ก้าวเข้าสู่ปี 2026 แม้โลกจะเต็มไปด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย ทว่าในหลายดินแดนของโลก ยังคงมีสิ่งปลูกสร้างหนึ่งที่เรียกว่า “กำแพง” โดยเฉพาะกับ “กำแพงกั้นพรมแดน” ที่สืบเนื่องมาจากความขัดแย้ง Thai PBS รวบรวมเรื่องราวของ “กำแพง” อันเป็นที่จดจำมาบอกเล่ากัน
รู้จัก Border Wall หรือ “กำแพงกั้นพรมแดน”
Border Wall หรือ Border barrier หรือ Border fence คือสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับการสร้างขึ้นมาเพื่อ “กั้น” พื้นที่ตามแนวชายแดนระหว่างประเทศ หรือบริเวณใกล้เคียง โดยสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้ สร้างขึ้นบนบริบทที่หลากหลาย อาทิ
- เพื่อควบคุมการอพยพการลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย
- เพื่อป้องกันการค้ามนุษย์
- เพื่อป้องกันการลักลอบขนสินค้า
- เพื่อป้องกันประเทศหรือเพื่อความมั่นคง ในกรณีที่มีข้อพิพาทหรือความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับชายแดน
กำแพงกั้นพรมแดนในโลกปัจจุบัน
ปัจจุบันมีสิ่งปลูกสร้างกั้นพรมแดน หรือ Border wall ปรากฏอยู่ทั่วโลก มีจำนวนกว่า 70 แห่ง โดย 6 ใน 10 ของประชากรโลก อาศัยอยู่หลังกำแพงเหล่านี้
จากข้อมูลในปี 2020 ทวีปเอเชียถือเป็นทวีปที่มีการก่อสร้างกำแพงกั้นพรมแดนมากที่สุด ราว 56% ตามมาด้วยทวีปยุโรป 26% และแอฟริกา 16%
นอกจากนี้ยังมีผลการสำรวจ เรื่องแรงจูงใจในการสร้างกำแพงกั้นพรมแดน โดยพบว่า มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการอพยพ 32% ป้องกันการก่อการร้าย 18% ป้องกันการลักลอบขนสินค้าและผู้คน 16% ป้องกันการลักลอบส่งยาเสพติด 10% สาเหตุจากข้อพิพาททางดินแดน 11% และเพื่อหยุดยั้งกลุ่มติดอาวุธข้ามชาติ 5%
อิสราเอล ถือเป็นประเทศที่มีกำแพงกั้นพรมแดนมากที่สุด กว่า 5 แห่ง คือ กั้นระหว่างอิสราเอล-ปาเลสไตน์ , อิสราเอล-กาซา, อิสราเอล-เลบานอน, อิสราเอล-จอร์แดน และ อิสราเอล-อิยิปต์
ตามมาด้วยประเทศอินเดีย ที่มีกำแพงกั้นพรมแดน 4 แห่ง คือ พื้นที่ระหว่างอินเดีย-ปากีสถาน, อินดีย-บังคลาเทศ, อินเดีย-เมียนมา และ อินเดีย-เนปาล โดย 3 พื้นที่หลังสุด อยู่ระหว่างการก่อสรางทั้งหมด

รวมกำแพงกั้นพรมแดนที่โลกจดจำ
1.กำแพงกั้นพรมแดนสหรัฐอเมริกา – เม็กซิโก
ในอดีตชายแดนของสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโก มักถูกกั้นด้วยรั้วหรือลวดหนาม รวมถึงใช้พืนที่ทางธรรมชาติในการกั้นอาณาเขต อาทิ ทะเลทราย และเทือกเขา รวมไปถึงแม่น้ำสำคัญ นั่นคือ แม่น้ำริโอแกรนด์
กระทั่งในยุคปัจจุบัน ปัญหาการอพยพของชาวเม็กซิโก เข้ามายังประเทศสหรัฐฯ อย่างผิดกฎหมาย ส่อเค้าความรุนแรงมากขึ้น เป็นที่มาของการก่อสร้างกำแพงเหล็ก เพื่อกั้นชายแดนระหว่างสหรัฐ-เม็กซิโก

โครงการเริ่มต้นในยุค โดนัลด์ ทรัมป์ ขณะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครั้งแรก โดยมีการลงนามในคำสั่ง เพื่อสร้างกำแพงตลอดแนวชายแดนสหรัฐฯ - เม็กซิโก ความยาว 3,200 กม. ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันการลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย
แม้จะต้องใช้งบประมาณที่สูง แต่การก่อสร้างยังคงดำเนินต่อไป กระทั่งเข้าสู่ยุคประธานาธิบดี โจ ไบเดน จึงได้มีคำสั่งชะลอการก่อสร้างออกไป เนื่องจากเป็นโครงการที่ใช้งบประมาณสูง มีความสิ้นเปลือง ทว่าในปี 2023 โจ ไบเดน กลับอนุมัติให้มีการเดินหน้าโครงการต่อไป เนื่องจากปัญหาการอพยพผิดกฎหมายยังคงรุนแรง
ต่อมาเมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาดำรงตำแหน่ประธานาธิบดีอีกครั้ง จึงมีคำสั่งให้เดินหน้าเพิ่มในส่วนที่ยังไม่สมบูรณ์ให้แล้วเสร็จ ซึ่งกำแพงแห่งนี้ ได้ชื่อว่าเป็นกำแพงกั้นพรมแดนที่ยาวที่สุดในโลก
2.กำแพงกั้นอิสราเอล – เขตเวสต์แบงก์
ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ เป็นประวัติศาสตร์แห่งความขัดแย้งที่ยาวนาน และหนึ่งในพื้นที่ที่มีข้อพิพาทหลายต่อหลายครั้ง นั่นคือ เขตเวสต์แบงก์ ซึ่งเดิมที พื้นที่กว่า 5,000 ตารางกิโลเมตร ถูกจัดแบ่งให้เป็นพื้นที่ของปาเลสไตน์ ทว่าจากสงครามและเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นระหว่างสองชนชาติ ทำให้ชาวอิสราเอล เข้ามาตั้งรกรากในเขตเวสต์แบงก์มากขึ้น นำมาซึ่งความไม่ลงรอยและเหตุปะทะกันต่อเนื่อง

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น นำมาซึ่งการสร้าง “กำแพง” เพื่อกั้นระหว่างอิสราเอลและเขตเวสต์แบงก์ เป็นกำแพงคอนกรีตที่ตั้งทอดยาวกว่า 700 กิโลเมตร โดยมีหอสังเกตการณ์ทางทหาร กล้องวงจรปิด และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับตรวจจับ อย่างไรก็ตาม ปัญหาความไม่ลงรอยของอิสราเอลและปาเลสไตน์ยังคงปรากฏ และเต็มไปด้วยความรุนแรง
3.กำแพงกั้นเกาหลีเหนือ – เกาหลีใต้
กว่า 72 ปีมาแล้ว กับความขัดแย้งของประเทศเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ โดยภายหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง เกาหลีเหนือได้รับการสนับสนุนจากสหภาพโซเวียต ส่วนเกาหลีใต้นั้นได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา
จากความไม่ลงรอย เป็นที่มาของสงครามที่ปะทุขึ้นในปี 1950 เมื่อเกาหลีเหนือบุกเข้ารุกล้ำเกาหลีใต้ สงครามยืดเยื้อเป็นระยะเวลานานกว่า 3 ปี กระทั่งเกิดการลงนามหยุดยิงในปี 1953 และเป็นที่มาของ เขตปลอดทหารกั้นกลาง หรือที่เรียกว่า "แนวขนานที่ 38" กินระยะทางมากกว่า 248 กิโลเมตร

แม้จะไม่ได้มีรูปลักษณ์เป็นกำแพงอิฐ หรือสิ่งปลูกสร้างที่ฉาบทาขึ้นอย่างแน่นหนา ทว่า เมื่อพูดถึง "แนวขนานที่ 38" ผู้คนมักตีความหมายถึง “พรมแดน” ที่มีความขัดแย้งทางประวัติศาสตร์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ยังคงมีความหวังให้ทั้งสองประเทศ หวนกลับมาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในสักวัน
4.กำแพงเบอร์ลินกั้น “เยอรมันตะวันตก - เยอรมันตะวันออก”
อีกหนึ่งกำแพงกั้นประเทศที่แม้ปัจจุบันจะได้รับการทุบทำลายไปแล้ว แต่ยังคงอยู่ในความนึกคิดของผู้คนทั้งโลก นั่นคือ กำแพงเบอร์ลิน กำแพงที่กั้นพื้นที่ของเยอรมนีตะวันออกกับเยอรมนีตะวันตก
Berlin Wall หรือกำแพงเบอร์ลิน ถูกสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ปี 1961 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปิดกั้นพรมแดนของสองประเทศที่มีระบอบการปกครองที่แตกต่างกัน
ที่มาของการแบ่งกั้นดินแดนแห่งนี้ เกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เยอรมนีถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเทศ โดยฝั่งหนึ่ง คือ ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี หรือ เยอรมนีตะวันตก ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของสหรัฐ อังกฤษ และฝรั่งเศส ในขณะที่อีกฝั่งหนึ่ง อยู่ภายใต้การปกครองของสหภาพโซเวียต และได้จัดตั้งเป็นประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยเยอรมนี หรือ เยอรมนีตะวันออก
จากความแตกต่างของการปกครองสองขั้ว และการหลั่งไหลของผู้คนข้ามดินแดน เป็นที่มาของการสร้างกำแพงเบอร์ลิน โดยมีความยาว 155 กิโลเมตร สูง 4 เมตร และมีหอสังเกตการณ์ 302 แห่ง โดยกั้นดินแดนของทั้งสองประเทศมายาวนานกว่า 28 ปี

กระทั่งเวลาผ่านไปถึงปี 1989 ผู้คนในเยอรมนีตะวันออก ต่างพากันหลบหนีออกนอกประเทศ ส่วนที่เหลือในประเทศ เริ่มมีการชุมนุมเรียกร้องเรื่องสิทธิเสรีภาพมากขึ้นทุกขณะ กระทั่งวันที่ 9 พฤศจิกายน ปี 1989 มีการประกาศเปิดพรมแดนให้ชาวเยอรมัน สามารถเดินทางผ่านแดนได้อย่างอิสระ โดยมีชาวเยอรมันตะวันออกจำนวนมาก ได้มารวมตัวกัน ณ กำแพงเบอร์ลิน เพื่อเดินทางข้ามผ่านแดนไปยังเบอร์ลินตะวันตกเป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปี จากเหตุการณ์ดังกล่าว จึงถือเอาวันที่ 9 พฤศจิกายน ปี 1989 เป็น “วันล่มสลาย” ของกำแพงเบอร์ลินเป็นต้นมา
ทว่าการทำลายกำแพงเบอร์ลินอย่างเป็นทางการ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ปี 1990 และการรวมกันของเยอรมนีตะวันตกและเยอรมนีตะวันออก เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ปี 1990
โลกยังคงปรากฏ “กำแพง” อยู่มากมาย แม้จะเป็นภาพสะท้อนของการ “แบ่งกั้น” แต่บางขณะ “กำแพง” ก็ทำหน้าที่ระงับความขัดแย้ง และสร้างความชัดเจนให้กับทั้งสองฝ่ายเช่นเดียวกัน
อ้างอิง
- Countries with Border Walls 2025 / worldpopulationreview.com
- A Walled World Towards a global apartheid / www.tni.org
- กำแพงเบอร์ลิน : ครบรอบ 30 ปี การล่มสลายของม่านเหล็กที่แยกเยอรมนีออกจากกัน / BBC ไทย
อ่านบทความอื่น ๆ




















