รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2568 ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ Thai PBS ไม่ได้สะท้อนเพียงจำนวนรายการ ชั่วโมงออกอากาศ หรือยอดผู้ชม แต่แสดงให้เห็นการเปลี่ยนบทบาทของสื่อสาธารณะในวันที่ภูมิทัศน์สื่อเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
สาระสำคัญที่สุดของปี 2568 อาจสรุปได้ว่า Thai PBS กำลังขยับจากการเป็น “สถานีโทรทัศน์” ไปสู่ “Public Media Platform” ที่ทำงานทั้งด้านข่าว ความรู้ การเรียนรู้ ดิจิทัล การรับมือภัยพิบัติ พื้นที่สาธารณะ และการเชื่อมโยงเครือข่ายประชาชน
ความน่าเชื่อถือคือทุนสำคัญของสื่อสาธารณะ (Thai PBS)
ท่ามกลางภาวะข้อมูลข่าวสารล้นเกิน ข่าวปลอม และการแข่งขันบน Social Media ผลประเมินภายนอกที่รายงานในปี 2568 พบว่า 93% เห็นว่า Thai PBS ยังมีความจำเป็นต่อสังคมไทย และ Thai PBS ได้รับการประเมินเป็นอันดับ 1 ด้านความน่าเชื่อถือ โดย 47% เลือกให้เป็นสื่อที่น่าเชื่อถือ
ขณะเดียวกัน 87.65% มีความเชื่อมั่นต่อการนำเสนอข่าวสารที่ตีแผ่ความจริงและเจาะลึก และ 85.73% เห็นถึงความโดดเด่นในการนำเสนอประเด็นเชิงนโยบาย
จุดแข็งของเนื้อหาที่ประชาชนรับรู้ ได้แก่ ข่าวเจาะลึก 72% สารคดีเชิงลึก 34% และข่าวภัยพิบัติ 29%
ตัวเลขเหล่านี้มีความหมายมากกว่า Rating เพราะสะท้อน “Trust” ซึ่งถือเป็นทุนพื้นฐานของสื่อสาธารณะ (Thai PBS Annual Performance Report 2025)
Thai PBS จากรายงานข่าวสู่สื่อสาธารณะที่พึ่งได้เมื่อเกิดวิกฤต
ผลงานที่เห็น Public Value ชัดเจนที่สุดในปี 2568 คือบทบาทในสถานการณ์วิกฤต ทั้งแผ่นดินไหว สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา และมหาอุทกภัยภาคใต้
Thai PBS ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงส่งผู้สื่อข่าวลงพื้นที่หรือรายงานสถานการณ์ แต่ใช้ศักยภาพของสื่อเป็นกลไกเชื่อมโยง ข้อมูล–ประชาชน–อาสาสมัคร–หน่วยงานรัฐ–ความช่วยเหลือ
กรณีน้ำท่วมภาคใต้ มีผู้ติดต่อขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วนและ LINE มากกว่า 8,000 ราย
สอดคล้องกับผลสำรวจที่พบว่า 70% มอง Thai PBS เป็นที่พึ่งสำคัญด้านข้อมูลข่าวสารเมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤต
นี่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า “คุณค่าของสื่อสาธารณะ” ไม่จำเป็นต้องวัดด้วยจำนวนคนดูเพียงอย่างเดียว แต่อาจวัดจากจำนวนชีวิตที่สามารถเข้าถึงข้อมูลและความช่วยเหลือได้ด้วย
จากช่องโทรทัศน์สู่ Multiplatform Public Media
อีกความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ Thai PBS ไม่ได้มีพื้นที่สาธารณะอยู่เฉพาะ “ช่องหมายเลข 3”
ปี 2568 การรับชมผ่าน Digital Platforms รวมกว่า 2,571 ล้าน Views โดย TikTok ประมาณ 1,157 ล้าน, YouTube 956 ล้าน และ Facebook 408 ล้าน Views
YouTube Thai PBS มีผู้ติดตามกว่า 10.25 ล้านบัญชี Facebook 9.25 ล้าน และ TikTok 4.51 ล้าน
