“ไมเคิล” นักข่าวเก๊ล็อบบี้ยิสต์ “กัมพูชา” โพสต์ภาพอ้างทหารกัมพูชาบาดเจ็บ แท้จริงภาพทหารไทย

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาจาก: Facebook
เพจเฟซบุ๊ก Michael B Alfaro โพสต์ภาพทหารไทยนอนบาดเจ็บบนเตียงนอนระบุว่า ทหารกัมพูชาที่ได้รับบาดเจ็บจากกองกำลังไทย
Thai PBS Verify พบเพจเฟซบุ๊ก Michael B Alfaro โพสต์ภาพทหารไทยนอนบาดเจ็บบนเตียงนอน พร้อมระบุว่า
“Cambodia Thai Border Conflict Has a Long History
“The roots of the Thai-Cambodian border conflict lie in a history of enmity over competing territorial claims. These claims largely stem from a 1907 map created while Cambodia was under French colonial rule, which Thailand maintains is inaccurate. Tensions were exacerbated by a 1962 International Court of Justice ruling that awarded sovereignty to Cambodia, which still riles many Thais.” Fortune AP
Photo Credit: Pheng Vannak, Journalist; description, wounded Cambodian soldiers by Thai forces.”
แปลเป็นภาษาไทยว่า
“ความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชามีประวัติยาวนาน
รากเหง้าของความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชามาจากประวัติความบาดหมางเกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์ในดินแดนที่ทับซ้อนกัน ซึ่งส่วนใหญ่สืบเนื่องจากแผนที่ปี ค.ศ. 1907 ที่จัดทำขึ้นในช่วงที่กัมพูชาอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส โดยฝ่ายไทยยืนยันว่าแผนที่ดังกล่าวไม่ถูกต้อง ความตึงเครียดทวีความรุนแรงมากขึ้นจากคำตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ในปี ค.ศ. 1962 ที่มอบอธิปไตยให้แก่กัมพูชา ซึ่งยังคงสร้างความไม่พอใจให้กับชาวไทยจำนวนมากจนถึงปัจจุบัน
— Fortune / AP
เครดิตภาพ: เพ็ง วรรณัก (Pheng Vannak) ผู้สื่อข่าว
คำอธิบายภาพ: ทหารกัมพูชาที่ได้รับบาดเจ็บจากกองกำลังไทย”
ซึ่งโพสต์ดังกล่าวนั้นมีการแสดงความรู้สึก 6,500 ครั้งและการแสดงความคิดเห็น 834 ครั้ง และมีการแชร์ไปกว่า 372 ครั้ง
ภาพเหตุการณ์จริงหรือไม่ ?
Thai PBS Verify นำภาพในโพสต์ทหารที่นอนบาดเจ็บไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือ Google Lens พบว่าไปตรงกับโพสต์ของเฟซบุ๊ก Uthai Ardnongwar ที่โพสต์ภาพเดียวกันระบุว่า “ขอให้เพื่อนใหญ่หายไวๆเด้อ #ร้อยอินทรี #นนส.10/49” โดยโพสต์ดังกล่าวถูกโพสต์ไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 68 (คลิกเพื่อดูเนื้อหาต้นฉบับที่บันทึกไว้)
ภาพเปรียบเทียบเฟซบุ๊ก Michael B Alfaro (ซ้าย) และเฟซบุ๊ก Uthai Ardnongwar (ขวา )ที่โพสต์ภาพเดียวกัน
นอกจากนี้ เมื่อสังเกตจากแคปชันที่ Michael B Alfaro โพสต์ไว้พบว่า มีการให้เครดิตภาพจาก เพ็ง วรรณัก (Pheng Vannak) ผู้สื่อข่าวกัมพูชา ซึ่ง Thai PBS Verify ได้ทำการใช้ Google Searh Engine ค้นหาช่องทางการติตด่อ พบว่า ในช่องทางเฟซบุ๊กของ Pheng Vannak มีการโพสต์ภาพเดียวกัน เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 68 ระบุว่า
“ទាហានថៃស្លាប់ និង រងរបួសរាប់ពាន់នាក់ មន្ទីរពេទ្យខេត្ត សុរិន្ទ គ្មានកន្លែងទទួលទៀតទេ ពេលនេះដឹកបន្តទៅ មន្ទីរពេទ្យយោធាព្រះមង្គត់នៅបាងកក ។”
แปลเป็นภาษาไทยว่า
“ทหารไทยเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บนับพันนาย โรงพยาบาลจังหวัดสุรินทร์ไม่มีที่รองรับผู้ป่วยแล้ว ขณะนี้ได้ลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งต่อไปยังโรงพยาบาลทหารพระมงกุฎเกล้าในกรุงเทพฯ” (คลิกเพื่อดูเนื้อหาต้นฉบับที่บันทึกไว้)
เฟซบุ๊กของ Pheng Vannak พบว่ามีการโพสต์ภาพเดียวกัน ระบุว่า ทหารไทยเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บนับพันนาย โรงพยาบาลจังหวัดสุรินทร์ไม่มีที่รองรับผู้ป่วยแล้ว ขณะนี้ได้ลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งต่อไปยังโรงพยาบาลทหารพระมงกุฎเกล้าในกรุงเทพฯ
โดยหนึ่งในภาพที่โพสต์เป็นภาพโรงพยาบาลสนาม เมื่อสังเกตพบจุดผิดปกติหลายจุด ไม่ว่าจะเป็น ป้ายชื่อเป็นภาษาที่อ่านไม่ออก รวมถึงมีโลโก้ของ Gemini ซึ่งเมื่อนำภาพไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ AI ได้แก่ Wasitai, Hivemoderation และ illuminartyai ปรากฎว่าภาพดังกล่าวมีแนวโน้มที่ภาพสร้างจาก AI
ภาพที่สงสัยว่าสร้างจาก AI ในเฟซบุ๊ก Pheng Vannak
ภาพผลการตรวจสอบจากเครื่องมือ Wasitai พบว่าสร้างจาก AI
ภาพผลการตรวจสอบจากเครื่องมือ Hivemoderation โอกาสเป็นภาพที่ถูกจากจาก AI ถึง 99.7%
ภาพผลการตรวจสอบจากเครื่องมือ illuminartyai ปรากฎว่ามีแนวโน้มที่ภาพสร้างจาก AI ถึง 80.8 %
สถานการณ์ไทย – กัมพูชาเป็นอย่างไร ?
เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 68 มีรายงานเหตุปะทะบริเวณเนิน 677 พื้นที่ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี ส่งผลให้กำลังพลทหารไทยเสียชีวิต 4 นาย และบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดอีก 3 นาย ขณะที่กองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า จากสถานการณ์สู้รบชายแดนไทย–กัมพูชา ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. สามารถเข้ายึดพื้นที่เป้าหมายซำแตและเนิน 677 ในพื้นที่ช่องอานม้าได้สำเร็จ โดยภาพรวมของเหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้มีกำลังพลพลีชีพรวม 15 นาย และบาดเจ็บรวม 270 นาย ซึ่งมีจำนวนไม่ถึงตามที่โพสต์ของ Pheng Vannak กล่าวอ้างแต่อย่างใด(คลิกเพื่อดูเนื้อหาต้นฉบับที่บันทึกไว้)
เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
Thai PBS Verify ตรวจสอบพบว่าเป็นข่าวปลอม โดยมีการใช้ภาพทหารที่นอนบาดเจ็บ ระบุว่าเป็นทหารกัมพูชาที่ได้รับบาดเจ็บจากไทย แต่เมื่อใช้เครื่องมือ Google lens ตรวจสอบพบว่าเป็นภาพทหารไทยที่ได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งโพสต์ได้อ้างถึง เครดิตภาพจากนักข่าวกัมพูชา ซึ่งเมื่อทำการตรวจสอบพบว่าภายในโพสต์มีการใช้ภาพ AI ประกอบเนื้อหาด้วย
กระบวนการตรวจสอบ
