ตรวจสอบแล้ว: เทียบบริบทถ้อยคำ ‘เท้ง-ณัฐพงษ์’ พรรคประชาชน ต่อการแก้ไข ม.112 บนสื่อไทย-สื่อนอก

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาจาก: Threads
ตรวจสอบพบโพสต์พร้อมภาพที่อ้างว่า “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หรือ เท้งหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศเกี่ยวกับการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

โพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ในกลุ่มเฟซบุ๊กชื่อ “แฟนข่าว Top News Thailand” ซึ่งมีสมาชิกมากกว่า 200,000 คน เผยแพร่เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 69 พร้อมระบุคำอธิบายว่า
“พรรคนี้เชื่อมันได้ที่ไหนพูดกับชาวบ้านร้านค้าในตลาดเดินหาเสียงอย่างหนึ่ง พูดออกรายการทีวีอย่างนึง พูดกับสื่อต่างประเทศอย่างหนึ่ง แต่พฤติกรรมที่เชื่อได้คือมันจะแก้หรือยกเลิกมาตรา 112 ยกเลิกรัฐธรรมนูญ 69 ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยยกเลิกหมวด 1 หมวด 2 นี่คือธงของมัน”
ภาพดังกล่าวปรากฏข้อความว่า
“บอกชาวโลกจะแก้ 112 บอกคนไทยจะไม่แก้”
พร้อมแนบภาพเนื้อหาที่อ้างว่าเป็นบทสัมภาษณ์ของ ณัฐพงศ์ ซึ่งเผยแพร่บนเว็บไซต์ Time ระบุว่า
“Article 112 still causes problems in Thailand,” he says. “And if we get power, we will fix this law in compliance with the Constitutional Court verdict.”
(ณัฐพงษ์ กล่าวว่า
“มาตรา 112 ยังคงเป็นข้อกฎหมายที่เป็นปัญหาในประเทศไทย”
“และหากเราได้เป็นรัฐบาล เราจะแก้ไขกฎหมายนี้ให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ”)
ตรวจสอบบทสัมภาษณ์เต็ม “ณัฐพงษ์” และ “Time” พูดถึงประเด็นมาตรา 112 ว่าอย่างไร ?
บทสัมภาษณ์ของ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ Time เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 68 ใช้พาดหัวบทสัมภาษณ์ว่า Thailand’s Opposition Leader Natthaphong Ruengpanyawut Is ‘Ready to Run the Country’ (ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านของไทย ‘พร้อมบริหารประเทศ’) เขียนโดย Charlie Campbell บรรณาธิการอาวุโสของ Time
ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งของเนื้อหาที่ถูกนำมาอ้างอิงในโพสต์ดังกล่าว เป็นช่วงที่กล่าวถึงจุดยืนของตัวแทนพรรคประชาชนต่อการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 รวมถึงท่าทีต่อประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย
ส่วนหนึ่งจากบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มบริบท ที่โพสต์ดังกล่าวหยิบยกมาใช้อ้างอิง ระบุว่า
Still, the elephant in the room remains the People’s Party’s attitude toward Thailand’s sacrosanct monarchy, since reform of Article 112 lay behind Move Forward’s dissolution. Natthaphong says that the Constitutional Court verdict simply stated that parties were not allowed to campaign on amending the legislation, so while he will keep such goals off any manifesto or stump speech, the movement’s ambitions remain unchanged.
ส่วนนี้เป็นการระบุของผู้สัมภาษณ์: อย่างไรก็ดีประเด็นที่รับรู้ได้ แต่ไม่เป็นที่พูดถึงนัก ยังคงเป็นเรื่องของท่าทีพรรคประชาชนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เคารพยิ่งของไทย เนื่องจากการปฏิรูปมาตรา 112 เป็นเหตุผลหนึ่งซึ่งนำไปสู่การยุบพรรคก้าวไกล
ณัฐพงษ์กล่าวว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญระบุเพียงว่า พรรคการเมืองไม่สามารถรณรงค์หาเสียงด้วยนโยบายแก้ไขกฎหมายดังกล่าวได้ ดังนั้น เขาจึงไม่กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวในนโยบายหาเสียงหรือการปราศรัย แต่ความตั้งใจของการผลักดันเรื่องนี้ยังคงเดิม
“Article 112 still causes problems in Thailand,” he says. “And if we get power, we will fix this law in compliance with the Constitutional Court verdict.”
