บทสรุปจากเวทีดีเบต "ตอบโจทย์ 8 บรรณาธิการ กู้ไททานิกเศรษฐกิจไทย" ที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส จัดขึ้น เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา ด้วยความร่วมมือจากสื่อพันธมิตร 8 แห่ง ประกอบด้วย สมปรารถนา คล้ายวิเชียร (มติชน), สมคิด พุทธศรี (The 101 world), นภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์ (Today), นครินทร์ วนกิจไพบูลย์ (The standard), ณาตยา แวววีรคุปต์ (Thai PBS), พุทธิฉัตร จินดาวงศ์ (ไทยรัฐออนไลน์), ฐปณีย์ เอียดศรีไชย (The reporter) และปวัน สิริอิสสระนันทร์ (PPTV)
ในหัวข้อ “จับตานโยบายเศรษฐกิจ” ของแต่ละพรรคการเมืองในการเลือกตั้ง 2569 โดยมีตัวแทน 3 พรรคการเมือง เข้าร่วม ประกอบด้วย นางการดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคประชาธิปัตย์, นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน โดยใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง
ประเด็นแรกจะหายรายได้เข้าประเทศเพิ่มขึ้น เพื่อกระตุ้น GDP ที่ตกต่ำได้อย่างไร
นางการดี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า พรรคมีแนวทางในการผลักดันให้ GDP เติบโตขึ้น 5 % ภายใน 4 ปี ด้วยการตั้งเป้าเศรษฐกิจใหม่ โดยต้องออกจาก loop เดิมๆ และมองไปที่อนาคต เช่น การส่งเสริมการท่องเที่ยวที่รายได้สูง การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์การเกษตร และกระบวนการผลิต
ขณะที่ นายเผ่าภูมิ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย บอกว่า พรรคก็มีนโยบายผลักดัน GDP ไปที่ 5 % เช่นเดียวกัน โดยมองแนวทางการผลักดันไปถึงเป้าหมาย ต้องเริ่มที่การสร้างความพร้อมจากภายใน การพัฒนาทุนมนุษย์ และไม่ควรมองสินค้าปลายน้ำ แต่ประเทศไทย ต้องเป็นปลายทางที่ตอบโจทย์ เป็นศูนย์กลาง Supply chain ยกระดับอุตสาหกรรม ให้โตอย่างมีคุณภาพ เพื่อยกระดับรายได้ และต้องไม่ให้อุตสาหกรรมกระจุกตัว
ส่วน น.ส.ศิริกัญญา รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า ต้องเริ่มที่การฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุนก่อน เริ่มที่นักลงทุนไทย สร้างความเข้มแข็งจากภายใน เช่น พัฒนาการขนส่งสาธารณะ, ปรับปรุงเครื่องยนต์เศรษฐกิจในประเทศ และเปิดเสรีซื้อขายไฟฟ้า พร้อมกับการดึงการลงทุนจากต่างประเทศ ที่ควบคู่กับการถ่ายทอดเทคโนโลยี
ประเด็นที่ 2.จัดลำดับความสำคัญของนโยบายเพื่อใช้งบประมาณที่มีจำกัดให้คุ้มค่ามากที่สุด
นางการดี กล่าวว่า พรรคมีนโยบายในการเร่งสร้างโครงสร้างในอนาคต และมองว่า การพัฒนาทุนมนุษย์ เป็นเรื่องสำคัญ การให้ประชาชนเข้าถึงบริการสาธารณสุข และการศึกษา รวมถึงการเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีในวัยชรา เพราะปัจจุบัน ประเทศไทยอยู่ในสังคมผู้สูงอายุแล้ว
ด้าน นายเผ่าภูมิ ชี้ว่า พรรคเพื่อไทย มองเรื่องการกระตุุ้นเศรษฐกิจเป็นเรื่องแรก จะเห็นได้จากนโยบายการสร้างเศรษฐีใหม่ วันละ 9 คน เกิดขึ้นเพราะ เราต้องการขยายฐานภาษี กระตุ้นการจับจ่าย และกระตุ้นเม็ดเงินลงสู่ภาคธุรกิจ นโยบายนี้หากมองให้ลึก จะเห็นว่าเราใช้งบประมาณน้อยมาก เมื่อเทียบกับสัดส่วนผลที่จะเกิดขึ้นตามมา
ขณะที่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า พรรคให้ความสำคัญเรื่่องการลงทุนมนุษย์ เป็นอันดับแรก จะเห็นได้ว่าเรามีนโยบายด้านการศึกษา การอัพสกิล รีสกิล เงินสวัสดิการพื้นฐาน ออกมาหลายเรื่อง สิ่งนี้คือการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งที่ผ่านมาหลายรัฐบาล น่าเสียดายที่เรื่องของการศึกษา และสวัสดิการของเด็ก ไม่เคยถูกรวมอยู่ในงบลงทุนของภาครัฐเลย
