Fact Check: ประกาศวันเลือกตั้งหลังยุบสภาเลื่อนได้จริงหรือไม่ หากสถานการณ์ชายแดนยังตึงเครียด

นับตั้งแต่ที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กราบบังคมทูล เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่เป็นการทั่วไป หรือการยุบสภา เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 68 ที่ผ่านมา ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 103 ระบุว่าใจความสำคัญกรณีหากมีการยุบสภาว่า
หลังจากพระราชกฤษฎีกายุบสภามีผลใช้บังคับแล้ว ภายใน 5 วัน กกต. ต้องประกาศวันเลือกตั้งอย่างเป็นทางการในราชกิจจานุเบกษา
โดยวันเลือกตั้งนั้น ต้องจัดภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 45 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน นับจากวันที่พระราชกฤษฎีกายุบสภามีผล และการเลือกตั้งต้องจัดในวันเดียวกันทั่วทั้งประเทศ
อนุทิน ชาญวีรกูล
อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อกังวลว่าอาจส่งผลกระทบต่อกำหนดการจัดการเลือกตั้งว่าจะถูกเลื่อนออกไปหรือไม่ ซึ่งแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาแถลงชี้แจงประเด็นดังกล่าวเมื่อเมื่อวันที่ 12 ธ.ค.68 กล่าวถึงการเลือกตั้งหลังยุบสภาจะขยายออกไปนานกว่า 60 วัน ว่า
เงื่อนไขของกฎหมายเมื่อมีพระราชกฤษฎีกา กกต.ต้องประกาศวันเลือกตั้งและต้องประกาศจำนวนเขตเลือกตั้ง ต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 5 วัน ซึ่งในระยะเวลาดังกล่าวจะได้วันเลือกตั้งที่ชัดเจน ส่วนสถานการณ์ในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรในทางกฎหมาย มีช่องทางในการแก้ไขได้ทุกเรื่อง ซึ่งการประชุม กกต. วันจันทร์ 15 ธ.ค.นี้ จะพิจารณาเรื่องการเป็นเขตเลือกตั้ง และมีประชุมกับตัวแทน ครม.เรื่องการทำประชามติ ส่วนในวันอังคารที่ 16 ธ.ค.จะประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง วันรับสมัครเลือกตั้ง สส.
ส่วนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนจะสามารถจัดวันเลือกตั้งให้เป็นวันเดียวกันได้หรือไม่นั้น นายแสวง กล่าวว่า “สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่บริเวณชายแดน 4-5 จังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในทางกฎหมายมีทางออกในเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ซึ่งรัฐธรรมนูญมาตรา 104 ระบุว่าถ้ามีเหตุจำเป็น คณะกรรมการเลือกตั้งกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ได้ แต่ต้องจัดการเลือกตั้งให้เกิดขึ้นภายใน 30 วัน นับแต่เหตุการณ์นั้นสิ้นสุดลง ซึ่งเป็นการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่และเป็นการขยายเวลาของทั้งประเทศ เพราะต้องให้การเลือกตั้งเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร
“แต่ถ้าเป็นอย่างการเลือกตั้งซ่อม จ.ศรีสะเกษ เราใช้มาตรา 102 มีเหตุในบางหน่วยบางพื้นที่อันนั้นเป็นการกำหนดวันลงคะแนนใหม่ ซึ่งเป็นการใช้คำที่ต่างกัน”
นายแสวง ยังกล่าวถึงกรณีที่หากไม่สามารถจัดการเลือกตั้งตามวันที่กำหนด คณะกรรมการการเลือกตั้ง มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยสุจริต ซึ่งต้องคำนึงถึงคนที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง คือกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ผู้สมัครที่ต้องหาเสียง รวมทั้งประชาชนผู้มีสิทธิ์ เราต้องดูความสะดวกและความปลอดภัยด้วย นี่คือองค์ประกอบที่จะต้องนำมาพิจารณาว่า กกต.จะวินิจฉัยเป็นอย่างไร ซึ่ง ผอ.จังหวัดจะต้องเป็นคนประเมินสถานการณ์ในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ไม่รู้ว่าสถานการณ์แบบนี้จะจบเมื่อไหร่ ซึ่งการขยายวันเลือกตั้ง เป็นทางออกแรกที่มีอยู่ แต่อาจจะมีอีกทางออกคือการลงคะแนนแบบลงทะเบียนออกเสียงล่วงหน้า คือการออกเสียงนอกหน่วย ซึ่งต้องดูและประเมินสถานการณ์ก่อน ซึ่งหากใช้การขยายวันเมื่อเหตุการณ์สิ้นสุดลงแล้วคือไม่มีเหตุอีกแล้ว การเลือกตั้งก็จะสามารถจัดได้ภายใน 30 วัน
ทั้งนี้ไม่มีกฎหมายรองรับไว้ในกรณีที่จะจัดให้มีการเลือกตั้งในศูนย์อพยพ ซึ่งอาจจะต้องใช้วิธีลงทะเบียนแล้วจัดหายานพาหนะเพื่อนำประชาชนไปลงคะแนน พร้อมยืนยันว่าจะพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความโปร่งใสและความปลอดภัยของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งและผู้ที่หาเสียง
แฟ้มภาพคูหาเลือกตั้งปี 2021
Fact-Check: การกำหนดวันเลือกตั้งสามารถเลื่อนได้หรือไม่ ?
คำกล่าวอ้างของ แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ระบุว่า
“สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่บริเวณชายแดน 4-5 จังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในทางกฎหมายมีทางออกในเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ซึ่งรัฐธรรมนูญมาตรา 104 ระบุว่าถ้ามีเหตุจำเป็น คณะกรรมการเลือกตั้งกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ได้ แต่ต้องจัดการเลือกตั้งให้เกิดขึ้นภายใน 30 วัน นับแต่เหตุการณ์นั้นสิ้นสุดลง ซึ่งเป็นการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่และเป็นการขยายเวลาของทั้งประเทศ เพราะต้องให้การเลือกตั้งเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร” เป็นข้อเท็จจริงหรือไม่
เมื่ออ้างอิงรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี 2560 ระบุดังนี้
“มาตรา ๑๐๔ ในกรณีที่มีเหตุจําเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เป็นเหตุให้ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งตามวันที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศกําหนดตามมาตรา ๑๐๒ หรือมาตรา ๑๐๓ คณะกรรมการการเลือกตั้งจะกําหนดวันเลือกตั้งใหม่ก็ได้ แต่ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เหตุดังกล่าวสิ้นสุดลง แต่เพื่อประโยชน์ในการนับอายุตามมาตรา ๙๕ (๒) และมาตรา ๙๗ (๒) ให้นับถึงวันเลือกตั้งที่กําหนดไว้ตามมาตรา ๑๐๒ หรือมาตรา ๑๐๓ แล้วแต่กรณี”
มาตรา 104 ใน รธน.60 ระบุ ในกรณีที่มีเหตุจําเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เป็นเหตุให้ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งตามวันที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศกําหนดตามมาตรา ๑๐๒ หรือมาตรา ๑๐๓ คณะกรรมการการเลือกตั้งจะกําหนดวันเลือกตั้งใหม่ก็ได้ แต่ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เหตุดังกล่าวสิ้นสุดลง
ส่วนคำกล่าวอ้างของเลขาฯ กกต. ที่ระบุว่า “แต่ถ้าเป็นอย่างการเลือกตั้งซ่อม จ.ศรีสะเกษ เราใช้มาตรา 102 มีเหตุในบางหน่วยบางพื้นที่ อันนั้นเป็นการกำหนดวันลงคะแนนใหม่ ซึ่งเป็นการใช้คำที่ต่างกัน”
เมื่ออ้างอิงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 ระบุว่า