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า “มาตรา 112 ยังคงเป็นข้อกฎหมายที่เป็นปัญหาในประเทศไทย” เขากล่าว “และหากเราได้เป็นรัฐบาล เราจะแก้ไขกฎหมายนี้ให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ”
Regarding the role of the Royal Family more broadly, Natthaphong says the “monarchy must be above politics … and still the core institution in Thailand. We must amend the law to reposition them and make them accepted by Thai people in the modern world.”
สำหรับบทบาทของพระราชวงศ์ในภาพกว้างนั้น ณัฐพงษ์กล่าวว่า “สถาบันพระมหากษัตริย์ต้องอยู่เหนือการเมือง … และยังคงเป็นสถาบันหลักของประเทศไทย เราจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายเพื่อปรับบทบาทของสถาบันให้สมพระเกียรติ และเป็นสถาบันของปวงชนชาวไทยในโลกสมัยใหม่”
สรุป ณัฐพงษ์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศระบุว่าหากได้เป็นรัฐบาล จะแก้ไขกฎหมายนี้ให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ ทีมงาน Thai PBS Verify ได้ติดต่อสอบถามไปยังตัวแทนพรรคประชาชน เพื่อยืนยันว่า ณัฐพงษ์ได้ให้สัมภาษณ์ด้วยถ้อยคำดังกล่าวกับ Time หรือไม่ รวมถึงเนื้อหาดังกล่าวมีการบิดเบือนบริบทหรือไม่ โดยตัวแทนพรรคยืนยันว่า มีการให้สัมภาษณ์ด้วยถ้อยคำดังกล่าวจริง
ตรวจสอบถ้อยคำ ‘ณัฐพงษ์’ พูดบนหน้าสื่อไทยว่าอย่างไร
ส่วนคำกล่าวอ้างในโพสต์ที่ระบุว่า “บอกชาวโลกจะแก้ 112 บอกคนไทยจะไม่แก้” นั้น
Thai PBS Verify ได้ตรวจสอบถ้อยคำและการให้สัมภาษณ์ของ ณัฐพงษ์ ในประเด็นเกี่ยวกับจุดยืนต่อการผลักดันพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมที่ครอบคลุมคดีนักโทษ มาตรา 112 รวมถึงการกล่าวถึงกรณีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากการปรากฏบนสื่อไทย พบว่า ณัฐพงษ์ได้แสดงจุดยืนต่อประเด็นนี้ไว้ในเวทีดีเบตก่อนเลือกตั้ง ปี 2569 โดยณัฐพงษ์ยอมรับว่า แม้มาตรา 112 ไม่สามารถนำมาเป็นนโยบายหาเสียงได้ตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ แต่กฎหมายดังกล่าวยังมีปัญหาบางประการ เช่น เรื่องโทษขั้นต่ำ ซึ่งกรอบคำวินิจฉัยเปิดช่องให้สามารถพิจารณาปรับแก้ได้ในอนาคต ผ่านกระบวนการทางการเมืองและการตกผลึกแล้วมติร่วมกันของสังคม
ดังนี้
ถ้อยคำของ ณัฐพงษ์ จากเวทีดีเบตของสำนักข่าวไทยรัฐ ในงาน ไทยรัฐดีเบต #ดีเบตอีกสักตั้ง ไทยรัฐเลือกตั้ง 69 ท้าชนนโยบาย พาไทยออกจากเงามืด เผยแพร่ เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 68 ในหัวข้อการดีเบตเรื่องการนิรโทษกรรม ม.112 ดำเนินรายการโดย พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ
กับคำถามที่ว่า “ถ้าท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านเห็นด้วยหรือไม่ กับพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมที่รวมนักโทษการเมือง มาตรา 112 ถ้าท่านเห็นด้วย ให้ยกมือขึ้น”
