ไขข้อสงสัย Bare Beating ทำไมเสียงจากลำโพงมือถือถึงกวนใจเรามากกว่าที่คิด

ไขข้อสงสัย Bare Beating ทำไมเสียงจากลำโพงมือถือถึงกวนใจเรามากกว่าที่คิด

แชร์

ไขข้อสงสัย Bare Beating ทำไมเสียงจากลำโพงมือถือถึงกวนใจเรามากกว่าที่คิด

https://www.thaipbs.or.th/now/content/4379

Thai PBS AI
สรุปให้

เชื่อว่าหลายคนต้องเคยผ่านประสบการณ์นั่งรถเมล์หรือรถไฟฟ้าในวันทำงานอันเหน็ดเหนื่อย แต่แล้วท่ามกลางความสงบ จู่ ๆ เสียงเพลง วิดีโอสั้น หรือเสียงสนทนาจากโทรศัพท์ของใครบางคนก็ดังลั่นขึ้นมา แม้จะพยายามปล่อยผ่าน แต่สถานการณ์ชวนอึดอัดนี้กลับกลายเป็นความหงุดหงิดสะสมในชีวิตประจำวันของคนเมืองอย่างเลี่ยงไม่ได้

ทั้งที่รอบตัวเราเต็มไปด้วยเสียงรบกวนมากมาย ทั้งเสียงเครื่องยนต์ เสียงรางรถไฟ หรือเสียงคนคุยกัน แต่ทำไมเสียง ลำโพงมือถือ ในพื้นที่สาธารณะกลับสร้างความขุ่นเคืองใจได้มากกว่าเสียงอื่น ๆ และอะไรคือจิตวิทยาเบื้องหลังพฤติกรรมนี้? มาหาคำตอบไปพร้อมกันครับ

"Bare Beating" ศัพท์ใหม่คนเมืองและสายตาที่มองเป็นความรำคาญ

พฤติกรรม เปิดลำโพงโทรศัพท์เสียงดัง ในพื้นที่สาธารณะกลายเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่พบเห็นได้บ่อยขึ้นทั่วโลก จนเกิดคำศัพท์ใหม่จากสหราชอาณาจักรอย่าง "Bare Beating" หรือบางครั้งเรียกว่า “Headphone Dodgers” ซึ่งใช้นิยามกลุ่มคนที่เปิดเพลง ดูคลิป หรือคุยโทรศัพท์ผ่านลำโพงโดยไม่สวมหูฟังขณะใช้ระบบขนส่งสาธารณะ

ผลการสำรวจโดยองค์กรการขนส่งนครลอนดอน (TfL) ในปี 2024 จากผู้ใช้บริการ 1,000 คน พบว่าผู้โดยสารกว่า 70% รู้สึกว่าการเปิดลำโพงเสียงดังและการคุยโทรศัพท์โดยไม่ใส่หูฟังเป็นการก่อกวนอย่างรุนแรง บรรยากาศนี้ยังสร้างความตึงเครียดให้กับผู้ที่มีภาวะเปราะบางต่อเสียง เช่น ผู้ที่มีภาวะออทิสติก

ความรุนแรงของปัญหานี้ส่งผลให้องค์กรขนส่งฯ ต้องออกแคมเปญรณรงค์สวมหูฟัง และขยับไปสู่การเสนอออกกฎหมายสั่งห้ามเปิดลำโพงเสียงดังในระบบขนส่งสาธารณะ พร้อมบทลงโทษปรับสูงสุดถึง 1,000 ปอนด์ (ราว 45,000 บาท) ซึ่งสะท้อนว่ามลพิษทางเสียงจากหน้าจอมือถือไม่ใช่เรื่องเล็กอีกต่อไป

Bare Beating ทำไมเราถึงทนเสียงลำโพงมือถือไม่ได้ ?

ทั้งที่รถโดยสารสาธารณะเต็มไปด้วยเสียงเครื่องยนต์และเสียงประกาศตามสาย แต่ทำไมเราถึงรับมือกับเสียงเหล่านั้นได้ ดีกว่าเสียงจากลำโพงมือถือของคนข้าง ๆ ?

