วันนี้ (19 มิ.ย.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยและให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ ณ ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง เมื่อเวลา 08.20 น.
เปิดเผยถึงรายละเอียดและบรรยากาศอันตึงเครียดระหว่างการเข้าร่วมประชุมอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษ ที่กรุงคาซาน ประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่กองทัพยูเครนได้เปิดปฏิบัติการทางทหาร ส่งโดรนโจมตีเข้าสู่ใจกลางกรุงมอสโกและพื้นที่โดยรอบอย่างรุนแรง
นายกฯ ระบุว่า ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทางการรัสเซียได้มีการแจ้งเตือนผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนอย่างเข้มงวด โดยขอความร่วมมือไม่ให้เดินเพ่นพ่านออกนอกพื้นที่ที่กำหนด เนื่องจากมีความเสี่ยงและมีกระแสข่าวเรื่องการโจมตีจากฝ่ายคู่กรณีอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้นายอนุทินยืนยันว่าตนไม่เคยรู้สึกปลื้มใจกับสถานการณ์ความรุนแรงใด ๆ และไม่อยากให้เกิดความสูญเสียขึ้น
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบและประสานงานร่วมกับเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมอสโก พบว่าพี่น้องประชาชนคนไทยที่พำนักอยู่ในรัสเซียทุกคนยังคงปลอดภัยดี ตนได้กำชับให้สถานทูตไทยติดตามสถานการณ์และดูแลคนไทยอย่างเต็มกำลังหากมีกรณีฉุกเฉินเกิดขึ้น ซึ่งทางสถานทูตเองก็มีความพร้อมรับมืออยู่ตลอดเวลา
นอกจากนี้ นายอนุทินยังได้ชี้แจงถึงประเด็นความมั่นคงชายแดนระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา โดยเปิดเผยว่า ในระหว่างที่พำนักอยู่ในห้องพักระหว่างการประชุมที่รัสเซีย ตนได้มีโอกาสพบปะและพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับ ฮุน มาเนต นายกฯ กัมพูชา แม้จะเป็นการพูดคุยในระยะเวลาสั้น ๆ ในลักษณะที่เป็นเพียง "การดึงข้อศอกมาคุยกัน" ตามมารยาททางการทูตที่ต่างฝ่ายต่างเตรียมตัวมาแล้ว
แต่ฝ่ายไทยก็ได้ยึดมั่นและแสดงจุดยืนอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะแนวทางการดำเนินงานภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS รวมถึงท่าทีของไทยต่อกรอบการเจรจาชายแดนอื่น ๆ เช่น คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) และคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC)
นายกฯ ย้ำชัดเจนว่า หากการดำเนินงานภายใต้กรอบ UNCLOS มุ่งไปสู่แนวทางการประนีประนอมภาคบังคับ และหากมีคำว่า "บังคับ" เกิดขึ้นเมื่อใด ประเทศไทยก็จำเป็นที่จะต้องสั่งหยุดกระบวนการเจรจาในกรอบ JBC และ GBC ไว้ทันที เนื่องจากเป็นแนวทางหลักที่รัฐบาลไทยได้วางเอาไว้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ
ในปัจจุบันฝ่ายไทยได้เสนอให้มีการพูดคุยในกรอบทางเลือกอื่น ๆ แต่หากทางกัมพูชายังคงเลือกแนวทางประนอมภาคบังคับ ฝ่ายไทยก็ได้ตั้งตัวแทนขึ้นมารับมือแล้ว โดยยึดหลักการว่า "ถ้าเราชอบเราก็รับ ถ้าเราไม่ชอบเราก็ไม่รับ" และในระหว่างนี้เจ้าหน้าที่ฝั่งไทยยังคงตรึงกำลังและเฝ้าระวังสถานการณ์ชายแดนอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง
เมื่อสื่อมวลชนพยายามสอบถามเพิ่มเติมว่า ฮุน มาเนต ได้แสดงท่าทีหรือชี้แจงอย่างไรเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวทางทหารรอบชายแดนฝั่งกัมพูชา นายอนุทินกล่าวว่า ผู้นำกัมพูชายืนยันว่า ไม่ได้ต้องการให้เกิดความขัดแย้ง เช่นเดียวกับตนเองที่ต้องการหลีกเลี่ยงความรุนแรง ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันยอมรับว่าได้บั่นทอนความรู้สึกของประชาชนชาวไทยเป็นอย่างมาก ซึ่งทาง ฮุน มาเนต ก็ยอมรับว่ากระแสข่าวดังกล่าวบั่นทอนจิตใจของคนกัมพูชาเช่นเดียวกัน จึงเป็นเรื่องที่ต้องหาทางออกร่วมกันต่อไป
อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความเป็นไปได้ในการพูดคุยเรื่องการเปิดด่านชายแดนเพิ่มเติม นายกฯ หัวเราะพร้อมกล่าวปฏิเสธด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "ขออย่าถามเรื่องนี้ ตนไม่จั๊กจี้ไปพูดหรอก หากไปพูดเรื่องนี้คนไทยโกรธตาย ไม่เอา"
"อนุทิน" รับเจอ "ฮุน มาเนต" ดึงข้อศอกคุย 2 ฝ่ายไม่ต้องการความขัดแย้ง
ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า ภายหลังจากที่นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนเสร็จสิ้น เยฟกินี โทมิคิน เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ได้เดินทางเข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ทันที ซึ่งคาดว่าเป็นการเข้ามารายงานสรุปสถานการณ์ความรุนแรงล่าสุดที่เกิดขึ้นในกรุงมอสโก ก่อนที่นายกรัฐมนตรีและคณะผู้แทนไทยทั้งหมดจะเดินทางกลับ
อ่านข่าวอื่น :
สื่อเผยภาพน้ำสระลินคอล์นเขียวขุ่น รัฐบาลทรัมป์โต้ "ข่าวปลอม" ยันน้ำใสเหมือนคริสตัล
ตร.นิวยอร์กล็อกตัวเยาวชน 17 ปี ยิงถล่มรถกลางไทม์สแควร์ ไร้ผู้บาดเจ็บ-ตาย
รวบแล้วเยาวชน 16 ปี ต้องสงสัยฆาตกรรมสาวผมแดง 17 ปี ยัดถังขยะระยอง