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้หมายถึงประชาชน 2,571 ล้านคน เพราะเป็นจำนวน Views แต่สะท้อนอย่างชัดเจนว่า พฤติกรรมการเข้าถึงสื่อสาธารณะได้เคลื่อนออกจากจอโทรทัศน์ไปสู่โลกดิจิทัลอย่างเต็มตัวแล้ว
Digital Transformation เริ่มกลายเป็นบริการสาธารณะจริง
การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลไม่ได้มีเพียงการนำคลิปรายการโทรทัศน์ไปเผยแพร่บน Social Media แต่เริ่มเกิดผลิตภัณฑ์สื่อสาธารณะรูปแบบใหม่
ทั้ง VIPA, Thai PBS Verify, The Visual, C-Site, Thai PBS Podcast, Thai PBS World, The Active และ Thai PBS Locals
โดยเฉพาะ VIPA ซึ่งมี Active Users ประมาณ 635,000 ราย ขณะที่ Thai PBS Verify มี Pageviews เพิ่มขึ้นกว่า 423% และ Active Users เพิ่มขึ้นประมาณ 391%
สิ่งเหล่านี้สะท้อนทิศทางใหม่ว่า Public Media ในอนาคตต้องไม่ผูกติดอยู่กับ Broadcasting แต่ต้องสามารถให้บริการประชาชนผ่าน Platform ที่หลากหลาย
ข่าวเจาะลึกและข่าวเชิงนโยบายงานที่ตลาดอาจไม่เลือกลงทุน
ความสำคัญของสื่อสาธารณะไม่ได้อยู่ที่การแข่งขันผลิตเนื้อหาประเภทเดียวกับสื่อเชิงพาณิชย์ แต่คือการลงทุนในเนื้อหาที่มีคุณค่าต่อสังคม แม้อาจไม่สร้าง Rating สูงสุด
ปี 2568 งานข่าวสืบสวน ข่าวเชิงนโยบาย The Active, Thai PBS Locals รวมถึงพื้นที่ข้อมูลอย่าง Policy Watch ยังคงเป็นส่วนสำคัญของภารกิจ
ผลประเมินที่พบว่า 87.65% เชื่อมั่นต่อการนำเสนอข่าวที่ตีแผ่ความจริงและเจาะลึก จึงมีความหมายในฐานะผลลัพธ์ของการลงทุนด้าน Journalism ที่มุ่งประโยชน์สาธารณะ
เด็กการเรียนรู้และประชาชนที่ตลาดสื่ออาจมองข้าม
อีกภารกิจที่แตกต่างจากการแข่งขันเชิงพาณิชย์คือเนื้อหาสำหรับเด็ก เยาวชน และการเรียนรู้
Thai PBS ได้รับการประเมินเป็น อันดับ 1 ด้านเนื้อหาเด็กและการเรียนรู้ พร้อมกับการปรับการให้บริการ ALTV เชื่อมเข้าสู่ Thai PBS, VIPA และ Thai PBS Kids ตลอดจนต่อยอดเนื้อหาไปสู่การเรียนรู้ในรูปแบบอื่น
ภารกิจประเภทนี้สะท้อนหลักการสำคัญของ Public Service Media คือ ไม่ได้ให้บริการเฉพาะกลุ่มที่ตลาดต้องการ แต่ต้องให้พื้นที่แก่กลุ่มที่สังคมจำเป็นต้องดูแลด้วย
Thai PBS ความบันเทิงที่มี “Public Purpose”
ละครและความบันเทิงของ Thai PBS ในปี 2568 ถูกเชื่อมเข้ากับ Social Agenda มากขึ้น ตั้งแต่คอร์รัปชัน สุขภาวะทางจิต การเข้าถึงความยุติธรรม การศึกษา คนรุ่นใหม่ ไปจนถึงทุนทางวัฒนธรรม
แนวคิดสำคัญจึงไม่ใช่การปฏิเสธ Entertainment แต่เป็นการสร้าง Entertainment with Public Purpose หรือใช้ความบันเทิงเป็นเครื่องมือพาผู้ชมเข้าสู่ประเด็นทางสังคมที่ซับซ้อน
ไม่ใช่เพียงผลิตสื่อแต่สร้างพื้นที่ให้ประชาชนผลิตเสียงของตัวเอง
รายงานปี 2568 ยังสะท้อนอีกบทบาทหนึ่งที่มักไม่ปรากฏใน Rating คือการทำงานกับเครือข่ายประชาชน
มีเครือข่ายด้านการมีส่วนร่วมและขับเคลื่อนประเด็นสังคมประมาณ 80 เครือข่าย และเครือข่ายด้านวัฒนธรรมและทุนวัฒนธรรมท้องถิ่นอีก 79 เครือข่าย
