ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

วิจัยเผย “ออกกำลังกาย” 4 ชม. ก่อนนอน อาจกระทบการนอน-สุขภาพหัวใจ

21 เม.ย. 682 นาที21 เม.ย. 68

มหาวิทยาลัยโมนาช (Monash University) ประเทศออสเตรเลีย เผยแพร่ผลการศึกษาฉบับใหม่ ซึ่งระบุว่าการออกกำลังกายที่ออกแรงอย่างหนักภายใน 4 ชั่วโมงก่อนเข้านอนอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพการนอนและสุขภาพหัวใจ เพราะทำให้หลับช้าลง

ขนาดตัวอักษร

มหาวิทยาลัยโมนาช (Monash University) ประเทศออสเตรเลีย เผยแพร่ผลการศึกษาฉบับใหม่ ซึ่งระบุว่าการออกกำลังกายที่ออกแรงอย่างหนักภายใน 4 ชั่วโมงก่อนเข้านอนอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพการนอนและสุขภาพหัวใจ เพราะทำให้หลับช้าลง เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจตอนกลางคืน และความแปรผันของอัตราการเต้นหัวใจ (HRV) ลดลง

วิจัยเผย “ออกกำลังกาย” 4 ชม. ก่อนนอน อาจกระทบการนอน-สุขภาพหัวใจ

การศึกษานี้ได้ติดตามประชาชนทั่วโลกที่ใช้อุปกรณ์สายรัดวีดชีพจรวูป สแตรป (WHOOP Strap) จำนวน 14,689 คน เป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลสูงถึง 4 ล้านคืน และเผยแพร่ผ่านวารสารเนเจอร์ คอมมูนิเคชันส์ (Nature Communications) เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ที่ผ่านมา

จอช ลีโอตา จากคณะจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยฯ ซึ่งเป็นผู้เขียนหลักของผลการศึกษาฉบับนี้ กล่าวว่าการออกกำลังกายที่ออกแรงอย่างหนักในตอนกลางคืนอาจทำให้ร่างกายอยู่ในสภาวะตื่นตัวอย่างมาก โดยผลกระทบนี้อาจแทรกแซงความสามารถผ่อนคลายเพื่อการนอนหลับของร่างกาย

วิจัยเผย “ออกกำลังกาย” 4 ชม. ก่อนนอน อาจกระทบการนอน-สุขภาพหัวใจ

การออกกำลังกายประเภทการฝึกแบบหนักสลับเบา (HIIT) การเตะฟุตบอล หรือการวิ่งระยะไกล เป็นการออกกำลังกายอย่างหนักที่อาจส่งผลกระทบต่อการการนอนหลับมากที่สุดโดยไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น อายุ เพศ ระดับสมรรถภาพทางกาย และการนอนหลับของคืนก่อนหน้า

คณะนักวิจัยแนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างหนักภายใน 4 ชั่วโมงก่อนเข้านอน และเลือกออกกำลังกายแบบเบา เช่น วิ่งเหยาะหรือว่ายน้ำช้า ๆ เพื่อลดทอนการรบกวนการนอนหลับ


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS

แหล่งข้อมูลอ้างอิง : nature, Xinhua

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

เขียนโดย

🌎 "รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก" ไปกับ Thai PBS Sci & Tech • วิทยาศาสตร์ • เทคโนโลยี นวัตกรรม • ดาราศาสตร์ • Media Literacy • Cyber Security • Tips & Tricks • Trends

บทความที่เกี่ยวข้อง

ครอบครัวยื่นฟ้อง OpenAI หลัง ChatGPT แนะนำลดปริมาณยากันชัก จนผู้ป่วยเสียชีวิตAI

ครอบครัวยื่นฟ้อง OpenAI หลัง ChatGPT แนะนำลดปริมาณยากันชัก จนผู้ป่วยเสียชีวิต

ครอบครัววิศวกรสาววัย 31 ปี ยื่นฟ้องบริษัท OpenAI หลังแชตบอต ChatGPT ให้คำแนะนำลดยารักษาอาการชัก และหลีกเลี่ยงการพบแพทย์ รวมถึงปกปิดการลดปริมาณยา จนเป็นเหตุให้ผู้ป่วยเสียชีวิต

02 พ.ย. 69|7 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
จอสัมผัสแบบผ้า! เปลี่ยนแขนเสื้อเป็นจออัจฉริยะ แตะสั่งงาน แถมซักเครื่องได้เทคโนโลยี

จอสัมผัสแบบผ้า! เปลี่ยนแขนเสื้อเป็นจออัจฉริยะ แตะสั่งงาน แถมซักเครื่องได้

นักวิจัยสิงคโปร์พัฒนาเส้นใยอิเล็กทรอนิกส์ที่ถักทอเป็นจอสัมผัสบนเสื้อผ้า แสดงภาพและวิดีโอ รับคำสั่งจากการแตะ และเชื่อมต่ออุปกรณ์ดิจิทัลได้ โดยยังคงความยืดหยุ่นและระบายอากาศเหมือนผ้าทั่วไป

02 พ.ย. 69|8 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ทำไมข่าวดราม่าถึงขายดี แต่ข่าวสาระกลับขายไม่ได้ ส่องสัญชาตญาณดิบของสมองมนุษย์วิทยาศาสตร์

ทำไมข่าวดราม่าถึงขายดี แต่ข่าวสาระกลับขายไม่ได้ ส่องสัญชาตญาณดิบของสมองมนุษย์

ในยุคสมัยที่ข้อมูลบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียมากมาย หากสังเกตจะเห็นว่าคอนเทนต์ทางวิชาการที่ตั้งอยู่บนฐานของข้อเท็จจริง มีงานวิจัยรองรับ และใช้วิธีการอธิบายที่ไม่ได้หวือหวาหรือเกินจริง มักจะไม่ค่อยได้รับความสนใจมากนัก

02 พ.ย. 69|10 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
หยอดตาไร้แรงโน้มถ่วง! แผ่นแปะส่งยาในอวกาศ ช่วยนักบินอวกาศและผู้สูงวัยวิทยาศาสตร์

หยอดตาไร้แรงโน้มถ่วง! แผ่นแปะส่งยาในอวกาศ ช่วยนักบินอวกาศและผู้สูงวัย

ทีมนักวิจัยเกาหลีใต้พัฒนา "แผ่นแปะรอบดวงตา" ช่วยส่งยาเข้าสู่ดวงตาได้อย่างแม่นยำในสภาวะไร้น้ำหนัก หวังช่วยแก้ปัญหาการรักษาสุขภาพตาของนักบินอวกาศแล้ว และต่อยอดช่วยผู้สูงอายุให้ใช้งานยารักษารอบดวงตาได้ง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น

31 ต.ค. 69|2 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →