Google พัฒนาเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 25Gbps ส่งผ่านด้วยแสง เพื่อแก้ปัญหาการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อย่างทั่วถึง โดยไม่จำเป็นต้องเจาะถนนเพื่อวางสายเคเบิลเพื่อเชื่อมโยงสัญญาณอินเทอร์เน็ต
บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลกประสบความสำเร็จในการพัฒนาเทคโนโลยีรับ-ส่งข้อมูลผ่านลำแสงด้วยความเร็วสูงถึง 25Gbps เพื่อแก้ปัญหาการเข้าถึงโครงข่ายในพื้นที่ทุรกันดาร ช่วยลดต้นทุนมหาศาลจากการขุดเจาะถนนเพื่อวางสายเคเบิลใต้ดิน พร้อมสร้างโอกาสทางดิจิทัลที่เท่าเทียมให้ผู้คนทั่วโลก
เทคโนโลยีลำแสงล่องหน เชื่อมต่อแบบไร้รอยต่อ
เทคโนโลยีนี้พัฒนาโดยทีมวิศวกรจากหน่วยงานนวัตกรรมภายใต้บริษัทแม่ของ Google (Alphabet) ได้นำเสนอแนวคิดการส่งข้อมูลผ่านลำแสงความหนาแน่นสูงในอากาศ (Free-space Optical Communication) เทคโนโลยีนี้ทำงานโดยการส่งลำแสงระหว่างอุปกรณ์รับ-ส่งสัญญาณที่ติดตั้งบนที่สูง เช่น ยอดตึกหรือเสาสื่อสาร เปรียบเสมือนการสร้างสายไฟเบอร์ออปติกที่มองไม่เห็นในอากาศ ครอบคลุมระยะทางได้หลายกิโลเมตรโดยไม่ต้องพึ่งพาตัวนำสัญญาณ ช่วยให้หลายพื้นที่ที่มีความซับซ้อน เช่น หุบเขา หรือเกาะสามารถเข้าถึงโครงข่ายอินเทอร์เน็ตได้ง่ายขึ้น

อินเทอร์เน็ตความเร็ว 25Gbps โดยไม่ง้อการขุดเจาะ
จุดเด่นสำคัญคือความสามารถในการทำความเร็วรับ-ส่งข้อมูลสูงถึง 25Gbps ได้อย่างคล่องตัว เพราะไม่ต้องขุดเจาะพื้นผิวถนนหรือขอสัมปทานพื้นที่ที่กินเวลานาน อุปกรณ์ได้รับการออกแบบให้มีความแม่นยำสูง แม้จะมีปัจจัยรบกวนจากสภาพอากาศ เช่น ฝุ่นละอองหรือความชื้น ระบบจะปรับจูนแนวแสงโดยอัตโนมัติเพื่อให้การสื่อสารไม่สะดุด ช่วยให้การขยายโครงข่ายในเขตเมืองทำได้รวดเร็ว โดยไม่ต้องรอเป็นเดือนเป็นปีเหมือนในอดีต
ในมิติของความคุ้มค่า เทคโนโลยีนี้ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการวางโครงสร้างพื้นฐานไปได้อย่างมหาศาล โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาที่มีงบประมาณจำกัดในการลากสายเคเบิลระยะไกล การติดตั้งอุปกรณ์บนโครงสร้างที่มีอยู่เดิม เช่น เสาไฟฟ้า หรือดาดฟ้าอาคาร ช่วยลดการใช้ทรัพยากรและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากการก่อสร้างหนัก นอกจากนี้ ลำแสงที่ถูกบีบให้แคบเฉพาะจุดยังมีความปลอดภัยสูง ยากต่อการดักจับสัญญาณหรือการรบกวนจากคลื่นวิทยุอื่น ซึ่งเป็นปัญหาหลักของเทคโนโลยีไร้สาย ทำให้การกระจายสัญญาณเข้าถึงครัวเรือนทำได้ง่ายขึ้น
Smart City ที่เพิ่มโอกาสการเข้าถึงอย่างเท่าเทียม
นวัตกรรมนี้คือกุญแจสำคัญในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ที่ต้องการความเสถียรของข้อมูลสูงสำหรับระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการควบคุมจราจรแบบเรียลไทม์ โดยบริษัทผู้พัฒนาจากแคลิฟอร์เนียระบุว่าเทคโนโลยีนี้ช่วยลดปัญหา "คอขวด" ของการสื่อสารในเขตเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน ภาคการศึกษาและสาธารณสุขในพื้นที่ห่างไกลจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเข้าถึงระบบเรียนออนไลน์และการแพทย์ทางไกลที่คมชัดสูง ช่วยทลายกำแพงความเหลื่อมล้ำที่เคยถูกจำกัดด้วยระยะทางและการเข้าถึงของสายเคเบิลอย่างเป็นรูปธรรม

การสื่อสารไร้รอยต่อสู่มาตรฐานใหม่
เป้าหมายถัดไปของการพัฒนาคือการขยายขอบเขตการใช้งานให้ครอบคลุมการเชื่อมต่อระหว่างเมืองใหญ่และภูมิภาคมากขึ้น โดยเน้นพัฒนาระบบที่ทนทานต่อสภาพอากาศรุนแรง เช่น พายุฝนหรือหมอกหนาจัด ผ่านการใช้ชุดคำสั่งประมวลผลแสง (Photonics) ขั้นสูงเพื่อชดเชยค่าความผิดเพี้ยนในอากาศ นวัตกรรมนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นตัวเติมเต็มช่องว่างระหว่างดาวเทียมวงโคจรต่ำและสายเคเบิลใต้ดิน สร้างระบบนิเวศการสื่อสารที่แข็งแกร่งและกู้คืนได้รวดเร็วเมื่อเกิดภัยพิบัติ ทำให้โลกไม่พลาดการติดต่อสื่อสารในทุกสถานการณ์สำคัญ
นวัตกรรมการส่งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 25Gbps ผ่านลำแสงของ Google คือการทลายขีดจำกัดทางกายภาพของการสื่อสาร ด้วยประสิทธิภาพที่สูง ความเร็วในการติดตั้ง และต้นทุนที่ต่ำลง นวัตกรรมนี้ไม่เพียงแก้ปัญหาพื้นที่เข้าถึงยาก แต่ยังเป็นต้นแบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การเข้าถึงข้อมูลระดับสูงผ่านอากาศจะกลายเป็นสะพานเชื่อมโอกาสสำคัญที่ยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา และขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลให้ก้าวไกลไปพร้อมกันทั่วโลกอย่างยั่งยืน
เรียบเรียงโดย ขนิษฐา จันทร์ทร
ที่มาข้อมูล: taaraconnect, techbuzz, newatlas, thestack, siliconangle
ที่มาภาพ: taaraconnect
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech









