ถอดบทเรียนมหาอุทกภัยหาดใหญ่ ปัญหาคืออะไร แนวทางแก้ไขควรเป็นอย่างไร?


วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

จิราภพ ทวีสูงส่ง

แชร์

ถอดบทเรียนมหาอุทกภัยหาดใหญ่ ปัญหาคืออะไร แนวทางแก้ไขควรเป็นอย่างไร?

https://www.thaipbs.or.th/now/content/3420

ถอดบทเรียนมหาอุทกภัยหาดใหญ่ ปัญหาคืออะไร แนวทางแก้ไขควรเป็นอย่างไร?

สถานการณ์น้ำท่วมที่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลายโซนเริ่มน้ำลด-สถานการณ์คลี่คลาย Thai PBS และ Thai PBS Sci & Tech ขอพาไปถอดบทเรียน มหาอุทกภัยครั้งนี้ ปัญหาคืออะไร? แนวทางแก้ไขควรเป็นอย่างไร? ตามมาอ่านกันได้เลย

ประเด็นดังกล่าว ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย ได้ให้ความรู้ผ่านเฟซบุ๊ก “Sonthi Kotchawat” (https://shorturl.at/geUsl) ไว้ดังนี้ว่า

1. ปัญหาที่พบจากการรับมือมหาอุทกภัยหาดใหญ่

1.1 ระบบรวมศูนย์อำนาจ : การตัดสินใจและปฏิบัติการของส่วนกลางโดยตรงจะทำให้การรับมือภัยพิบัติล่าช้า โดยหลักการแล้วจะต้องมีศูนย์บัญชาการภัยพิบัติที่ส่วนกลาง โดยมีประธานคณะกรรมการน้ำแห่งชาติ (กนช.) เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ซึ่งก็คือท่านนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกฯ ที่ได้รับมอบหมาย และทำการสื่อสารกับประชาชนเพียงหน่วยเดียว ขณะที่ในพื้นที่จะต้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์และนายกองค์กรปกครองท้องถิ่นเป็นผู้ช่วยเพื่อเตรียมจัดทำแผน เตรียมการ แผนสื่อสาร แผนเผชิญเหตุ แผนอพยพ แผนฟื้นฟู โดยต้องลงรายละเอียดเป็นระดับ Action plan ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร?

1.2 ขาดความเอกภาพ : การประสานงานระหว่างหน่วยงานระดับต่าง ๆ ไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน สทนช. หน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องน้ำท่วมของประเทศโดยมี กนช. เป็นคณะกรรมการระดับชาติในการตัดสินใจ รวบรวม ประเมินสถานการณ์ต่าง ๆ ในพื้นที่ที่อาจจะประสบภัยโดยข้อมูลมาจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่อยู่ในกรรมการ เช่น กรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมทรัพยากรน้ำ เป็นต้น

เมื่อได้ข้อมูลจะต้องประมวลผลว่าจะมีความเสี่ยงที่ใด ระดับไหน จะต้องแจ้งเตือนและให้คำปรึกษาต่อผู้ว่าราชการจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ โดยต้องตั้งทีมที่ปรึกษาลงไปช่วยเหลือ แต่ครั้งนี้ การประเมินผลในการวิเคราะห์ปริมาณน้ำและสถานที่ที่จะได้รับผลกระทบค่อนข้างไม่ชัดเจน เพียงแต่บอกว่าฝนจะตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ให้ระวังจะเกิดน้ำท่วมหนักในช่วงวันที่ 19 - 25 พ.ย. 68 ขณะที่จังหวัดก็ไม่ได้มีการเตรียมการรับมือ เพราะคิดว่าหาดใหญ่คงถูกน้ำท่วมและจะสามารถระบายได้เร็วเหมือนปีก่อน ๆ จึงไม่ได้ตั้งศูนย์บัญชาการระดับจังหวัดหรือเรียกว่า EOC (Emergency Operations Center) และไม่ได้เตรียมแผนรับมือที่ชัดเจน และเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินรุนแรงท่านนายกรัฐมนตรีกลับตั้งศูนย์บัญชาการเพื่อแก้ไขปัญหาช่วยเหลือประชาชนและฟื้นฟูในพื้นที่เดียวกันหลายทีมทำให้เกิดความสับสนแก่ผู้ปฏิบัติ

1.3 ระบบแจ้งเตือนภัยถึงประชาชน แต่ไม่ชัดเจน : การสื่อสารข้อมูลจากหน่วยงานรัฐไม่ชัดเจนและไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง Cell Broadcast ทำงานถึงโทรศัพท์มือถือของประชาชนถึง 90% แต่การแจ้งเตือน บอกแต่เพียงว่าฝนตกหนัก เก็บของขึ้นสูง เตรียมการอพยพ แต่ไม่ชัดเจนว่าอพยพที่ใด เส้นทางไหน เมื่อไหร่?

