ทำไม? อากาศเย็น ท้องฟ้าแจ่มใส แต่แดดแรงในช่วงกลางวัน (Cold Clear Sky and sunny) จึงทำให้ แบคทีเรีย-ไวรัสบางสายพันธุ์เจริญเติบโตได้ดี ฝุ่น PM 2.5 สูงเกินมาตรฐาน ร่วมหาคำตอบไปกับ Thai PBS Sci & Tech
ในเรื่องนี้ ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย ได้ให้ความรู้ผ่านเฟซบุ๊ก “Sonthi Kotchawat” (https://shorturl.at/1Fgsa) ไว้ว่า

1. ช่วงนี้มวลอากาศเย็นหรือความกดอากาศสูงจากแผ่นดินใหญ่ประเทศจีน ได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยทำให้มีอากาศหนาวเย็นขึ้นมีอุณหภูมิลดต่ำลง เนื่องจากมวลอากาศเย็นจะมีความหนาแน่นมากกว่ามวลอากาศร้อน ดังนั้นมวลอากาศเย็นจึงกดต่ำลงมาครอบคลุมพื้นผิวของประเทศไทยขณะที่มวลอากาศเย็นจะอุ้มความชื้นได้น้อยกว่ามวลอากาศร้อนจึงเป็นอากาศเย็นที่แห้ง ทำให้บนท้องฟ้ามีความชื้นไม่เพียงพอที่จะรวมตัวกันจับเป็นเมฆ แสงแดดจากดวงอาทิตย์จึงส่องลงมาได้อย่างเต็มที่ในช่วงเวลากลางวัน
2. ในช่วงฤดูหนาวนี้ มวลอากาศเย็นพัดเข้าสู่ประเทศไทยจะทำให้มีความชื้น สัมพัทธ์ในอากาศลดต่ำลง รวมตัวจับกันเป็นเมฆในท้องฟ้าได้น้อยลงจึงทำให้ท้องฟ้าแจ่มใส (clear sky) ขณะที่ในช่วงกลางวันแสงแดดส่องลงมาที่ผิวโลกได้มากขึ้น ทำให้กลางวันแดดแรงแต่ไม่ร้อนจัด แต่ในช่วงเวลาเช้าและกลางคืนอากาศจะเย็นลงมากกว่า...
อากาศลักษณะแบบนี้จะทำให้เชื้อแบคทีเรียและไวรัสบางสายพันธุ์จะเจริญเติบโตได้ดี นอกจากนี้หากลมนิ่งจะทำฝุ่น PM 2.5 สูงเกินค่ามาตรฐานซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาวได้

3. ประชาชนจะต้องระวังโรคที่มาในช่วงฤดูหนาว แต่แดดแรงและอากาศแห้งคือ โรคไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ โรคปอดบวมหรือปอดอักเสบ อุจจาระร่วงจากเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัส ทำให้มีโอกาสติดเชื้อในกระแสเลือดสำหรับคนที่มีภูมิความต้านทานต่ำได้มากกว่าช่วงเวลาปกติ
3.1 อากาศเย็นแต่แดดแรงทำให้เสี่ยง “ไข้หวัดแดด” (Summer Cold) สาเหตุจากการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดธรรมดา ร่างกายปรับตัวไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำลงและติดเชื้อได้ง่าย มีอาการคล้ายไข้หวัดทั่วไป แต่มีอาการตัวร้อนมีไข้และอ่อนเพลียจากแดดแรงร่วมด้วย
3.2 โรคลมแดด (Heat Stroke) และโรคเพลียแดด (Heat Exhaustion) สาเหตุมาจากอากาศเย็นแต่แดดแรงทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่เร็วขึ้นร่างกายระบายความร้อนไม่ทัน โดยเฉพาะคนทำงานกลางแจ้ง เด็กเล็ก ผู้สูงอายุอาจจะมีอาการเพลียแดดคือ อ่อนเพลีย เวียนหัว โรคลมแดดมีอาการรุนแรงกว่าโรคเพลียแดด คือ สับสน หมดสติ เกิดการชักเกร็งได้ง่าย

