“ไข้หวัดใหญ่” กำลังระบาดมากในช่วงนี้ จากสายพันธุ์ที่เปลี่ยนไป ด้วยความปรารถนาดีเราจึงนำความรู้มาให้ได้ทราบ พร้อมทั้งวิธีป้องกันตัวเองจากไข้หวัดใหญ่

ไข้หวัดใหญ่ A H3N2 มีการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรม สาเหตุการระบาดมาก
ศ. นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้ความรู้ในเฟซบุ๊ก “Yong Poovorawan” ไว้ดังนี้
จากปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน มีการระบาดของไข้หวัดใหญ่เป็นจำนวนมาก สายพันธุ์ที่น่ากังวลอยู่ในขณะนี้ จะเป็นไข้หวัดใหญ่ A H3N2 ที่มีการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรม ทำให้ประสิทธิภาพของวัคซีนลดลงอย่างมาก
ในปีที่ผ่านมา การระบาดของไข้หวัดใหญ่ มีจำนวนผู้ป่วย สูงสุดนับจากการบันทึกของกระทรวงสาธารณสุขตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน การระบาดในต้นปีที่แล้วจะเป็น สายพันธุ์ A H1N1 2009 แต่พอมาเข้าปลายปี การระบาดสายพันธุ์ก็เปลี่ยนไปเป็นไข้หวัดใหญ่ A H3N2
ส่วนไข้หวัดใหญ่ B พบได้บ้างเป็นสายพันธุ์ Victoria เท่านั้น ไม่พบสายพันธุ์ Yamagata เลยมา 5 ปีแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้วัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ ฉีด 3 สายพันธุ์ก็ไม่แตกต่างกับฉีด 4 สายพันธุ์
ไข้หวัดใหญ่ A H3N2 ที่ระบาดมากในซีกโลกเหนือ ในช่วงฤดูหนาวขณะนี้ เป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวล เพราะมีการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรม ในส่วนของระบบภูมิต้านทาน HA1 อยู่ประมาณ 6-9 จุด ทำให้หลบหลีก วัคซีนที่ถูกกำหนดไว้แล้ว สายพันธุ์นี้ถูกกำหนดชื่อเป็น K type ทำให้ระบาดและมีผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก
อย่างไรก็ตามถึงแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงให้มีการติดต่อกันง่ายขึ้น ความรุนแรงของโรคก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น ประสิทธิภาพในการให้ยาต้านไวรัสก็ไม่ได้ลดลง นอกจากทำให้พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก เนื่องจากประสิทธิภาพของวัคซีนลดลง
ถึงแม้ว่าประสิทธิภาพของวัคซีนจะลดลง ก็ยังคงแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เพราะวัคซีนที่ใช้ในขณะนี้เป็นวัคซีนเชื้อตายที่ปลอดภัย อาการข้างเคียงน้อยมาก และราคาก็ไม่แพงมาก
สำหรับประเทศไทยวัคซีนตัวใหม่ของซีกโลกใต้ จะเข้ามาในเดือนมีนาคมปีนี้ เพื่อป้องกันการระบาดของเราในฤดูฝน

รู้จัก “โรคไข้หวัดใหญ่” คืออะไร?
โรคไข้หวัดใหญ่ เกิดจากการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ซึ่งก่อให้เกิดอาการ ไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก คัดจมูก รู้สึกอ่อนเพลีย ครั่นเนื้อครั่นตัว หรือปวดเมื่อยตามร่างกาย แต่ละปีจะมีประชาชนทั่วโลกติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ซึ่งบุคคลทุกเพศ ทุกวัย สามารถป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ได้ โดยพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่มากที่สุดในฤดูฝน รองลงมามาคือในฤดูหนาว

โรคไข้หวัดใหญ่มาจากไหน?
ผู้ป่วยไอหรือจาม ละอองฝอยขนาดเล็กของน้ำลายหรือน้ำมูกจะล่องลอยในอากาศ และปลิวเข้าสู่ปากหรือจมูกของผู้ที่อยู่ใกล้ หากสูดหายใจเข้าไป ทำให้ละอองฝอยเล็ก ๆ เหล่านี้ลงสู่ปอดได้
มือสัมผัสถูกน้ำลายหรือน้ำมูกของผู้ป่วย เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได โต๊ะ เสื้อผ้า เมื่อไม่ได้ล้างมือให้สะอาดแล้วใช้มือจับจมูกและปากของตนเอง ทำให้สามารถติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้

อาการของโรคไข้หวัดใหญ่
- มีไข้
- ไอ เจ็บคอ
- คัดจมูก มีน้ำมูก
- ครั่นเนื้อครั่นตัว
- อ่อนเพลีย หรือเหนื่อยมากขึ้น
- ปวดศีรษะ
- หนาวสั่น
- ปวดเมื่อยตามร่างกาย

การป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่
1. ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ทุกปี
2. หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่
3. ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำสบู่ หากไม่มีให้ใช้แอลกอฮอล์เจล (Alcohol Gel) สำหรับล้างมือแทน
4. หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณดวงตา จมูก หรือปาก เพราะเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สามารถติดต่อได้ตามช่องทางเหล่านี้
5. ควรใส่หน้ากากอนามัย

การดูแลตนเองและคนใกล้ชิดเมื่อเป็นโรคไข้หวัดใหญ่
1. เมื่อเริ่มรู้สึกป่วย ให้หยุดอยู่บ้านเพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อสู่ผู้อื่น
2. ปิดจมูกและปากด้วยผ้าหรือกระดาษทิชชูเวลาไอหรือจาม
3. ทิ้งกระดาษทิชชูที่ใช้แล้วลงถังขยะติดเชื้อ
4. ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำสบู่ หากไม่มีให้ใช้แอลกอฮอล์เจล (Alcohol Gel) สำหรับล้างมือแทน
5. เข้ารับการรักษาและรับประทานยาตามคำสั่งแพทย์
6. สามารถกลับไปดำเนินชีวิตได้ตามปกติหลังจากหายไข้แล้วอย่างน้อย 1 วัน
📌อ่าน : อันตรายต้องระวัง! อากาศเย็นแต่แดดเปรี้ยงตอนกลางวัน แบคทีเรีย-ไวรัสเติบโตได้ดี
📌ฟัง : โรคสุดฮิตที่มาพร้อมกับฤดูหนาว
📌อ่าน : หนาวกระทบสุขภาพ "โรคเยื่อบุจมูกอักเสบ" อันตรายที่ต้องระวัง
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
แหล่งข้อมูลอ้างอิง : โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech




