1.4 ประชาชนไม่ตื่นตัวพอ : จากการแจ้งเตือนจากภาครัฐไม่ชัดเจน และไม่เน้นมากพอว่าน้ำท่วมระดับใดจึงจะให้ประชาชนต้องอพยพออกจากบ้านไปพักพิงที่ใด เนื่องจากไม่เคยมีการฝึกซ้อมและบอกประชาชนให้ปฏิบัติตามแผนดังกล่าว ความรุนแรงของน้ำท่วมครั้งนี้มากกว่าที่เคยประสบมาทำให้หลายคนไม่เตรียมพร้อมและอพยพไม่ทัน

1.5 การพัฒนาเมืองส่งผลกระทบ : การก่อสร้างที่รุกล้ำลำน้ำทำให้น้ำไหลได้ไม่สะดวกและระดับน้ำสูงขึ้น ผังเมืองหาดใหญ่มีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างเต็มเมือง รวมทั้งมีถนนที่ขวางทางน้ำ ขณะที่ไม่มีพื้นที่ซับน้ำเหลืออยู่เลย ต้องพึ่งของคลองอู่ตะเภาและคลอง ร.1 อย่างเดียว จึงทำให้ถูกน้ำท่วมได้โดยง่าย

2. ข้อเสนอแนะเพื่อการแก้ไข

2.1 กระจายอำนาจให้จังหวัด : ให้จังหวัดมีส่วนร่วมและเป็นผู้นำในการจัดการภัยพิบัติโดยตรงและต้องเชื่อมโยง และประสานข้อมูลร่วมกับศูนย์ภัยพิบัติส่วนกลางโดยปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2550 หากสถานการณ์รุนแรงมากจังหวัดจัดการไม่ไหว นายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นผู้บัญชาการภัยพิบัติโดยตรง สามารถสั่งทุกหน่วยงานให้มาร่วมแก้ไขปัญหา

2.2 ยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ : ทำให้ปัญหาน้ำท่วมเป็นวาระสำคัญทั้งระดับชาติและท้องถิ่นโดยบูรณาการการจัดการทั้งสองระดับ

ระดับบน : สั่งการที่เป็นเอกภาพและชัดเจน
ระดับล่าง : พัฒนาแผนการจัดการโดยมีที่ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมและร่วมแก้ไขปัญหา

2.3 การแจ้งเตือนภัย : สร้างองค์กรที่ประชาชนเชื่อมั่นเพื่อเป็นช่องทางแจ้งเตือนภัยที่ชัดเจนโดยต้องแจ้งข้อมูลปริมาณน้ำ ระดับน้ำ ระยะเวลาท่วมขัง และจุดเสี่ยงภัยให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบข้อมูลเป็นระยะ ๆ รวมทั้งเมื่อถึงจุดวิกฤติก็ต้องบอกว่าอพยพไปที่ใด จุดไหน อย่างไร?

2.4 จัดการผังเมืองควบคู่ไปกับการจัดการผันน้ำ : สำรวจพื้นที่รุกล้ำลำน้ำและที่ดินเสี่ยง สร้างแก้มลิงหรือคลองผันน้ำเพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำ

2.5 สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนในพื้นที่ : จัดทำแผนความรู้ให้ชุมชน ร่วมกันวิเคราะห์สาเหตุและแนวทางแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ เตรียมเครื่องมือและกำหนดจุดอพยพที่ชัดเจน

2.6 ฟื้นฟูสภาพจิตใจ : เหตุการณ์กลับมาสู่ปกติ นักจิตวิทยาควรเข้ามาช่วยเยียวยาจิตใจผู้ประสบภัยหลังน้ำลด

การฟื้นฟูภายหลัง “น้ำท่วม” นานาชาติทำกันอย่างไร?