และประเด็นสุดท้าย คือ แนวทางการสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ-สังคม ในสายตาคนไทย และนานาชาติ
นางการดี มองว่า ต้องยกระดับจริยธรรมการเมือง ต้องไม่ให้คนที่เกี่ยวข้อกับสแกมเมอร์ หรือทุนเทา เข้ามามีอำนาจ หรือมีบทบาทในเวทีใหญ่ รัฐต้องดำเนินการอย่างเข้มงวด และจริงจัง นอกจากนี้ ยังต้องแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น ด้วยการทำให้กระบวนการทำงานต่างๆ ของรัฐ โปร่งใส ตรวจสอบได้โดยประชาชน
ส่วน นายเผ่าภูมิ ระบุว่า เพื่อไทยมี 3 นโยบายในเรื่องนี้คือ Open goverment คือการทำงานที่เปิดเผย พร้อมให้ตรวจสอบ Digital goverment การรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเข้าระบบ เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบ และ AI goverment การใช้เอไอ ประมวลข้อมูล และแจ้งเตือนหากพบการทุจริต
และ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เราต้องปฏิรูปภาครัฐ เพิ่มประสิทธิภาพ และขีดความสามารถ เริ่มที่การแก้ปัญหาทุนเทา และคอร์รัปชั่นอย่างจริงจัง พร้อมกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผลักดันการลงทุนในภาคเอกชน และการเปิดเสรีพลังงาน แก้ปัญหาผูกขาด และยังเป็นการส่งเสริมพลังงานสะอาด ที่ช่วยดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาได้ด้วย
ทั้งนี้ในช่วงท้ายของการดีเบต "แยม ฐปนีย์" ถามเรื่องความเป็นไปได้ของ 3 พรรคที่มาในวันนี้คือ เพื่อไทย, ประชาชน และประชาธิปัตย์ ว่า จะสามารถจับมือกันเป็นรัฐบาลได้หรือไม่
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า จากการที่ได้ไปเวทีต่าง ๆ กับทั้งสองท่านที่มา ก็เห็นว่าเรามีแนวทางใกล้เคียงกัน หลังเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.หากเราได้เป็นแกนนำ ก็จะขออนุญาตส่งเทียบเชิญไป ส่วน นายเผ่าพงศ์ บอกพรรคเพื่อไทย ไม่ได้มีเงื่อนไขใด ในการจับมือพรรคการเมืองใด จัดตั้งรัฐบาลอยู่แล้ว
ขณะที่ นางการดี กล่าวว่า จากนโยบายจะเห็นว่า เราสอดคล้องกันหลายๆ เรื่อง แต่ว่า ประชาธิปัตย์ มีธงคือ จะไม่ร่วมงานกับคนที่ทุจริต หรือมีแนวโน้ม มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้
ถึงคำถามนี้ นายพุทธิฉัตร บก.ไทยรัฐออนไลน์ ถามย้ำว่า "ไม่ว่าพรรคใดจะเป็นรัฐบาล หากมีพรรคกล้าธรรมอยู่ ประชาธิปัตย์ ก็จะไม่เข้าร่วมใช่หรือไม่"
นางการดี ตอบว่า "ใช่ค่ะ ประชาธิปัตย์จะไม่เข้าร่วม"
ด้าน "เคน" นครินทร์ บรรณาธิการ The standard กล่าวถึงการดีเบตในครั้งนี้ว่า รู้สึกดีใจที่เห็นการร่วมมือร่วมใจของสื่อในเวทีรูปแบบนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรก ที่เกิดขึ้น หากเป็นไปได้ หลังเลือกตั้ง และมีการฟอร์มรัฐบาลแล้ว อยากให้เปิดโอกาสจัดเวทีแบบนี้ เพื่อให้รัฐบาลใหม่ มารับฟังแนวคิด และข้อเสนอจากสื่อมวลชน ภาคเอกชน และประชาชน ถึงแนวทางนโยบายจริงจัง ที่พวกเราอยากเห็นในรัฐบาลชุดปัจจุบัน ซึ่ง นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผอ.ไทยพีบีเอส ที่นั่งฟังอยู่ด้วย ตอบรับพร้อมเป็นศูนย์กลางในการจัดเวที หากรัฐบาลให้ความร่วมมือ และ 3 ตัวแทนพรรคการเมืองที่มาร่วมเวทีในวันนี้ คือเพื่อไทย, ประชาชน และประชาธิปัตย์ ต่างก็ตอบรับ และพร้อมเข้าร่วมเวที หากได้เป็นรัฐบาล
จับตาการเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 นี้ พรรคไหน จะได้เป็นแกนนำ จัดตั้งรัฐบาล
อ่านข่าว :
เลือกตั้ง 2569 : "อภิสิทธิ์" ชี้สถานะ "ปชป." หลัง 8 ก.พ. ขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้ง
เลขาฯ กกต. กำชับทุกจังหวัด เลือกตั้ง 8 ก.พ.69 ต้องไม่เกิดปัญหาซ้ำรอย
คนรุ่นใหม่ ชี้ "การศึกษา" รากปัญหาเชื่อมเศรษฐกิจ–อนาคตเรียกร้องรัฐบาลใหม่ดูแลทั้งระบบ