“มาตรา ๑๐๒ ในกรณีที่การออกเสียงลงคะแนนในหน่วยเลือกตั้งแห่งใด ไม่สามารถกระทําได้ เนื่องจากเกิดจลาจล อุทกภัย อัคคีภัย เหตุสุดวิสัย หรือเหตุจําเป็นอย่างอื่น ถ้าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนวันเลือกตั้ง ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจําเขตเลือกตั้ง กําหนดที่เลือกตั้งใหม่ที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถไปลงคะแนนเลือกตั้งได้โดยสะดวก แต่ถ้าไม่อาจกําหนดที่เลือกตั้งใหม่ได้ ให้ประกาศงดลงคะแนนเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งนั้น แล้วรายงานต่อคณะกรรมการโดยเร็ว
“ในกรณีที่เหตุตามวรรคหนึ่งเกิดขึ้นในวันเลือกตั้ง ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจําเขตเลือกตั้ง หรือคณะกรรมการประจําหน่วยเลือกตั้งประกาศงดลงคะแนนในหน่วยเลือกตั้งนั้น แล้วรายงานต่อคณะกรรมการโดยเร็ว
“การดําเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสองให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกําหนด
“เมื่อได้รับรายงานตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองแล้ว ให้คณะกรรมการพิจารณาและกําหนดวันลงคะแนนใหม่ในหน่วยเลือกตั้งนั้นหรือมีคําสั่งเป็นอย่างอื่นเพื่อประโยชน์แห่งความสุจริตและเที่ยงธรรม ในการเลือกตั้งโดยเร็ว”

สรุปคือ ถ้าในหน่วยเลือกตั้งไหนไม่สามารถเปิดให้ลงคะแนนได้ เพราะเกิดเหตุจลาจล น้ำท่วม ไฟไหม้ หรือเหตุจำเป็นอื่น ๆ ก่อนวันเลือกตั้ง กกต. ประจำเขตสามารถย้ายไปจัดหน่วยเลือกตั้งใหม่ในจุดที่ประชาชนไปใช้สิทธิได้สะดวก แต่ถ้าไม่สามารถหาสถานที่ใหม่ได้ ให้ประกาศงดการลงคะแนนในหน่วยนั้นไปก่อน แล้วรีบรายงานเรื่องให้ กกต. ส่วนกลางทราบทันที
เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
กรณีที่มีข้อกังวลว่าการเลือกตั้งหลังยุบสภาอาจถูกเลื่อนออกไป เนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงว่า ในทางกฎหมายยังมี ทางออกรองรับสถานการณ์ดังกล่าว โดยอ้างอิงรัฐธรรมนูญ มาตรา 104 ซึ่งเปิดช่องให้ กกต. สามารถกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ได้ หากมีเหตุจำเป็นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง แต่ต้องจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับจากวันที่เหตุการณ์สิ้นสุด และการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ต้องเป็นวันเดียวกันทั่วประเทศ
ขณะเดียวกัน นายแสวง ระบุว่า หากปัญหาเกิดขึ้นเฉพาะบางพื้นที่หรือบางหน่วยเลือกตั้ง ไม่จำเป็นต้องเลื่อนวันเลือกตั้งทั้งประเทศ โดยสามารถใช้กฎหมายเลือกตั้ง มาตรา 102 เพื่อกำหนดวันลงคะแนนใหม่เฉพาะหน่วยหรือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
จากการตรวจสอบข้อกฎหมาย พบว่า คำกล่าวอ้างของเลขาธิการ กกต. เป็นข้อเท็จจริง โดยกฎหมายกำหนดกรอบและเงื่อนไขไว้อย่างชัดเจน ทั้งกรณีการเลื่อนวันเลือกตั้งทั้งประเทศ และกรณีการจัดลงคะแนนใหม่เฉพาะบางหน่วย
กระบวนการตรวจสอบ
ตรวจสอบข้อมูลโดยอ้างอิงคำชี้แจงของนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ควบคู่กับการตรวจสอบบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 โดยเฉพาะมาตรา 103 และมาตรา 104 รวมถึงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 102 เพื่อเปรียบเทียบว่าเงื่อนไขและอำนาจหน้าที่ของ กกต. สอดคล้องกับคำกล่าวอ้างหรือไม่