1. ขอให้ประชาชนคอยคำสั่งจากราชการ (Wait for the All Clear) อย่าเพิ่งเข้าไปในบ้านที่น้ำท่วมเริ่มลดลงเพราะอาจจะประสบอันตรายจากบ้านพังถล่มลงมาหรือถูกสัตว์ร้ายทำร้าย หรืออาจจะประสบภัยอันตรายจากระบบไฟฟ้า หากใครมีประกันภัยให้ติดต่อประกันภัยไว้ก่อน

2. หน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น ประกาศเป็นพื้นที่บรรเทาสาธารณภัยแล้วจะใช้งบประมาณของทางราชการเข้าไปทำความสะอาดหรือ clean up บ้านเรือนของประชาชนในเบื้องต้นให้ก่อน เช่น ตักหรือดูดเอาดินโคลนที่ถูกพัดเข้าออกให้หมดก่อนและใช้น้ำแรงดันสูงฉีดเพื่อล้างทำความสะอาด จะต้องจัดการภายในไม่เกิน 7 วันหลังจากที่น้ำลดลง มิฉะนั้นดินโคลนจะแข็งตัวแล้ว กลายเป็นฝุ่นละอองที่ก่อให้เกิดความสกปรกและกลายเป็นฝุ่นฟุ้งกระจายไปในอากาศได้

3. ฝ่ายความมั่นคงหรือตำรวจทหารจะต้องเข้าไปดูแล เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการขโมยทรัพย์สินของบ้านเรือนในพื้นที่ที่ประสบภัย

4. เมื่อทำการล้างทำความสะอาดหรือฟื้นฟูบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วม สามารถเข้าไปในบ้านได้และเกิดความปลอดภัยในระดับหนึ่งแล้ว หน่วยราชการก็จะแจ้งให้ประชาชนในศูนย์ที่พักพิงกลับมาที่บ้าน เพื่อทำการสำรวจทรัพย์สินความเสียหายเพิ่มเติม และรับเงินช่วยเหลือจากราชการ ตามการประเมินของทางราชการเพื่อนำไปใช้ในการปรับปรุงบ้านเรือนต่อไป


🆘 แจ้งสถานการณ์น้ำท่วม - ขอความช่วยเหลือได้ที่
📞 Call Center 02-790-2111 เวลา 06.00 - 24.00 น.
📱LINE Official : @ThaiPBS (เพิ่มเพื่อนคลิก! www.thaipbs.or.th/AddLINE)


คอนเทนต์เกี่ยวข้องที่น่าสนใจ

📌อ่าน : How to จัดการ “บ้าน” หลังเจอน้ำท่วม

📌อ่าน : คิดแบบญี่ปุ่น “อุโมงค์เก็บน้ำใต้ดิน” การบริหารจัดการน้ำแบบญี่ปุ่น

📌อ่าน : ทำไม? “น้ำท่วมหาดใหญ่” ปีนี้จึงวิกฤติหนัก

📌อ่าน : ฝนตกหาดใหญ่ “หนักสุดในรอบ 300 ปี” หมายความว่าอย่างไร ?

📌อ่าน : “โลกร้อนขึ้น” เกิดพายุหมุนจำนวนมาก-รุนแรงขึ้น ไม่ปรับตัวอยู่ยากขึ้น

📌อ่าน : เข้าใจการเกิด “เอลนีโญ” เพื่อร่วมลดความรุนแรงปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่ทุกคนช่วยได้

📌อ่าน : ไขคำตอบ เอลนีโญ-ลานีญา ความต่างที่สุดขั้ว

📌อ่าน : นับวันยิ่งวิกฤติ! ปัญหา “น้ำท่วม กทม.” คิดใหม่..ควรทำอย่างไรดี?

📌อ่าน : 4 สาเหตุหลัก “น้ำท่วมหนัก” หลายจังหวัดภาคเหนือ

📌อ่าน : “ไทย” อันดับ 4 ของโลก เสี่ยงถูกน้ำท่วมหนักปี 2050 “กรุงเทพฯ” อาจจมน้ำเกือบทั้งหมด


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS  

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech 
 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มหาอุทกภัยน้ำท่วมหาดใหญ่หาดใหญ่มหาอุทกภัยหาดใหญ่สงขลาน้ำท่วมสิ่งแวดล้อมฝนตกหนักฝนตกฝนตกน้ำทะเลหนุนสูงฝนตกช่วงน้ำทะเลหนุนThai PBS Sci And Tech Thai PBS Sci & Tech Environment
จิราภพ ทวีสูงส่ง

ผู้เขียน: จิราภพ ทวีสูงส่ง

"เซบา บาสตี้" เจ้าหน้าที่เนื้อหาดิจิทัล สำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส คนทำงานด้านการเขียน : Specialist Contents / Journalist / Writer / Creative Copywriter / Proofreader Lover (ติดต่อ jiraphobT@thaipbs.or.th)

บทความ NOW แนะนำ