ณัฐพงษ์ ซึ่งเป็นแคนดิเดตนายก พรรคประชาชน เป็นคนเดียวที่ยกมือในประเด็นดังกล่าว พร้อมกับคำอธิบายว่า
“พยายามผลักดันตามข้อจำกัดที่มีอยู่ อย่างกฎหมายตัวนิรโทษกรรมได้ผ่านสภาไปแล้ว ส่วนกระบวนการในการเดินหน้า ถ้ารัฐบาลพรรคประชาชน เราอยากยืนยันในเรื่องของการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ไม่ควรจะต้องมีใครจะต้องติดคุกเพราะคำพูด
อ้างอิงจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญปัจจุบัน ไม่มีพรรคการเมืองใด ที่สามารถเอาประเด็นนี้ (ม.112) มาเป็นนโยบายหาเสียงได้อีก เพียงแต่ผมอยากแสดงจุดยืนทิ้งท้ายไว้นิดเดียวว่าจริง ๆ เราต้องยอมรับตามข้อเท็จจริงว่ากฎหมายฉบับนี้ยังมีปัญหาอยู่บางส่วน ผมยกตัวอย่าง เช่น ในเรื่องของโทษขั้นต่ำ ซึ่งจริง ๆ กรอบคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ก็เปิดช่องให้สามารถแก้ไขได้ เพียงแต่ว่าจะแก้อย่างไร ภายใต้กรอบข้อจำกัดทางการเมืองที่มีอยู่ พรรคประชาชนก็หวังว่าสังคมไทยจะตกผลึกในเรื่องนี้ร่วมกัน และหาทางในการแก้ไขปรับปรุงต่อไปในอนาคต”
ที่มาภาพจาก: รายการไทยรัฐดีเบต #ดีเบตอีกสักตั้ง ไทยรัฐเลือกตั้ง 69 ท้าชนนโยบาย พาไทยออกจากเงามืด ช่วงหนึ่งของการดีเบต ปรากฏ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคประชาชน ยกมือเห็นด้วยต่อคำถามว่าเห็นด้วยหรือไม่กับพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมที่ครอบคลุมคดีนักโทษการเมือง รวมถึงคดี ม.112
‘ณัฐพงษ์’ กล่าว ไม่มีการแก้ไข ม.112 ในนโยบายหาเสียงของพรรค
จากคำกล่าวอ้างในโพสต์ที่ระบุพร้อมภาพถึงการเดินหาเสียงว่า “พรรคนี้เชื่อมันได้ที่ไหนพูดกับชาวบ้านร้านค้าในตลาดเดินหาเสียงอย่างหนึ่ง พูดออกรายการทีวีอย่างนึง พูดกับสื่อต่างประเทศอย่างหนึ่ง แต่พฤติกรรมที่เชื่อได้คือมันจะแก้หรือยกเลิกมาตรา 112 ยกเลิกรัฐธรรมนูญ 69 ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยยกเลิกหมวด 1 หมวด 2 นี่คือธงของมัน”

เมื่อใช้เครื่องมือตรวจสอบภาพ Google Lens พบว่า ภาพดังกล่าวตรงกับรายงานของสื่อ ‘เรื่องเล่าเช้านี้’ ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 7 ม.ค. 69 โดยระบุว่า ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ระหว่างการลงพื้นที่บริเวณ หาดดงตาล อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
จากนั้นค้นหาด้วยคำสำคัญเพิ่มเติม พบบันทึกการถ่ายทอดสดจากช่อง Friends Talk ซึ่งปรากฏภาพณัฐพงษ์ขณะลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้กับ นายยอดชาย พึ่งพร ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 9 จ.ชลบุรี บริเวณหาดดงตาล อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
ในช่วงเวลานาทีที่ 1:00:00 ของการถ่ายทอดสด มีประชาชนตั้งคำถามถึงประเด็นการแก้ไข มาตรา 112 ยังมีอยู่ในนโยบายหรือไม่ ซึ่งณัฐพงษ์กล่าวว่า “ไม่มีนโยบายแก้ไขแล้ว ไม่มีแล้วครับ”
นโยบายนิรโทษกรรมทางการเมืองของพรรคประชาชน รวมคดี ม.112 หรือไม่ ?
เมื่อตรวจสอบนโยบายของพรรคประชาชน ไม่พบนโยบายที่ระบุอย่างชัดเจนเกี่ยวกับการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยจากการตรวจสอบหมวด ประชาธิปไตยและความมั่นคงใหม่ ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของพรรค พบว่ามีนโยบายหลักในหมวดต่าง ๆ ได้แก่ กองทัพสมัยใหม่, ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม, ความมั่นคงใหม่ และประชาธิปไตย
สำหรับในหมวดประชาธิปไตย พบว่ามีนโยบายที่ระบุไว้ อาทิ การผลักดันกฎหมายป้องกันการฟ้องปิดปาก (Anti-SLAPP Law) , การแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 เพื่อแก้ปัญหาการลอยนวลพ้นผิดของเจ้าหน้าที่รัฐที่ละเมิดสิทธิประชาชน, การผลักดันพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมคดีทางการเมืองของประชาชนทุกกลุ่ม ตั้งแต่ปี 2549 ถึงปัจจุบัน โดยยกเว้นผู้ทำรัฐประหาร รวมถึงการผลักดันแก้ไข พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
สำหรับ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดีทางการเมืองประชาชน ที่บรรจุอยู่ในนโยบายของพรรคประชาชน เมื่อเปรียบเทียบกับร่างกฎหมายที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของวุฒิสภา คือ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. … ว่าหากพรรคได้จัดตั้งรัฐบาล จะผลักดันร่างกฎหมายที่ค้างอยู่ดังกล่าวต่อไป หรือจะนำร่างตามนโยบายของพรรคเสนอเข้าสู่สภาใหม่หรือไม่นั้น
ตัวแทนพรรคให้สัมภาษณ์กับ Thai PBS Verify ว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการถอนร่างกฎหมายเดิมหรือเสนอร่างใหม่ โดยความแตกต่างมีเพียงเพิ่มข้อเสนอให้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาเป็นรายกรณีสำหรับคดีชุมนุมทางการเมืองทั้งหมด โดยไม่มีการกำหนดข้อยกเว้นคดีใดเป็นพิเศษ
ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. … ที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของวุฒิสภานั้น ได้ละเว้นการนิรโทษกรรม คดี ม.112 ไว้ในมาตรา 3 ระบุว่า
มาตรา ๓ พระราชบัญญัตินี้มีให้ใช้บังคับกับการกระทำความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ และการกระทำความผิดที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หรือที่เป็นการกระทำความผิดต่อส่วนตัวหรือที่เป็นการกระทำที่ต้องรับผิดต่อบุคคลใดที่มิใช่หน่วยงานของรัฐ เป็นการเฉพาะรายหรือเฉพาะกลุ่ม
ย้อนไทม์ไลน์สมัยพรรคก้าวไกล จากการเสนอแก้กฎหมายสู่คำวินิจฉัยยุบพรรค
หากย้อนกลับไป เมื่อปี 64 ขณะยังเป็นพรรคก้าวไกล พรรคก้าวไกลได้เสนอ 5 ร่าง ชุดร่างกฎหมายเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก และสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน จำนวน 5 ฉบับ เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 64 หนึ่งในนั้นคือร่าง ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ความผิดฐานหมิ่นประมาท
พรรคก้าวไกลขณะนั้น เห็นว่ากฎหมายความผิดฐานหมิ่นประมาทและดูหมิ่น โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับมาตรา 112 มีโครงสร้างและอัตราโทษไม่เหมาะสม ไม่มีข้อยกเว้นเพื่อคุ้มครองการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต และเปิดช่องให้ถูกนำไปใช้กลั่นแกล้ง จึงมีความจำเป็นต้องแก้ไขให้สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตยและกำหนดโทษให้ได้สัดส่วนมากขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในนโยบายในการหาเสียงที่บรรจุลงในเว็บไซต์พรรค เมื่อการเลือกตั้งปี 66 ทำให้
- นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ และนายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อสั่งยุบพรรคก้าวไกล ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92 โดยเห็นว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคก้าวไกลกระทำการเข้าข่ายล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเป็นการกระทำอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบการปกครองดังกล่าว
- ต่อมา คณะกรรมการการเลือกตั้งในฐานะผู้ร้อง ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้มีคำสั่งยุบพรรคก้าวไกล ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 2 วรรคหนึ่ง (1) และ (2)
- เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 67 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ 3/2567 วินิจฉัยว่า การที่พรรคก้าวไกลหาเสียงด้วยนโยบายเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เข้าข่ายเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครอง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49
- ต่อมา เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 67 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ 20/2567 มีคำสั่งยุบพรรคก้าวไกล จากกรณีดังกล่าว ตามคำร้องของ กกต.