- ตรวจสอบด้วยเครื่องมือ Google Lens: เมื่อนำภาพในโพสต์ทหารที่นอนบาดเจ็บไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือ Google Lens พบว่าไปตรงกับโพสต์ของเฟซบุ๊ก Uthai Ardnongwar ที่โพสต์ภาพเดียวกันระบุว่า “ขอให้เพื่อนใหญ่หายไวๆเด้อ #ร้อยอินทรี #นนส.10/49” เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 68
- ตรวจสอบด้วย Google Searh Engine: ค้นหาช่องทางออนไลน์ของเครดิตภาพ พบช่องทางเฟซบุ๊กของ Pheng Vannak มีการโพสต์ภาพเดียวกัน เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 68 ซึ่งเป็นการโพสต์หลังจากต้นฉบับ พร้อมอ้างว่า ทหารไทยเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บนับพันนาย โรงพยาบาลจังหวัดสุรินทร์ไม่มีที่รองรับผู้ป่วยแล้ว ขณะนี้ได้ลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งต่อไปยังโรงพยาบาลทหารพระมงกุฎเกล้าในกรุงเทพฯ โดยมีภาพทหารนอนบาดเจ็บจำนวนมากในโรงพยาบาลสนาม
- ตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ AI: เมื่อนำภาพโรงพยาบาลสนามในโพสต์ของ Pheng Vannak มาตรวจสอบพบว่า เป็นภาพที่สร้างจาก AI
ผลกระทบของข้อมูลเท็จ
- บิดเบือนความเข้าใจของสังคม: ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนและเหตุการณ์ความมั่นคง เกิดการรับรู้ที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง
- กระตุ้นความขัดแย้งระหว่างประเทศ: ภาพและข้อมูลเท็จอาจถูกนำไปใช้สร้างความเกลียดชังหรือปลุกกระแสชาตินิยม
- บั่นทอนความเชื่อมั่นต่อสื่อและข้อมูลจริง: เมื่อมีการเผยแพร่ข้อมูลเท็จจำนวนมาก ประชาชนอาจสับสน แยกไม่ออกระหว่างข่าวจริงกับข่าวปลอม
- เพิ่มความเสี่ยงจากการใช้ AI ในทางที่ผิด: กรณีภาพโรงพยาบาลสนามที่สร้างจาก AI สะท้อนว่าข้อมูลปลอมสามารถถูกผลิตได้แนบเนียนมากขึ้น ทำให้การตรวจสอบยาก และเพิ่มโอกาสที่ประชาชนจะหลงเชื่อ
- ส่งผลต่อการตัดสินใจของประชาชน: หากประชาชนเชื่อข้อมูลเท็จ อาจตื่นตระหนก แสดงความเห็นหรือกระทำการบางอย่างโดยขาดข้อมูลที่ถูกต้อง
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
- ตรวจสอบแหล่งที่มาและความน่าเชื่อถือ: เช็กข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือรัฐบาล หรือสื่อมากกว่า 1 แหล่ง ข้อมูลเท็จมักจะมาจากบัญชีที่ไม่รู้จัก, เว็บไซต์ที่ไม่คุ้นเคย, หรือมีการแชร์ต่อ ๆ กันมาโดยไม่มีการอ้างอิงแหล่งที่มาชัดเจน เพื่อตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้อง
- ตรวจสอบรูปภาพและวิดีโอ: สังเกตรายละเอียด หากเป็นภาพที่สร้างจาก AI เช่น รายละเอียดที่ผิดเพี้ยนหรือไม่สมจริง เช่น ความเบลอที่ไม่เป็นธรรมชาติ, การจัดเรียงวัตถุแปลก ๆ หรือความผิดปกติของพื้นผิว
- วิเคราะห์เนื้อหาและอารมณ์: ข้อมูลเท็จมักจะใช้ภาษาที่ ปลุกปั่นให้เกิดความโกรธ, ความกลัว, หรือความเกลียดชัง เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนแชร์ต่อโดยไม่คิด เนื้อหาที่น่าสงสัยมักจะขาดรายละเอียดที่สำคัญ เช่น ใครเป็นคนพูด/ทำ, เกิดขึ้นที่ไหน, เมื่อไหร่, หรือตัวเลข/สถิติที่ดูเกินจริง
- หยุดการเผยแพร่และแชร์ต่อ: หากคุณไม่แน่ใจว่าข้อมูลนั้นเป็นความจริง ห้ามแชร์ต่อเด็ดขาด เพราะการแชร์ต่อจะทำให้ข้อมูลเท็จแพร่กระจายออกไป









