3 สื่อใหญ่สหรัฐฯ ฟ้อง "รัฐบาลทรัมป์" ขอศาลคืนสิทธิ์เข้าทำเนียบขาว

ต่างประเทศ
19:40
จำนวนผู้ชม 107
Thai PBS
3 สื่อใหญ่สหรัฐฯ ฟ้อง "รัฐบาลทรัมป์" ขอศาลคืนสิทธิ์เข้าทำเนียบขาว

วันนี้ (21 ก.ย.2569) CNN รายงาน CNN, MS NOW และ Politico ซึ่งถูกประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งห้ามเข้าทำเนียบขาว เตรียมดำเนินคดีต่อรัฐบาลกลางสหรัฐฯ โดยขอให้ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางในศาลแขวงดีซี (DC District Court) มีคำสั่งฉุกเฉินให้คืนสิทธิ์การเข้าพื้นที่ แก่ผู้สื่อข่าวของทั้ง 3 สำนักข่าว หลังรัฐบาลเพิกถอนบัตรผ่านและปฏิเสธการเข้าพื้นที่ทำเนียบขาว ตั้งแต่สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทั้ง 3 องค์กรระบุว่า การดำเนินการของรัฐบาลเกิดขึ้น โดยไม่มีการแจ้งเตือนหรือกระบวนการพิจารณาที่เหมาะสม และมีสาเหตุเชื่อมโยงกับความไม่พอใจของประธานาธิบดี ต่อการรายงานข่าวที่เขามองว่าเป็นด้านลบ จึงเห็นว่าการแบนดังกล่าว อาจละเมิดสิทธิของสื่อภายใต้บทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 ซึ่งรับรองเสรีภาพในการพูดและเสรีภาพของสื่อมวลชน รวมถึงหลักประกันด้านกระบวนการอันชอบด้วยกฎหมาย

สำนักข่าวทั้ง 3 ยืนยันว่า รัฐบาลไม่ควรมีอำนาจกำหนดว่าสื่อจะรายงานหรือเผยแพร่ข่าวในลักษณะใด และการปล่อยให้คำสั่งดังกล่าวมีผลต่อไป อาจสร้างผลกระทบต่อสำนักข่าวอื่นที่อาจถูกจำกัดการเข้าถึงทำเนียบขาว จากเนื้อหาการรายงานข่าวในอนาคต

ทรัมป์อ้าง "ข่าวปลอม" ปมแบนสื่อ

ต้นเหตุของข้อพิพาทเกิดขึ้น เมื่อทรัมป์ประกาศเมื่อวันที่ 18 ก.ย. ว่า CNN, MS NOW และ Politico จะถูกห้ามเข้าทำเนียบขาว โดยอ้างถึงสิ่งที่เขาเรียกว่า "ข่าวปลอม" และกล่าวว่าการรายงานข่าวของสำนักข่าวเหล่านี้ มีลักษณะเป็นลบต่อรัฐบาลของเขา

ทรัมป์ ยังกล่าวว่า อาจเพิ่มสำนักข่าวอื่นเข้าไปในรายชื่อ ขณะที่ต่อมาได้ระบุถึงสื่อรายใหญ่อื่น เช่น The New York Times และ The Washington Post ในบริบทของการวิพากษ์วิจารณ์การรายงานข่าว แต่ไม่ได้ประกาศห้ามสำนักข่าวเหล่านั้นในคำสั่งเดียวกัน

เมื่อคำสั่งเริ่มมีผล ผู้สื่อข่าวจาก CNN, MS NOW และ Politico ถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าพื้นที่ทำเนียบขาว โดยเมื่อวันที่ 19 ก.ย. ผู้สื่อข่าวจาก MS NOW, CNN และะ Politico ถูกเจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาความปลอดภัยประธานาธิบดี ปฏิเสธการเข้าพื้นที่และยึดบัตรผ่านสื่อ

สำหรับ CNN ผลกระทบไม่ได้จำกัด เฉพาะการเข้าไปทำงานภายในทำเนียบขาว แต่ยังรวมถึงการถูกถอดจากหน้าที่ในระบบข่าวพูล ซึ่งเป็นการจัดสรรภารกิจระหว่างสำนักข่าวรายใหญ่ โดย CNN มีกำหนดรับผิดชอบภารกิจ และร่วมเดินทางกับประธานาธิบดีไปนครนิวยอร์กในวันจันทร์ที่ 21 ก.ย. ขณะที่ CNN และ MS NOW ยังถูกจำกัดการใช้อุปกรณ์โทรทัศน์ และจุดตั้งกล้องในพื้นที่ทำเนียบขาวด้วย

