อังกฤษนำทัพ! นัดถก 30 ชาติ วางโรดแมปเปิด "ฮอร์มุซ" อีกครั้ง

ต่างประเทศ
18:38
จำนวนผู้ชม 783
อังกฤษนำทัพ! นัดถก 30 ชาติ วางโรดแมปเปิด "ฮอร์มุซ" อีกครั้ง
สหราชอาณาจักร เตรียมนำการประชุม 30 ชาติ หาทางเปิด "ช่องแคบฮอร์มุซ" เส้นทางพลังงานสำคัญของโลกที่ถูกโจมตีจากอิหร่าน ขณะที่สหรัฐฯ ไม่เข้าร่วม และเรียกร้องพันธมิตรจัดการกันเอง

วันนี้ (2 เม.ย.2569) BBC รายงาน รัฐบาลสหราชอาณาจักร ภายใต้การนำของ นายกรัฐมนตรี เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ ตัดสินใจยกระดับบทบาททางการทูต ด้วยการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดเสมือนจริง (Virtual Summit) เพื่อหารือร่วมกับตัวแทนจากประมาณ 30 ประเทศทั่วโลก เกี่ยวกับแนวทางและความเป็นไปได้ ในการกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือผ่าน "ช่องแคบฮอร์มุซ" อีกครั้ง

การประชุมครั้งสำคัญนี้จะมี อีเวตต์ คูเปอร์ รมว.ต่างประเทศของอังกฤษ เป็นประธานในที่ประชุม โดยมีวาระหลักอยู่ที่การพิจารณาขั้นตอนทางการทูตและการเมือง เพื่อคลี่คลายวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม มีรายงานที่น่าสนใจระบุว่าสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งหลักในภูมิภาค ไม่มีกำหนดการที่จะเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ สะท้อนถึงรอยร้าวและแนวทางการแก้ปัญหาที่แตกต่างกันระหว่างวอชิงตันและกลุ่มพันธมิตรตะวันตก

หลังจากอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ และเปิดฉากโจมตีเรือบรรทุกสินค้าและเรือน้ำมันหลายลำ เพื่อตอบโต้การทำสงครามของสหรัฐฯ และอิสราเอล ผลกระทบดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานโลก พุ่งทะยานจากระดับ 73 ดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นไปสูงกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐอย่างรวดเร็ว สร้างแรงกดดันมหาศาลต่อค่าครองชีพของประชาชนทั่วโลก

ก่อนการประชุมจะเริ่มต้นเพียง 1 วัน ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาแสดงความคิดเห็นในเชิงตำหนิกลุ่มประเทศพันธมิตรอย่างรุนแรง โดยระบุว่าชาติอื่น ๆ ควรรวบรวมความกล้าที่ล่าช้ามานาน และลงมือทำอะไรบางอย่าง เพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือนี้ด้วยตนเอง ตอกย้ำข้อกล่าวหาเดิมของวอชิงตันที่มองว่า ประเทศพันธมิตรไม่ได้พยายามมากพอ ในการรักษาความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือ หรือสนับสนุนความพยายามในการทำสงครามของสหรัฐฯ

สถานการณ์นี้บีบให้สหราชอาณาจักรและชาติอื่น ๆ ต้องเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบาก ระหว่างการเข้าไปมีบทบาทในการรักษาความมั่นคงทางทะเล กับการระมัดระวังไม่ให้ตัวเองต้องถูกดึงเข้าสู่สงครามที่ขยายตัววงกว้างกับอิหร่าน

สำหรับรายชื่อประเทศที่จะเข้าร่วมการประชุมคาดว่า จะเป็นกลุ่มรัฐบาลที่เคยร่วมลงนามในแถลงการณ์ร่วมเมื่อช่วงกลางเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเรียกร้องให้กองกำลังอิหร่านยุติการโจมตีเรือพาณิชย์ โดยกลุ่มประเทศดังกล่าวประกอบด้วย ชาติมหาอำนาจและพันธมิตรสำคัญ เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย รวมถึงบางประเทศในแถบอ่าวเปอร์เซีย

ทางด้าน เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เน้นย้ำถึงจุดยืนของลอนดอนว่า รัฐบาลกำลังสำรวจทุกช่องทางการทูตที่มีอยู่ เพื่อเป้าหมายในการเปิดเส้นทางเดินเรืออีกครั้ง นอกจากนี้ ยังระบุว่าคณะวางแผนทางทหารของอังกฤษ กำลังพิจารณาสิ่งที่สามารถทำได้ในอนาคต เพื่อทำให้ช่องแคบแห่งนี้สามารถเข้าถึงได้ และมีความปลอดภัยหลังจากที่การสู้รบสิ้นสุดลง

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายเร่งด่วนที่ผู้นำอังกฤษและชาติต่าง ๆ ต้องแบกรับคือ ความเดือดร้อนของประชาชนจากวิกฤตค่าครองชีพที่พุ่งสูงตามราคาพลังงาน การประชุมครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการหาทางออกทางการทหารหรือการทูตเท่านั้น แต่คือการกู้คืนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่กำลังสั่นคลอนอย่างหนักในขณะนี้

อ่านข่าวอื่น :

3 เม.ย. "ดีเซล" ขึ้นอีก 3.50 บาท ราคาขายพุ่ง 47.74 บาท/ลิตร

กระทรวงพลังงาน เปิดราคาน้ำมัน "ดีเซล-เบนซิน" ของไทย ถูกที่สุดในอาเซียน

ครบ 1 ปีสงครามภาษีสหรัฐฯ กับ 4 แรงกระแทกใหญ่ต่อเศรษฐกิจโลก