Thai PBS สื่อสาธารณะที่ต้องสร้างพื้นที่ให้คนอื่น ไม่ใช่ผลิตรายการเองทั้งหมด เรื่องนี้มีสาระสำคัญ โดย พ.ร.บ. ส.ส.ท. ไม่ได้ออกแบบให้ Thai PBS เป็นเพียงสถานีโทรทัศน์ที่นำเงินสาธารณะมาจ้างพนักงานผลิตรายการแต่ประการเดียว
ทว่ากำหนดบทบาทให้เป็น กลไกสร้างระบบนิเวศสื่อสาธารณะ เปิดพื้นที่แก่ผู้ผลิตอิสระ ชุมชน ประชาชน ท้องถิ่น รวมถึงกลุ่มที่เข้าไม่ถึงสื่อกระแสหลัก
กฎหมายถึงขั้นนิยามคำว่า “ผู้ผลิตรายการอิสระ” ให้ครอบคลุมผู้ผลิตที่ไม่ได้เป็นพนักงานของสถานี รวมถึงผู้ผลิตรายย่อย และผู้ผลิตรายการระดับชุมชนด้วย
ขณะที่มาตรา 8 (3) กำหนดเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงให้ ส.ส.ท. “สนับสนุนและพัฒนาศักยภาพและการสร้างสรรค์การผลิตรายการของผู้ผลิตรายการอิสระ”
ผู้ผลิตรายการอิสระ เปิดพื้นที่นอกองค์กร
เรื่องนี้เป็นข้อกำหนดที่ชัดมากในกฎหมาย เพราะมาตรา 43 (7) กำหนดให้ผังรายการต้องมีรายการที่สนับสนุนผู้ผลิตรายการอิสระและต้องจัดสรรเวลาให้อย่างเพียงพอ และรายงานประจำปีขององค์การยังต้องเปิดเผยรายการที่สนับสนุน วิธีว่าจ้าง ชื่อผู้ผลิต และรายละเอียดการเผยแพร่ด้วย
ปี 2568 เห็นการดำเนินการเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่าน Content Commissioning 2568 และ Kids & Learning Program Commissioning 2025 โดยมีข้อเสนอสารประโยชน์และสาระบันเทิงผ่านการตรวจคุณสมบัติถึง 135 รายการ และด้านเด็กและการเรียนรู้อีก 66 รายการ ก่อนเข้าสู่กระบวนการคัดสรร โดยรอบแรกของสารประโยชน์และสาระบันเทิงคัดเหลือ 22 รายการ
ดังนั้น ภารกิจนี้ไม่ควรเรียกว่าเพียง “Outsource” เพราะความหมายตามกฎหมายกว้างกว่าการซื้อบริการจากภายนอก คือการใช้ทรัพยากรของสื่อสาธารณะเพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ผลิตนอกองค์กรได้ผลิตงานสาธารณะ และสร้างความหลากหลายของระบบนิเวศสื่อไทย
สื่อพลเมือง เปลี่ยนประชาชนจากผู้ชมเป็นผู้สื่อสาร
อีกบทบาทหนึ่งคือการสร้าง Citizen Journalism Thai PBS รายงานในช่วงต้นปี 2568 ว่าเครือข่ายนักข่าวพลเมืองมีสมาชิกมากกว่า 7,000 คน และมีผู้ผลิตอิสระภาคพลเมืองมากกว่า 600 คน
รายงานผลปี 2568 ยังระบุการเปิดพื้นที่ให้เนื้อหาภาคพลเมืองอย่างต่อเนื่อง เช่น การใช้คนในพื้นที่รายงานผลกระทบจากวิกฤตสารพิษข้ามพรมแดน การใช้ Policy Watch Connect เชื่อมเสียงประชาชนกับนโยบาย และการทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยและเครือข่ายในพื้นที่ช่วงวิกฤตชายแดน
ความหมายจึงไม่ใช่เพียง “Thai PBS ลงพื้นที่ไปทำข่าวชาวบ้าน” แต่คือ ประชาชน → สื่อสารเรื่องของตัวเอง → ผ่านพื้นที่สาธารณะ → เชื่อมเข้าสู่สังคมและนโยบาย
นี่เป็นหัวใจของ Participatory Public Media
สื่อท้องถิ่น สร้าง Local Public Media Ecosystem
จากการพัฒนานักข่าวพลเมืองได้ขยายไปสู่ Local PBS Network มากกว่า 30 เครือข่าย และในปี 2568 Thai PBS ประกาศทิศทางชัดเจนว่าจะพัฒนา Local PBS Ecosystem ต่อไป