คำวินิจฉัย ศาล รธน. ห้ามใช้การหาเสียง เพื่อเสนอแก้ไข มาตรา 112
หากอ้างอิงจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยที่ 3/2567 เรื่องคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ในหน้าที่ 48-49 ระบุว่า ให้ผู้ถูกร้อง เลิกการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่นเพื่อให้มีการยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อีกทั้งไม่ให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ด้วยวิธีการซึ่งไม่ใช่กระบวนการทางนิติบัญญัติโดยชอบ ที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต
ระบุ
“วินิจฉัยว่า การกระทําของผู้ถูกร้องทั้งสองเป็นการใช้สิทธิ หรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๙ วรรคหนึ่ง
“และสั่งการให้ผู้ถูกร้องทั้งสองเลิกการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่นเพื่อให้มีการยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒
“อีกทั้งไม่ให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ด้วยวิธีการ ซึ่งไม่ใช่กระบวนการทางนิติบัญญัติโดยชอบ ที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตด้วยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๙ วรรคสอง และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๗๔”
กระบวนการตรวจสอบ
1.ตรวจสอบคำพูดของ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศเกี่ยวกับการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112: ตรวจสอบบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ Time เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 68 ใช้พาดหัวบทสัมภาษณ์ว่า Thailand’s Opposition Leader Natthaphong Ruengpanyawut Is ‘Ready to Run the Country’ (ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านของไทย ‘พร้อมบริหารประเทศ’) เขียนโดย Charlie Campbell บรรณาธิการอาวุโสของ Time
2.ตรวจสอบถ้อยคำของ ณัฐพงษ์ จากเวทีดีเบตของสำนักข่าวไทยรัฐ: ตรวจสอบคำพูดหัวหน้าพรรคประชาชน ในงาน ไทยรัฐดีเบต #ดีเบตอีกสักตั้ง ไทยรัฐเลือกตั้ง 69 ท้าชนนโยบาย พาไทยออกจากเงามืด เผยแพร่ เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 68 ในหัวข้อการดีเบตเรื่องการนิรโทษกรรม ม.112 ดำเนินรายการโดย พงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ
3.ใช้เครื่องมือตรวจสอบภาพ Google Lens: ค้นหาภาพในเนื้อหาดังกล่าวที่อ้างว่าหัวหน้าพรรคประชาชนพูดคุยกับประชาชนขณะหาเสียง เกี่ยวกับประเด็นการแก้ไข ม.112
4.ตรวจสอบนโยบายของพรรคประชาชน: ไม่พบนโยบายที่ระบุอย่างชัดเจนเกี่ยวกับการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
5.ตรวจสอบคำวินิจฉัย ศาล รธน. พบว่าห้ามพรรคดังกล่าวหาเสียง เพื่อเสนอแก้ไข มาตรา 112: อ้างอิงจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยที่ 3/2567 เรื่องคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ในหน้าที่ 48-49 ระบุว่า ให้ผู้ถูกร้อง เลิกการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่นเพื่อให้มีการยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อีกทั้งไม่ให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ด้วยวิธีการซึ่งไม่ใช่กระบวนการทางนิติบัญญัติโดยชอบ ที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต









