พริกหวานสามสี: เส้นทางสู่ความสำเร็จของเกษตรกรรุ่นใหม่บนดอยสูง
พริกหวานเป็นพืชที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่เกษตรกรไทย โดยเฉพาะในพื้นที่บนดอยสูง เพราะสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับครอบครัวเกษตรกร วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับเรื่องราวความสำเร็จของพี่โก๊ะ เกษตรกรรุ่นใหม่ที่เลือกเดินตามความฝันด้วยการปลูกพริกหวานสามสีบนดอยสูงในเชียงใหม่
ทำไมพริกหวานถึงเหมาะกับการปลูกบนดอยสูง
พริกหวานเป็นพืชมันหนาวที่ชอบอากาศเย็น อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 18-22 องศาเซลเซียส ด้วยเหตุนี้การปลูกบนดอยสูงที่ระดับความสูง 1,300 เมตรจากระดับน้ำทะเลจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสม เพราะได้อากาศธรรมชาติที่เย็นสบายตลอดปีโดยไม่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศ
ข้อดีของการปลูกบนดอยสูง:
- อากาศเย็นเหมาะสมตามธรรมชาติ
- ไม่เกิน 22-23 องศาเซลเซียสในช่วงกลางวัน
- ได้ "แอร์ธรรมชาติ" ตลอดปี
- สภาพแวดล้อมเอื้อต่อการเจริญเติบโต
รู้จักพริกหวานสามสี และความแตกต่างของแต่ละสี
โดยทั่วไปนิยมปลูกกันมี 3 สีหลัก ได้แก่ สีแดง สีเหลือง และสีเขียว แต่ละสีมีลักษณะและรสชาติที่แตกต่างกันเล็กน้อย
พริกหวานสีแดง (สายพันธุ์ สไปเดอร์)
- รสชาติหวานอร่อย
- เนื้อกรอบฉ่ำน้ำ
- ไม่มีความเผ็ดเลย
- ใช้เวลาเก็บเกี่ยวประมาณ 80 วัน
พริกหวานสีเหลือง (สายพันธุ์ ซันนี่)
- รสชาติหวานมากกว่าสีแดง
- เนื้อกรอบฉ่ำ
- สามารถเก็บที่ 70% ของความสุก
- จะสุกพอดีเมื่อไปถึงมือผู้บริโภค
พริกหวานสีเขียว (สายพันธุ์ อมิราล)
- รู้สึกถึงความเป็นพริกมากที่สุด
- กิ่งของพริกจะแรงกว่าสีอื่น
- ระยะการเก็บเกี่ยวสั้นที่สุด (ประมาณ 60 วัน)
- เก็บได้เมื่อลูกใหญ่ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ขึ้นสี
ข้อสำคัญ: พริกหวานแต่ละสีเป็นสายพันธุ์เฉพาะของตัวเอง ไม่สามารถเปลี่ยนสีได้ แม้จะแก่มากแค่ไหนก็ยังคงสีเดิม
กระบวนการผลิตพริกหวานจากเมล็ดสู่การเก็บเกี่ยว
การเพาะเมล็ดพันธุ์
การเริ่มต้นปลูกพริกหวานเริ่มจากการเพาะเมล็ดในถาดโดย:
- หยอดเมล็ดทีละเมล็ดในแต่ละหลุม
- อัตราการงอกเกือบ 90%
- ใช้เวลาประมาณ 10 วัน
- เลี้ยงในถาดอีก 1 เดือนก่อนย้ายลงถุงเล็ก
การย้ายกล้า
หลังจากเพาะกล้า 30 วัน จึงย้ายลงถุงเล็กที่มีขุยมะพร้าวอ่อน โดยใส่ 2 ต้นต่อถุง จากนั้นเตรียมถุงใหญ่ขนาด 7x13 ที่มีกาบมะพร้าวสับ และใช้ไม้เจาะหลุมลึกประมาณ 2-3 นิ้วจากก้นถุง
ระบบการให้น้ำ
พริกหวานใช้ระบบน้ำหยดที่ประหยัดน้ำ:
- ให้น้ำวันละ 3 ครั้ง (เช้า กลางวัน เย็น)
- แต่ละครั้งประมาณ 1 นาทีต่อแถว
- ใช้น้ำปุ๋ยตลอดเพราะกาบมะพร้าวไม่มีสารอาหาร
เทคนิคการดูแลและป้องกันโรคพริกหวาน
การตัดแต่งต้น
พริกหวานมีธรรมชาติแตกจาก 2 ยอดเป็น 4 ยอด แต่สำหรับพริกหวานจะเหลือไว้แค่ 2 ยอด เพราะ:
- ลูกพริกหวานใหญ่ ต้นจึงต้องไม่เลี้ยงยอดมากเกินไป
- ต้องผูกเชือกพยุงต้นเพราะลูกหนัก