แฮร์รี่ วิทเชล (Harry Witchel) ผู้เชี่ยวชาญด้านสรีรวิทยาจากมหาวิทยาลัยซัสเซ็กซ์ อธิบายผ่านรายการของ BBC ว่า สมองมนุษย์จัดประเภท "เสียงรบกวน" (Noise) จากบริบทและความเหมาะสม เขาเปรียบเสียงลำโพงมือถือเป็นเหมือน “วัชพืชในสวน” หรือสิ่งแปลกปลอมที่หลุดเข้ามาผิดที่ผิดทาง

เรายอมรับเสียงเครื่องยนต์หรือเสียงประกาศได้เพราะสมองประมวลผลว่าเป็น "เสียงที่ควรจะเกิดขึ้น" ในพื้นที่นั้น ทว่าเสียงจากลำโพงมือถือเป็นสิ่งที่สมองมองว่าเป็น สิ่งแปลกปลอม ทำให้ความอดทนต่อเสียงชนิดนี้ต่ำลงทันที

นอกจากนี้ การคุยโทรศัพท์เปิดลำโพงยังส่งผลกระทบผ่านปรากฏการณ์ "Halfologue" หรือการได้ยินบทสนทนาเพียงฝั่งเดียว สมองของเราจะถูกกระตุ้นโดยอัตโนมัติให้พยายามคาดเดาเนื้อหาของคู่สายอีกฝั่งที่ขาดหายไป กระบวนการคิดซับซ้อนที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจนี้เองที่สร้างความเครียดและดึงสมาธิเราไปอย่างน่าหงุดหงิด

จิตวิทยาเบื้องหลังพฤติกรรม Bare Beating

อะไรทำให้บางคนตัดสินใจเปิดลำโพงในที่สาธารณะโดยไม่ตะขิดตะขวงใจ ?

เอิซเล็ม ไอดุก (Ozlem Ayduk) หัวหน้าภาควิชาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ชี้ว่า บรรทัดฐานทางสังคมและค่านิยมส่วนบุคคลมีผลอย่างมาก การแสดงออกทางสังคมขึ้นอยู่กับบริบทและสภาพแวดล้อมที่บุคคลนั้นเติบโตมา สิ่งที่บางคนมองว่าเสียมารยาท อาจเป็นเรื่องธรรมดามากในอีกวัฒนธรรมหนึ่ง

ยิ่งผู้คนซึมซับพฤติกรรมใดบ่อย ๆ พฤติกรรมนั้นก็ยิ่งกลายเป็นเรื่องปกติในความรู้สึก ยิ่งในพื้นที่ที่ไม่ได้มีกฎระเบียบหรือข้อห้ามทางสังคมที่เข้มงวด ผู้คนก็จะเริ่มกำหนดพฤติกรรมตัวเองจากการสังเกตคนรอบข้าง หากไม่มีใครตักเตือน พฤติกรรม Bare Beating ก็จะยิ่งขยายตัวได้ง่ายขึ้น

เรื่องราวของ “เสียงลำโพงมือถือ” ทำให้เราต้องกลับมาใส่ใจมารยาทเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการสวมหูฟังหรือลดระดับเสียงในพื้นที่ส่วนรวม เพื่อแสดงถึงความเกรงใจต่อผู้คนรอบข้าง และยังช่วยรักษาบรรยากาศที่น่าอยู่ 

มาร่วมและเซฟวันดี ๆ ให้ทุกคนในสังคมผ่านเนื้อหาดี ๆ จาก Thai PBS เหล่านี้

ที่มา: Kron4, BBC, Economist

ธนัชชา สุวิบาย

ผู้เขียน: ธนัชชา สุวิบาย

คอนเทนต์ครีเอเตอร์ สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปากร เอกวารสารศาสตร์และสื่อสิ่งพิมพ์ มีความสนใจและประสบการณ์ด้านการสร้างสรรค์คอนเทนต์ ขับเคลื่อนชีวิตด้วยกาแฟแก้วโปรดและการดูหนัง หลงใหลในการถ่ายทอดเรื่องราว และมีความสนใจในจิตวิทยาและพฤติกรรมมนุษย์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

  • Bare Beating
  • ลำโพงมือถือ
  • เสียง

บทความ NOW แนะนำ