hive detect พบว่าเป็นคลิปที่สร้างจาก AI
โดยระบุว่า “เครื่องมือของ Meta ตรวจพบข้อมูลระบุว่า สื่อนี้ “สร้างโดยใช้ Generative AI” (Created using Generative AI) โดยระบบระบุวันที่ 4 ก.ย. 2569 เวลา 09:37 น. UTC และจัดอยู่ในหมวด “การสร้างและแก้ไขสื่อ” (Media Generation & Editing)”
ผลการตรวจสอบจากเว็บไซต์ Meta AI identification
ผลการตรวจสอบจากเว็บไซต์ Hive detect
วิธีขับรถลุยน้ำท่วมอย่างปลอดภัย
นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ กล่าวกับ Thai PBS Verify ว่า ก่อนขับรถลุยน้ำ ควรประเมินระดับน้ำและสภาพเส้นทางให้รอบคอบ หากน้ำสูงเกินครึ่งล้อ หรือสูงถึงหรือสูงกว่าระดับฝากระโปรงรถ ถือว่ามีความเสี่ยงสูงและไม่ควรฝ่าเข้าไป
หากจำเป็นต้องขับผ่านน้ำ ควรใช้เกียร์ต่ำและรักษารอบเครื่องยนต์ให้คงที่ ขับด้วยความเร็วต่ำ หลีกเลี่ยงการเร่งหรือเบรกกะทันหัน รวมถึงไม่ควรเปลี่ยนความเร็วบ่อย ๆ หรือหมุนพวงมาลัยแรง เพราะอาจทำให้รถเสียการควบคุมได้
สำหรับระบบแอร์ หากจำเป็นต้องปิด ควรเปิดกระจกไว้เล็กน้อยเพื่อช่วยระบายความร้อนและลดการเกิดฝ้าบนกระจก ส่วนกรณีที่ยังเปิดแอร์ ไม่ควรปรับแรงลมสูงสุดจนเกิดแรงดูดอากาศจากภายนอกมากเกินไป
หลังขับผ่านน้ำ ควรเหยียบเบรกเบา ๆ หลายครั้งเพื่อไล่น้ำออกจากระบบเบรกและช่วยให้ผ้าเบรกกลับมาทำงานได้ตามปกติ หากพบว่าน้ำเข้าไปในรถหรือเครื่องยนต์ ควรดับเครื่องยนต์ทันทีและ ไม่ควรสตาร์ทรถซ้ำ เพราะอาจทำให้น้ำเข้าสู่เครื่องยนต์และเกิดอาการ “อัดน้ำ” ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อเครื่องยนต์ได้
นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์
“น้ำท่วม” ระดับไหนที่ไม่ควรขับรถลุยน้ำ?
การขับรถผ่านพื้นที่น้ำท่วมมีความเสี่ยงทั้งต่อเครื่องยนต์และระบบต่าง ๆ ของรถ โดยเฉพาะเมื่อน้ำมีระดับสูงขึ้น ผู้ขับขี่จึงควรประเมินระดับน้ำและสภาพเส้นทางก่อนตัดสินใจขับผ่าน เพื่อลดความเสี่ยงรถดับกลางถนนและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
- ระดับน้ำ 5-10 ซม. รถทุกประเภทสามารถขับผ่านได้ แต่ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวัง ไม่ควรใช้ความเร็วสูง เนื่องจากถนนอาจลื่นและทำให้สูญเสียการควบคุมรถได้
- ระดับน้ำ 10-20 ซม. รถทุกประเภทยังสามารถขับผ่านได้ แต่รถขนาดเล็กอาจได้ยินเสียงน้ำกระทบใต้ท้องรถ จึงควรเพิ่มความระมัดระวัง เพราะมีโอกาสที่น้ำจะเข้าไปในตัวรถได้
- ระดับน้ำ 20-40 ซม. รถอีโคคาร์ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากรถส่วนใหญ่มีความสูงจากพื้นประมาณ 15-17 ซม. ระดับน้ำที่สูงขึ้นอาจทำให้น้ำท่วมบริเวณท่อไอเสีย แต่ยังสามารถขับผ่านได้ ขณะที่รถกระบะยังสามารถขับผ่านได้
- ระดับน้ำ 40-60 ซม. รถเก๋งและรถขนาดเล็กควรหลีกเลี่ยงการขับผ่าน ส่วนรถกระบะยังสามารถขับผ่านได้ โดยควร ปิดแอร์ขณะขับ เพื่อป้องกันพัดลมแอร์บริเวณด้านหน้ารถดูดละอองน้ำเข้าสู่เครื่องยนต์ ซึ่งอาจทำให้เครื่องยนต์ดับ และควร ลดความเร็ว เพื่อลดการเกิดคลื่นน้ำจากรถคันอื่นที่อาจซัดเข้าสู่ห้องเครื่องยนต์
- ระดับน้ำ 60-80 ซม. รถทุกประเภทไม่ควรขับลุยน้ำ เนื่องจากน้ำอาจไหลเข้าสู่ห้องเครื่องยนต์ ทำให้เครื่องยนต์ดับและสร้างความเสียหายต่อระบบต่าง ๆ การขับผ่านน้ำในระดับนี้ต้องใช้ความชำนาญเป็นพิเศษ และควรหลีกเลี่ยงการปะทะกับคลื่นน้ำโดยตรง
- ระดับน้ำสูงกว่า 80 ซม. ควรหลีกเลี่ยงการขับรถผ่านและเปลี่ยนไปใช้เส้นทางอื่น
ข้อมูลจาก สำนักสวัสดิภาพการขนส่งทางบก (สนภ.)

เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
Thai PBS Verify ตรวจสอบพบว่า คลิปรถเก๋งขับลุยน้ำที่ถูกนำมาเผยแพร่บนเฟซบุ๊กเป็น **คลิปที่สร้างจาก AI ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริง** โดยเครื่องมือตรวจสอบของ Meta ระบุว่าสื่อนี้ “สร้างโดยใช้ Generative AI” (Created using Generative AI) และจัดอยู่ในหมวด “การสร้างและแก้ไขสื่อ” (Media Generation & Editing) ขณะที่ผลการตรวจสอบจากเครื่องมือ Hive Detect ก็พบว่าเป็นสื่อที่สร้างด้วย AI เช่นกัน
แม้คลิปดังกล่าวจะมีผู้เข้าชมและการมีส่วนร่วมจำนวนมาก แต่ไม่ควรนำภาพในคลิปมาใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงว่ารถรุ่นดังกล่าวสามารถขับลุยน้ำท่วมได้จริง ผู้ขับขี่ควรประเมินระดับน้ำและสภาพเส้นทางก่อนตัดสินใจ และหลีกเลี่ยงการขับรถผ่านพื้นที่ที่มีระดับน้ำสูงหรือมีความเสี่ยง
กระบวนการตรวจสอบ
- ตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบคลิป AI: ตรวจสอบคลิปด้วยเครื่องมือตรวจสอบ AI เช่น Meta AI Identification และ Hive Detect พบว่าเป็นคลิปที่สร้างจาก AI โดย Meta ระบุว่าเป็นสื่อ “สร้างโดยใช้ Generative AI” (Created using Generative AI) จัดอยู่ในหมวด “การสร้างและแก้ไขสื่อ” (Media Generation & Editing)
- ตรวจสอบผ่านแหล่งข่าว: Thai PBS Verify สัมภาษณ์ นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ แนะประเมินระดับน้ำและเส้นทาง หากน้ำสูงเกินครึ่งล้อหรือถึงระดับฝากระโปรงไม่ควรขับฝ่า หากจำเป็นควรใช้เกียร์ต่ำ ขับช้าและรักษารอบเครื่องยนต์ให้คงที่ หลังขับผ่านน้ำควรเหยียบเบรกเบา ๆ หลายครั้ง และหากน้ำเข้าเครื่องยนต์ให้ดับเครื่องทันที ไม่ควรสตาร์ทรถซ้ำ เพราะอาจทำให้น้ำเข้าสู่เครื่องยนต์และเกิดความเสียหายได้
ผลกระทบข้อมูลเท็จ
- ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่า รถยนต์สามารถขับลุยน้ำในลักษณะเดียวกับที่ปรากฏในคลิปได้จริง
- อาจทำให้ผู้ขับขี่เลียนแบบการขับรถตามคลิป โดยไม่ประเมินระดับน้ำและสภาพเส้นทาง ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
- การขับรถลุยน้ำในระดับที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้เครื่องยนต์และระบบต่าง ๆ ของรถยนต์ได้รับความเสียหาย
- การเผยแพร่คลิปที่สร้างจาก AI โดยไม่ระบุว่าเป็นเนื้อหาที่สร้างขึ้น อาจทำให้ประชาชนสับสนและยากต่อการแยกแยะระหว่างภาพเหตุการณ์จริงกับภาพที่สร้างขึ้นจาก AI
- การแชร์ต่อเป็นวงกว้างอาจทำให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการขับรถในพื้นที่น้ำท่วมแพร่กระจายและเข้าถึงประชาชนจำนวนมาก
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
ข้อแนะนำเมื่อได้รับข้อมูลเท็จ
- ตรวจสอบแหล่งที่มาและรายละเอียดของคลิปก่อนเชื่อหรือแชร์ต่อ โดยเฉพาะคลิปที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์น้ำท่วมและความปลอดภัย
- หากเป็นภาพหรือวิดีโอที่ดูผิดปกติ ควรตรวจสอบว่าเป็นเนื้อหาที่สร้างหรือดัดแปลงด้วย AI หรือไม่
- เปรียบเทียบข้อมูลกับแหล่งข่าวหรือหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ ก่อนนำข้อมูลไปใช้ในการตัดสินใจ
- ไม่ควรทดลองทำตามเนื้อหาในคลิป หากอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของตนเองหรือผู้อื่น
- หากพบข้อมูลที่น่าสงสัย ควรหลีกเลี่ยงการแชร์ต่อ และส่งข้อมูลให้หน่วยงานหรือองค์กรตรวจสอบข้อเท็จจริงตรวจสอบก่อนเผยแพร่ต่อ









