วันนี้ (19 มิ.ย.2569) น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงถึงความพร้อมของพรรคในการเตรียมตัวพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 และ ร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ.2569 คาดว่าทั้ง 2 วาระสำคัญนี้จะเข้าสู่การกรอบการอภิปรายของสภาผู้แทนราษฎร ในเวลาที่ใกล้เคียงกันช่วงปลายเดือนมิ.ย.2569
ในขณะนี้ทางพรรคประชาชน เริ่มต้นประสานเชิญหน่วยงานราชการต่าง ๆ เข้ามาชี้แจงรายละเอียดในขั้นต้น เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างงบประมาณล่วงหน้าแล้ว อย่างไรก็ตาม พรรคยังคงต้องรอการอนุมัติรูปเล่มรายงานงบประมาณฉบับสมบูรณ์จากที่ประชุม ครม. ในวันที่ 23 มิ.ย.นี้ จะทำให้ฝ่ายค้านมีเวลาในการเตรียมข้อมูลเชิงลึก ก่อนวันเปิดอภิปรายจริงไม่ถึง 1 สัปดาห์
สำหรับประเด็นร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณปี 2569 วงเงิน 10,300 ล้านบาทนั้น แม้ว่าเงินจำนวนดังกล่าวจะมีกรอบระยะเวลาให้รัฐบาลนำไปใช้สอยได้เพียงแค่ 3 เดือนก่อนสิ้นปีงบประมาณ แต่พรรคประชาชนยังคงให้ความสำคัญในการตรวจสอบอย่างละเอียด เนื่องจากพบข้อสังเกตว่า เดิมทีรัฐบาลเคยประกาศว่าจะตัดลด และโยกย้ายงบประมาณให้ได้สูงถึงหลักแสนล้านบาท ก่อนจะปรับลดเป้าหมายลงมาเหลือ 80,000 ล้านบาท
ทว่าท้ายที่สุดกลับสามารถจัดสรรงบโอนเข้าสู่ส่วนของงบกลางได้เพียงประมาณ 10,000 ล้านบาทเศษเท่านั้น ซึ่งเม็ดเงินส่วนนี้มีจุดประสงค์สำคัญที่จะต้องถูกนำไปใช้เพื่อเยียวยาและบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ความตึงเครียดและข้อพิพาทระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา ทำให้ฝ่ายค้านจำเป็นต้องติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิดว่ากระบวนการอนุมัติเงินจำนวนนี้เป็นไปอย่างทั่วถึง มีประสิทธิภาพ และโปร่งใสมากน้อยเพียงใด
ในส่วนของการอภิปรายร่างงบประมาณปี 2570 น.ส.ศิริกัญญา ระบุว่า มีหลายนโยบายและหลายโครงการของรัฐบาลที่น่าเคลือบแคลงใจและต้องจับตาเป็นพิเศษ เช่น นโยบายการตัดลดงบประมาณก่อสร้างอาคารที่ไม่จำเป็น ซึ่งมีกระแสข่าวว่าได้มีการสั่งระงับการสร้างอาคารสำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคมไปแล้ว โดยฝ่ายค้านจะต้อนถามต่อว่าเป็นการยกเลิกโครงการถาวรหรือเป็นเพียงการชะลอโครงการชั่วคราวเพื่อปรับปรุงแบบสถาปัตยกรรมใหม่
นอกจากนี้ยังพบว่ามีบางหน่วยงานถูกหั่นงบประมาณลงไปมากถึง 2 ใน 3 ซึ่งต้องเข้าไปดูรายละเอียดว่าเป็นการปรับลดในส่วนที่กระทบต่อการบริการประชาชนหรือไม่
ในทางตรงกันข้าม กลับมีบางกระทรวงที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ โดยเฉพาะกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับงบประมาณภาพรวมเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 30 และเมื่อเจาะลึกไปที่หน่วยงานปฏิบัติการอย่าง สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) พบว่าได้งบประมาณเพิ่มขึ้นสูงถึง 1 เท่าตัว หรือคิดเป็นร้อยละ 95 สะท้อนแนวโน้มว่ารัฐบาลอาจกำลังผลักดันโครงการภาคต่อของ TH-AI Passport หรือไม่