คดีจับตา "เลือกปฏิบัติตามมุมมอง"

ประเด็นทางกฎหมายสำคัญของคดี อยู่ที่แนวคิดเรื่องการเลือกปฏิบัติตามมุมมอง เนื่องจากเหตุผลที่ทรัมป์กล่าวต่อสาธารณะ เชื่อมโยงกับความไม่พอใจต่อเนื้อหาการรายงานข่าว โดยหลักกฎหมายตามบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 มีข้อจำกัดต่อการที่รัฐบาล จะเลือกปฏิบัติต่อการแสดงความคิดเห็นจากมุมมองที่รัฐบาลไม่เห็นด้วย

คดีนี้ยังเชื่อมโยงกับบรรทัดฐานจากปี 2520 ซึ่งเกิดขึ้นหลังหน่วยอารักขาความปลอดภัยประธานาธิบดี เพิกถอนบัตรผ่านทำเนียบขาวของ โรเบิร์ต เชอร์ริลล์ ผู้สื่อข่าว The Nation ก่อนที่ศาลรัฐบาลกลางในกรุงวอชิงตันจะคืนสิทธิ์ดังกล่าว โดยศาลอุทธรณ์เขต DC วางหลักว่าการปฏิเสธบัตรผ่านอาจขัดต่อ บทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 หากมีสาเหตุมาจากเนื้อหาการพูดหรือการเลือกปฏิบัติ ต่อการแสดงความคิดเห็นที่ได้รับความคุ้มครอง

แนวทางดังกล่าวยังถูกนำมาใช้ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการจำกัดสิทธิ์สื่อ ในช่วงรัฐบาลทรัมป์สมัยแรก โดยเฉพาะกรณี จิม อะคอสตา ผู้สื่อข่าว CNN ซึ่งถูกระงับบัตรผ่านในปี 2561 และนำไปสู่การฟ้องร้อง ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งให้คืนสิทธิ์ ขณะที่ ไบรอัน คาเร็ม ผู้สื่อข่าว Playboy ก็เคยมีข้อพิพาทเรื่องสิทธิ์เข้าทำเนียบขาวเช่นกัน

ในสมัยที่ 2 ของทรัมป์ สำนักข่าวเอพี ยังถูกจำกัดการเข้าถึงห้องทำงานรูปไข่และเครื่องบิน แอร์ ฟอร์ซ วัน ซึ่งนำไปสู่การดำเนินคดี โดยคดีเหล่านี้ทำให้ประเด็นอำนาจของรัฐบาลในการกำหนดสิทธิ์เข้าถึงพื้นที่ทำเนียบขาวของสื่อ ถูกนำกลับมาพิจารณาอีกครั้ง

สำหรับคดีล่าสุด CNN, MS NOW และ Politico ได้ เทด บูทรอส ทนายความผู้เชี่ยวชาญ ด้านบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 ซึ่งเคยเป็นตัวแทนของ CNN ในคดี จิม อะคอสตา เมื่อปี 2561 มาร่วมดำเนินคดี ขณะที่ทั้ง 3 สำนักข่าวยืนยันว่า แม้ถูกจำกัดการเข้าถึงพื้นที่ทำเนียบขาว ภารกิจรายงานข่าวเกี่ยวกับรัฐบาลสหรัฐฯ จะยังคงดำเนินต่อไป

ทั้งนี้ กลุ่มองค์กรด้านเสรีภาพสื่อ และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญหลายราย ออกมาวิพากษ์วิจารณ์คำสั่งดังกล่าว โดยมองว่าประเด็นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสิทธิ์ของ CNN, MS NOW และ Politico แต่ยังเกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์ที่รัฐบาล จะใช้กับสำนักข่าวอื่นในอนาคตด้วย ขณะที่ทำเนียบขาว ยังไม่ได้ให้ความเห็นอย่างละเอียดต่อคดีที่ทั้ง 3 สำนักข่าวยื่นฟ้อง

อ่านข่าว :

ญี่ปุ่นเตือนภัยสูงสุด "ไต้ฝุ่นตู้เจวียน" สั่งอพยพ 1.6 ล้านคน

"อนุทิน" ย้ำเอาจริงสแกมเมอร์-ยาเสพติด เดินหน้าปราบอาชญากรรมทุกมิติ

"คลัง" เล็งลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน B20-E20 ชงต่อไทยช่วยไทยพลัส