เคล็ด (ไม่) ลับ รักษาสุขภาพให้แข็งแรงช่วงหน้าหนาว
1. เลือกทานอาหารปรุงสุกใหม่
ในฤดูหนาวควรหลีกเลี่ยงการทานอาหารเย็น หรืออาหารแห้ง ควรเลือกทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่และร้อนๆ เช่น ซุป สตูว์ หรืออาหารที่ใช้วิธีการต้ม นึ่ง หรือย่าง ซึ่งช่วยเพิ่มความอบอุ่นและมีสารอาหารที่ดีต่อร่างกาย
2. ดื่มน้ำอุ่นและน้ำสมุนไพรที่มีรสเผ็ดร้อนในฤดูหนาว
การดื่มน้ำเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม แม้จะรู้สึกว่าความเย็นทำให้ไม่อยากดื่มน้ำก็ตาม การดื่มน้ำอุ่น เช่น ชาเขียว น้ำขิง หรือน้ำสมุนไพรที่มีรสเผ็ดจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและช่วยให้ร่างกายอบอุ่น
3. รับประทานผักและผลไม้ที่หลากหลายชนิด
ผักและผลไม้เป็นแหล่งวิตามินที่สำคัญในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่มีโรคหวัด และไข้หวัดใหญ่ การทานผักใบเขียวและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้ม กีวี่ และฝรั่ง จะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันและป้องกันการเจ็บป่วย
4. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
การรับประทานอาหารที่ครบ 5 หมู่ จะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นในการเสริมสร้างสุขภาพ การรับประทานอาหารที่หลากหลาย เช่น โปรตีนจากเนื้อสัตว์หรือพืช คาร์โบไฮเดรตจากข้าว ผักและผลไม้ รวมถึงไขมันที่ดีต่อร่างกาย จะช่วยให้ร่างกายมีพลังและสมดุล
5. ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 5 วัน วันละ 30 นาที
การออกกำลังกายช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เพิ่มการไหลเวียนเลือด และช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น ควรเลือกออกกำลังกายในบ้าน เช่น โยคะ ว่ายน้ำ หรือออกกำลังกายแอโรบิกที่ไม่ต้องออกไปข้างนอกในอากาศหนาวเย็น
6. พักผ่อนให้เพียงพอ 7-8 ชั่วโมง/วัน
การนอนหลับที่มีคุณภาพช่วยฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้า และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ควรนอนหลับให้เพียงพอ 7-8 ชั่วโมงทุกวัน เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนและพร้อมรับมือกับกิจกรรมต่าง ๆ
7. ไม่ดื่มแอลกอฮอล์แก้หนาว
การดื่มแอลกอฮอล์ไม่ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นอย่างที่หลายคนคิด เพราะมันทำให้หลอดเลือดขยายตัวและร่างกายสูญเสียความร้อนเร็วขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ในฤดูหนาว และเลือกดื่มเครื่องดื่มที่ช่วยเพิ่มความอบอุ่น เช่น น้ำขิง หรือน้ำสมุนไพร

ข้อควรรู้ในช่วงฤดูหนาว
1. การดูแลสุขภาพผิวในอากาศเย็น
ในช่วงฤดูหนาวผิวอาจแห้งและหยาบกร้านจากอากาศที่เย็นและแห้ง ควรทาครีมบำรุงผิวที่มีมอยส์เจอไรเซอร์เป็นประจำ และใช้ครีมกันแดดแม้ในวันที่อากาศเย็น
2. การป้องกันโรคทางเดินหายใจ
การระบาดของโรคหวัด และไข้หวัดใหญ่ใน่ช่วงหน้าหนาวเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้บ่อย ควรล้างมือบ่อย ๆ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วยที่มีอาการหอบ ไอ หรือไข้
3. การจัดการกับภาวะอากาศหนาวในบ้าน
การตั้งอุณหภูมิในบ้านที่เหมาะสมและอบอุ่นสามารถช่วยให้ร่างกายไม่สูญเสียความร้อน ควรใช้เครื่องทำความร้อน หรือเครื่องเป่าลมร้อนเพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นภายในบ้าน
4. การดูแลสุขภาพจิตในฤดูหนาว
ฤดูหนาวอาจทำให้หลายคนรู้สึกเหงา หรือซึมเศร้าได้ เนื่องจากแสงแดดที่น้อยลง ควรหาเวลาทำกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างอารมณ์ดี เช่น การออกไปพบปะเพื่อน หรือทำงานอดิเรกที่ชื่นชอบ
5. การป้องกันอุบัติเหตุในช่วงฤดูหนาว
อากาศหนาวสามารถทำให้ถนนลื่นและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ควรระมัดระวังการเดินทาง โดยเฉพาะการขับขี่ในถนนที่มีน้ำแข็งหรือหิมะ
การรักษาสุขภาพในช่วงฤดูหนาวไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ใส่ใจในเรื่องของการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกาย การพักผ่อน และการดูแลสุขภาพในด้านต่าง ๆ อย่างครบถ้วน ก็จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและพร้อมรับมือกับฤดูหนาวได้อย่างเต็มที่
คอนเทนต์เกี่ยวข้องที่น่าสนใจ
📌อ่าน : น่ากังวลกว่าที่คิด! น้ำทะเลหนุนสูงท่วมเมืองชายฝั่งทะเล ควรบริหารจัดการอย่างไร?
📌อ่าน : โลกร้อน! อาจเกิด “แผ่นดินไหว” บ่อยขึ้น เหตุระดับน้ำทะเลเปลี่ยนแปลง-ธารน้ำแข็งละลาย
📌อ่าน : “โลกร้อนขึ้น” เกิดพายุหมุนจำนวนมาก-รุนแรงขึ้น ไม่ปรับตัวอยู่ยากขึ้น
📌อ่าน : เข้าใจการเกิด “เอลนีโญ” เพื่อร่วมลดความรุนแรงปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่ทุกคนช่วยได้
📌อ่าน : ไขคำตอบ เอลนีโญ-ลานีญา ความต่างที่สุดขั้ว
📌อ่าน : นับวันยิ่งวิกฤติ! ปัญหา “น้ำท่วม กทม.” คิดใหม่..ควรทำอย่างไรดี?
📌อ่าน : “ไทย” อันดับ 4 ของโลก เสี่ยงถูกน้ำท่วมหนักปี 2050 “กรุงเทพฯ” อาจจมน้ำเกือบทั้งหมด
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
แหล่งข้อมูลอ้างอิง : โรงพยาบาลบางปะกอก สมุทรปราการ
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech




