- ต้นสูงได้ถึง 3 เมตรเมื่ออายุครบ 1 ปี
การใช้สารชีวภัณฑ์
สำหรับการป้องกันโรคใช้สารชีวภัณฑ์ BK-33:
- ใช้กำจัดโรคใบจุด ใบเน่า และผลเน่า
- ผสมอัตราส่วน 500 กรัมต่อน้ำ 200 ลิตร
- ใช้ได้ประมาณ 1 ไร่
การเก็บเกี่ยวและการคัดแยกพริกหวาน
เทคนิคการเก็บ
- ใช้มีดที่พันผ้าเพื่อป้องกันมือบาด
- กรีดก้านเพียงเล็กน้อย แล้วบิดออก
- ต้องเหลือก้านไว้ หากไม่มีราคาจะตก
- เก็บตามเปอร์เซ็นต์ความสุก (30-100%)
ระบบการคัดแยก
พริกหวานมี 5 เกรด:
- เกรด A - ลูกใหญ่ทรงสวย (50 บาท/กิโลกรัม)
- เกรด B - ขนาดรองลงมา (40 บาท/กิโลกรัม)
- เกรด C - ลูกเล็กลง (30 บาท/กิโลกรัม)
- ตกเกรด - มีตำหนิแต่ยังใช้ได้ (20 บาท/กิโลกรัม)
- เบอร์ 8 - มีจุดด่าง มีรู (10 บาท/กิโลกรัม)
สำคัญ: ห้ามล้างพริกหวานด้วยน้ำ เพราะจะทำให้เน่าได้ ให้เช็ดทำความสะอาดด้วยผ้าแห้งเท่านั้น
ผลผลิตและรายได้จากการปลูกพริกหวาน
สถิติการให้ผลผลิต
- พริกหวาน 1 ต้นให้ผลผลิตเฉลี่ย 5 กิโลกรัมต่อปี
- แต่ละต้นให้ลูกประมาณ 15 ลูก
- อายุการใช้งาน 1 ปี
- เก็บเกี่ยวได้ 6 เดือน (อาทิตย์ละ 1 ครั้ง)
การลงทุนและพื้นที่
- พริกหวาน 200,000 ต้น (100,000 ถุง)
- ใช้พื้นที่ประมาณ 5 ไร่
- สามารถเก็บได้ครั้งละประมาณ 1 ตัน
- ปลูกปีละ 2 รุ่น (รุ่นมกรา และรุ่นพฤษภา)
ข้อมูลรายได้
จากประสบการณ์ของพี่โก๊ะ การปลูกพริกหวานให้รายได้ดีกว่าการปลูกกะหล่ำปลีถึง 10 เท่า พื้นที่ขนาดเดียวกันที่เคยขายกะหล่ำปลีได้ไม่ถึง 40,000-50,000 บาท พริกหวานสามารถทำรายได้เป็นล้านบาท
เส้นทางความสำเร็จจากเงินลงทุน 5,000 บาท
การเริ่มต้น
พี่โก๊ะเริ่มต้นด้วยเงิน 5,000 บาทจากพ่อ:
- ปีแรก: ปลูกกะหล่ำปลี ขายได้ 15,000-16,000 บาท
- ปีที่สอง: เอาเงินทั้งหมดลงทุนมันฝรั่ง ขายได้ 40,000 บาท
- หันมาปลูกพริกหวานจากการแนะนำของลุงป้าที่แม่ริม
การพัฒนาสู่ความสำเร็จ
- ปีแรกที่ปลูกพริกหวาน: ขาดทุนเพราะประสบการณ์น้อย
- ได้ประสบการณ์และความรู้จากการลองผิดลองถูก
- ขยายกิจการและชวนน้องชายมาร่วมทำ
- ปัจจุบันมีรายได้เพียงพอซื้อบ้านและรถยนต์
คำแนะนำสำหรับผู้สนใจปลูกพริกหวาน
ข้อควรพิจารณา
พี่โก๊ะไม่แนะนำให้ทุกคนเลิกเรียนมาทำเกษตร แต่เป็นทางเลือกสำหรับคนที่:
- มีพื้นฐานครอบครัวทำเกษตรอยู่แล้ว
- มีความชอบและความสนใจในการเกษตร
- ต้องการอยู่ใกล้ครอบครัว
- ไม่ต้องการออกไปทำงานในเมือง
จุดแข็งของการปลูก
- เป็นพืชที่สร้างรายได้ดี
- ตลาดมีความต้องการสูง
- เทคนิคการปลูกไม่ซับซ้อน
- เหมาะกับสภาพอากาศบนดอยสูง
- สามารถปลูกได้ตลอดปี
พริกหวานจึงเป็นพืชที่น่าสนใจสำหรับเกษตรกรที่ต้องการสร้างรายได้ที่มั่นคง โดยเฉพาะในพื้นที่บนดอยสูงที่มีสภาพอากาศเหมาะสม ความสำเร็จของพี่โก๊ะเป็นแรงบันดาลใจให้เห็นว่า ด้วยความขยันหมั่นเพียร การเรียนรู้ และการลงมือทำจริง การทำเกษตรสามารถเป็นอาชีพที่สร้างความมั่งคั่งและความภาคภูมิใจได้อย่างยั่งยืน
ติดตามชมรายการมหาอำนาจบ้านนา วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม 2568 เวลา 16.05 - 16.30 น. ทางไทยพีบีเอส