เรื่องนี้มีความสำคัญ เพราะระบบสื่อไทยรวมศูนย์อยู่ที่กรุงเทพฯ มานาน บทบาทของ Public Media จึงไม่ควรเป็นเพียง “ส่วนกลางผลิตเรื่องท้องถิ่น” แต่ควรไปถึง “ทำให้คนท้องถิ่นมีศักยภาพและมีพื้นที่ในการเล่าเรื่องของท้องถิ่นด้วยตัวเอง”
นี่ทำให้ Thai PBS มีบทบาทเป็น Enabler มากกว่า Broadcaster อย่างเดียว
คนพิการ สิทธิในการเข้าถึงสื่อสาธารณะ
เรื่องคนพิการต้องแยกเป็นสองมิติ มิติแรกคือ การนำเสนอเสียงและปัญหาของคนพิการในเนื้อหา
แต่มิติที่สำคัญไม่แพ้กันคือ Accessibility สิทธิในการเข้าถึงเนื้อหา
Thai PBS มีบริการ เช่น ล่ามภาษามือ, Closed Caption (CC), Audio Description (AD) และพัฒนา Digital Accessibility เช่น Text-to-Speech และแนวทาง WCAG เพื่อให้ผู้พิการ ผู้สูงวัย และประชาชนกลุ่มต่าง ๆ สามารถเข้าถึงบริการสาธารณะได้
ดังนั้นไม่ควรมองเรื่องนี้ว่าเป็น “บริการพิเศษแก่คนพิการ” แต่ควรเรียกว่า Universal Access ทุกคนมีสิทธิเข้าถึงสื่อที่ใช้เงินสาธารณะอย่างเท่าเทียม
ผู้ด้อยโอกาสและคนชายขอบ คนที่ตลาดอาจไม่เห็นแต่สื่อสาธารณะต้องเห็น
รายงานปี 2568 อธิบายหลักการของ “สื่อของทุกคน” โดยระบุถึงกลุ่มที่สื่อพาณิชย์อาจมองข้าม เช่น ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ ผู้มีความหลากหลายทางเพศ และคนชายขอบ
นี่สัมพันธ์โดยตรงกับเจตนารมณ์ของกฎหมายที่เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน การยกระดับการเรียนรู้ คุณภาพชีวิต ความเป็นพลเมือง และประโยชน์สาธารณะ
เพราะฉะนั้น Public Media ต้องถามต่างจาก Commercial Media สื่อพาณิชย์อาจถามว่า “กลุ่มนี้มี Audience ใหญ่พอหรือไม่ ?” แต่สื่อสาธารณะต้องถามว่า “กลุ่มนี้มีสิทธิที่จะมีเสียงและเข้าถึงข้อมูลสาธารณะหรือไม่ ?”
และคำตอบตามหลัก Public Media คือ มี 5 ภารกิจที่ทำให้ Thai PBS เป็นสื่อสาธารณะ
ผู้ผลิตอิสระ
สร้างโอกาสให้คนทำสื่อนอกองค์กร
Content Commissioning
↓
สื่อพลเมือง
ประชาชนไม่ใช่เพียงผู้ชม แต่เป็นผู้สื่อสาร
7,000+ นักข่าวพลเมือง / 600+ ผู้ผลิตอิสระภาคพลเมือง
↓
สื่อท้องถิ่น
กระจายอำนาจการสื่อสารออกจากส่วนกลาง
30+ Local PBS Networks
↓
สื่อเพื่อคนพิการ
ทำให้บริการสาธารณะเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม
Sign Language + CC + AD + Digital Accessibility
↓
ผู้ด้อยโอกาส/คนชายขอบ
สร้างพื้นที่ให้เสียงที่ตลาดอาจไม่เลือกนำเสนอ
พื้นที่สาธารณะของทุกคน
ทั้งหมดรวมกันคือ PUBLIC MEDIA ECOSYSTEM ไม่ใช่เพียง “Thai PBS ผลิตอะไรให้ประชาชนดู” แต่คือ “Thai PBS ใช้ทรัพยากรสาธารณะสร้างโอกาสให้ประชาชน ผู้ผลิตอิสระ สื่อพลเมือง สื่อท้องถิ่น คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส สามารถเข้าถึง ผลิต และมีส่วนร่วมกับสื่อสาธารณะได้อย่างไร”
และประเด็นนี้สำคัญมากต่อการถกเถียงเรื่องงบประมาณ 2,000 ล้านบาท เพราะ ความคุ้มค่าของ Thai PBS ไม่ควรถูกวัดเฉพาะ Rating หรือจำนวนรายการที่พนักงาน Thai PBS ผลิตเอง
แต่ต้องรวมมูลค่าที่องค์กรสร้างให้แก่ระบบนิเวศสื่อทั้งระบบด้วย
อ่านเนื้อหาอื่น ๆ ที่น่าสนใจ