เนื่องจากที่ผ่านมาโครงการดังกล่าวไม่ได้พึ่งพาเงินงบประมาณแผ่นดินเพียงอย่างเดียว แต่มีการนำเงินจากกองทุนดีอีซึ่งเป็นเงินนอกงบประมาณมาใช้จ่ายร่วมด้วย ซึ่งกลไกเงินนอกงบประมาณนี้ถือเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ที่สภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบได้ยากมาโดยตลอด
พรรคประชาชนจึงเตรียมหยิบยกประเด็นการตรวจสอบเงินนอกงบประมาณทั้งหมดของแผ่นดินขึ้นมาพูดคุย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกับโครงการในงบประมาณปกติ
นอกจากนี้ รองหัวหน้าพรรคประชาชนยังตั้งข้อสังเกตถึงการบริหารจัดการเงินกู้จำนวน 400,000 ล้านบาทของรัฐบาล โดยเฉพาะวงเงินช่วง 200,000 ล้านบาทหลัง ที่มีจุดประสงค์เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน ซึ่งพรรคประชาชนมองว่าอาจมีความซ้ำซ้อนในการดำเนินงานระหว่างกระทรวงพลังงานและกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานที่มีบทบาทหน้าที่ในลักษณะเดียวกันอยู่แล้ว
ภาพรวมของงบประมาณรอบนี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าระบบการคลังของประเทศกำลังประสบปัญหาอย่างหนักจนเรียกได้ว่าภาวะ "ฝีแตก" เนื่องจากรัฐบาลไม่สามารถปกปิดบาดแผลเรื้อรังของโครงสร้างงบประมาณไทยได้อีกต่อไป ปรากฏเด่นชัดจากตัวเลขรายจ่ายประจำที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่งบประมาณในส่วนการลงทุนเพื่อการพัฒนาประเทศกลับหดตัวลดต่ำลง
ท้ายที่สุด น.ส.ศิริกัญญา ชี้แจงถึงการจัดทัพบุคลากรว่า พรรคประชาชนได้แบ่งหัวข้อการอภิปรายงบประมาณปี 2570 ออกเป็นรายประเด็นตามความเชี่ยวชาญ และได้เตรียมความพร้อมจัดวางตัวผู้อภิปรายไว้ทั้งสิ้นประมาณ 30 คน
ครอบคลุมตั้งแต่ประเด็นปัญหาเสถียรภาพทางการคลัง ระบบการจัดเก็บรายได้ นโยบายขับเคลื่อนอุตสาหกรรม งบประมาณด้านสิ่งแวดล้อม งบประมาณกองทัพ ไปจนถึงประเด็นการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ทั้งนี้ขอยืนยันว่ากระบวนการตรวจสอบของพรรคประชาชนยังคงรักษามาตรฐานความเข้มข้น ไร้ความปรานี และมุ่งรักษาผลประโยชน์ของประชาชนเช่นเดิม แม้ว่าในระยะนี้ทางพรรคจะเผชิญหน้ากับความพยายามจากหลายฝ่ายในการดิสเครดิตเพื่อลดความน่าเชื่อถือก็ตาม
เป้าหมายหลักคือการสแกนความคุ้มค่า ความเหมาะสม และอุดช่องโหว่ที่สุ่มเสี่ยงต่อการทุจริตคอร์รัปชันในทุกมิติ พร้อมเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนร่วมจับตาเวทีอภิปรายงบประมาณในครั้งนี้ไปพร้อมกัน
อ่านข่าวอื่น :
ใช้ "ไทยช่วยไทยพลัส" 18 วัน เงินสะพัด 3.4 หมื่นล้าน ใช้สิทธิแล้ว 25 ล้านคน
"อนุทิน" รับเจอ "ฮุน มาเนต" ดึงข้อศอกคุย 2 ฝ่ายไม่ต้องการความขัดแย้ง
ลอบวางระเบิด-ซุ่มยิงชุดคุ้มครองครู อ.ธารโต จ.ยะลา บาดเจ็บ 2 นาย