นี่ทำให้บทบาทของ Thai PBS ขยับจาก Content Producer ไปสู่ Public Media Enabler
คือไม่ได้ผลิตเนื้อหาให้ประชาชนรับชมเพียงฝ่ายเดียว แต่สร้างพื้นที่และเครื่องมือให้ประชาชน ชุมชน และเครือข่ายสามารถสื่อสารเรื่องของตัวเองเข้าสู่พื้นที่สาธารณะได้
เงินสาธารณะต้องตรวจสอบได้
ปี 2568 Thai PBS มีรายได้รวมประมาณ 2,695 ล้านบาท โดยมีเงินบำรุงองค์การประมาณ 2,050 ล้านบาท และมีรายได้สูงกว่าค่าใช้จ่ายสุทธิประมาณ 69 ล้านบาท
ขณะเดียวกันต้นทุนผลิตและจัดหารายการอยู่ที่ประมาณ 858 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนประมาณ 10.76%
ตัวเลขเหล่านี้มีความสำคัญ เพราะ Thai PBS ดำเนินงานด้วยทรัพยากรสาธารณะ ความโปร่งใสและความคุ้มค่าจึงไม่ใช่เรื่องเสริม แต่เป็นส่วนหนึ่งของความชอบธรรมในการดำรงอยู่ของสื่อสาธารณะ
การเปิดเผยงบการเงิน รายงานผล KPI และข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างจึงต้องดำเนินต่อไป และในอนาคตควรพัฒนาให้ประชาชนสามารถเชื่อมโยงได้ง่ายขึ้นว่า
เงินถูกใช้ไปไหน → ได้ผลงานอะไร → ประชาชนได้รับประโยชน์อะไร
แต่รายงานปี 2568 ก็สะท้อนโจทย์ที่ยังต้องทำต่อ
ความสำเร็จด้าน Digital Reach ไม่ได้หมายความว่า Thai PBS ไม่มีความท้าทาย
ข้อมูลเกี่ยวกับ Gen Z เป็นสัญญาณสำคัญ โดย 40% รับชมเป็นประจำ ขณะที่ 38% เคยดูแต่เลิกดู และ 20% ไม่เคยดู
โจทย์ใหญ่จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวน Views แต่คือ ทำอย่างไรให้สื่อสาธารณะยัง Relevant ต่อคนรุ่นใหม่ รวมถึงการเปลี่ยนจากการวัด Output และ Reach ไปสู่การวัด Outcome และ Public Impact
Thai PBS สื่อสาธารณะ…จากผลงานปี 2568 สู่คำถามว่าประชาชนได้อะไร?
หากต้องย่อรายงานทั้งฉบับให้เหลือสาระสำคัญที่สุด อาจไม่ใช่จำนวนรายการ จำนวนชั่วโมงออกอากาศ หรือจำนวนรางวัล แต่คือคุณค่าหลัก 5 เรื่อง
- ความน่าเชื่อถือ — Trusted Media
- ที่พึ่งในภาวะวิกฤต — Crisis Media
- ข่าวเจาะลึกและตรวจสอบอำนาจ — Investigative & Policy Media
- การเข้าถึงประชาชนบนทุกแพลตฟอร์ม — Digital Public Media
- และ พื้นที่ของประชาชน — Public Space
นี่คือเหตุผลที่การประเมิน Thai PBS ไม่ควรจบลงที่คำถามว่า “มีคนดูเท่าไร?” แต่ควรถามต่อไปว่า
เงินสาธารณะที่ประชาชนมอบให้ ถูกเปลี่ยนกลับมาเป็นคุณค่าสาธารณะอะไรบ้าง ?
รายงานผลการปฏิบัติงานปี 2568 มีหลักฐานจำนวนไม่น้อยว่าคุณค่าเหล่านั้นเกิดขึ้นแล้ว ทั้งความน่าเชื่อถือ การเป็นที่พึ่งยามวิกฤต ข่าวเพื่อการตรวจสอบ การเรียนรู้ พื้นที่ของประชาชน และการขยายบริการสาธารณะเข้าสู่โลกดิจิทัล
ก้าวต่อไปจึงไม่ใช่เพียงการทำให้ Thai PBS มีผลงานมากขึ้น แต่คือการทำให้ “Public Value” เหล่านี้วัดได้ ตรวจสอบได้ และทำให้ประชาชนเห็นอย่างชัดเจนว่า ทุกบาทของเงินสาธารณะสร้างอะไรกลับคืนสู่สังคมไทย…
อ่านเนื้อหาอื่น ๆ ที่น่าสนใจ








