อิหร่าน ประกาศสิทธิตอบโต้ สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล ที่รุกรานสังหารผู้นำ

ต่างประเทศ
17:59
จำนวนผู้ชม 3,315
อิหร่าน ประกาศสิทธิตอบโต้ สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล ที่รุกรานสังหารผู้นำ
"อิหร่าน" แถลงการณ์ประกาศสิทธิตอบโต้ ตามกฎบัตรยูเอ็น ต่อ สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล ที่รุกรานอธิปไตย และลอบสังหารผู้นำสูงสุด

วันนี้ (2 มี.ค.2569) อิหร่านออกแถลงการณ์ จากกรณีสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ปฏิบัติการทหารโจมตีอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ของอิหร่าน ว่าเป็นการใช้กำลังละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของอิหร่าน ซึ่งการกระทำดังกล่าวขัดต่อมาตรา 2 วรรค 4 ของกฎบัตรสหประชาชาติ และเข้าข่ายการรุกรานตามกฎหมายระหว่างประเทศ

โดยการโจมตีครั้งแรกเกิดขึ้นที่ โรงเรียนประถมหญิงล้วนในเมืองมินาบส่งผลให้ เด็กหญิงเกือบ 200 คนเสียชีวิต โดยเหตุการณ์รุกรานเกิดขึ้นในช่วงที่ อิหร่านและสหรัฐฯ อยู่ระหว่างการเจรจาทางการทูต พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การโจมตีสะท้อนถึงการเตรียมการล่วงหน้า ตั้งแต่ช่วงที่เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เดินทางไปเยือนสหรัฐฯ ซึ่งเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า การเจรจาเหล่านั้นเป็นเพียง "การหลอกลวง"

แถลงการณ์ยังกล่าวย้ำว่า ปฎิบัติการลอบสังหารผู้นำสูงสุดของอิหร่าน "อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี" ถือเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจที่สุด โดยระบุว่าเป็นการละเมิดหลักศีลธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรงอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน

รัฐบาลอิหร่านประกาศว่า จะใช้สิทธิในการป้องกันตนเองตามมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ พร้อมยืนยันว่า กองทัพเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ ขอเตือนว่าผู้ที่เริ่มต้นความขัดแย้ง อาจไม่สามารถกำหนดจุดสิ้นสุดของมันได้ การลอบสังหารผู้นำสูงสุดได้สร้างบาดแผลลึกในหัวใจของชนชาติอิหร่าน

นอกจากนี้ อิหร่านยังร้องขอให้ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) จัดประชุมฉุกเฉิน เพื่อพิจารณาเหตุการณ์การละเมิดสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ แต่ตั้งข้อสังเกตว่าการดำเนินการอาจเผชิญอุปสรรคทางการเมือง พร้อมเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกสหประชาชาติ โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคและกลุ่มไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด แสดงจุดยืนประณามการกระทำที่เกิดขึ้น การเพิกเฉยจะยิ่งทำให้ผู้รุกรานได้ใจ และเป็นการทำลายหลักนิติธรรมรวมถึงกฎบัตรสหประชาชาติ

อิหร่านจะไม่ยอมจำนนต่อการรุกรานของต่างชาติ และจะยืนหยัดปกป้องอธิปไตยของตนอย่างเด็ดขาด เพื่อให้ผู้รุกรานต้องเสียใจกับการกระทำของตน

อิหร่านคาดหวังว่าประเทศเพื่อนบ้าน จะไม่อนุญาตให้ผู้รุกรานใช้ดินแดนหรือสิ่งอำนวยความสะดวกในการโจมตีอิหร่าน ตามกฎหมายระหว่างประเทศ การกระทำดังกล่าว ถือเป็นการมีส่วนร่วมในการรุกราน และอิหร่านมีสิทธิ์ในการดำเนินมาตรการตอบโต้ต่อแหล่งที่มาของการรุกรานนั้นๆ

ที่มา : แถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน

อ่านข่าว

นักวิชาการมองตะวันออกกลางขัดแย้งบานปลาย-ปิดประตูตายเจรจา

นายกฯ อังกฤษ เผยตอบรับให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพโจมตีเชิงป้องกันขีปนาวุธอิหร่าน

72 ชม.เขย่าตะวันออกกลาง เรารู้อะไรบ้างจากการโจมตี "อิหร่าน" ของสหรัฐฯ-อิสราเอล