วันใหม่วาไรตี้
วันใหม่วาไรตี้

"ฟอกไต - ล้างไต" ทำอย่างไร? ไม่สะเทือนไต

หน้ารายการ
14 ต.ค. 68

โรคไตเป็นโรคที่เรียกได้ว่า "นักฆ่าเงียบ" เพราะมักไม่แสดงอาการในระยะแรก จนกระทั่งความเสียหายร้ายแรงถึงจะมีอาการที่ชัดเจน การเข้าใจเกี่ยวกับโรคไต วิธีการดูแล และการรักษาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรรู้

โรคไตมีกี่ระยะ และการฟอกไตเริ่มเมื่อไหร่

โรคไตเรื้อรังแบ่งออกเป็น 5 ระยะ โดยทางการแพทย์จะถือว่าเป็นโรคไตเรื้อรังตั้งแต่ระยะที่ 3 - 5 การแบ่งระยะจะดูจากหน้าที่การทำงานของไตที่เหลืออยู่

  • ระยะที่ 3: หน้าที่ไตเหลือ 60% ลงไป
  • ระยะที่ 4: หน้าที่ไตเหลือ 30% ลงไป
  • ระยะที่ 5: หน้าที่ไตเหลือ 15% ลงไป

ในระยะที่ 3 - 4 ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะยังไม่แสดงอาการที่ชัดเจน แต่ต้องเฝ้าระวังและดูแลตนเอง โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยง เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, โรคหัวใจ หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคไต

วิธีการฟอกไตและการบำบัดทดแทนไต

เมื่อเข้าสู่ระยะที่ 5 ผู้ป่วยจะต้องเตรียมพร้อมสำหรับการบำบัดทดแทนไต เพราะหน้าที่ไตที่เหลืออยู่ต่ำเกินไป ต้องใช้สิ่งอื่นมาทำงานแทน มีวิธีการรักษาหลักอยู่ 3 วิธี คือ

  1. การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
  2. การล้างไตทางช่องท้อง
  3. การปลูกถ่ายไต

การปลูกถ่ายไตถือเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะเป็นวิธีเดียวที่สามารถทำงานแทนไตได้ 100% และมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด ทั้งยังอยู่ในสิทธิการรักษาทั้ง 3 สิทธิ ได้แก่ บัตรทอง, ประกันสังคม และสวัสดิการข้าราชการ แต่ยังมีข้อจำกัดเรื่องการบริจาคอวัยวะที่ไม่เพียงพอกับความต้องการ

ความแตกต่างระหว่างการฟอกไตและฟอกเลือด

คำว่า "ฟอกไต" "ฟอกเลือด" และ "ล้างไต" ที่ชาวบ้านใช้กัน ทางการแพทย์จะเรียกว่า "การบำบัดทดแทนไต" หลักการพื้นฐานคือการทำความสะอาดเลือด แต่ใช้วิธีการต่างกัน

การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม

เป็นการทำความสะอาดเลือดด้วยตัวกรองที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้นมา โดยเอาเลือดมาไหลผ่านตัวกรอง ต้องไปทำที่โรงพยาบาลสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 4 ชั่วโมง (รวม 12 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) เครื่องฟอกเลือดจะผลิตน้ำยาล้างไตสดจากน้ำประปาที่ผ่านระบบ RO

การล้างไตทางช่องท้อง

เป็นการทำความสะอาดเลือดโดยใช้เยื่อบุช่องท้องของตัวเอง เอาน้ำยาล้างไตไปแช่ในช่องท้อง ของเสียจะแพร่ผ่านเยื่อบุช่องท้องเข้ามาอยู่ในน้ำยาล้าง มีน้ำแช่ในช่องท้องตลอด 7 วัน ทั้ง 2 วิธีสามารถเอาของเสียขนาดเล็กออกได้เป็นหลัก ประมาณ 20 - 30% ของไตปกติเท่านั้น

เครื่องฟอกไตที่บ้าน ใช้ง่าย ประหยัดเวลา

การล้างไตทางช่องท้องมี 2 รูปแบบ คือ เปลี่ยนน้ำยาด้วยมือ และเปลี่ยนน้ำยาด้วยเครื่องอัตโนมัติ

การเปลี่ยนน้ำยาด้วยมือ

  • ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีต่อครั้งในการเปลี่ยนน้ำยา
  • แช่น้ำยาในช่องท้อง แล้วไปทำกิจกรรมปกติได้
  • ต้องมาเปลี่ยนน้ำยาระหว่างวัน

เครื่องล้างไตทางช่องท้องอัตโนมัติ

  • ใช้เครื่องช่วยเปลี่ยนน้ำยาแทนการใช้มือ
  • ต้องอยู่ติดกับเครื่อง เหมาะทำตอนนอน
  • กลางวันไม่ต้องทำอะไร สามารถใช้ชีวิตปกติได้
  • ใช้งานง่าย เหมือนเล่นมือถือ
  • ผู้สูงอายุหรือคนอยู่คนเดียวก็สามารถจัดการเองได้

สิทธิการรักษาและเครื่องฟอกไตที่ได้รับ

  • บัตรทอง (สิทธิ UC): ขอได้เลย ไม่มีข้อจำกัด
  • ประกันสังคม: อาจมีเกณฑ์ เช่น ต้องทำงานในช่วงกลางวัน หรือนักเรียนที่ไม่สามารถเปลี่ยนน้ำยาตอนกลางวันได้
  • สวัสดิการข้าราชการ: แล้วแต่ผู้ป่วยเลือก

ทั้ง 3 สิทธิครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการรักษา รวมถึงเครื่องล้างไตทางช่องท้องอัตโนมัติ และน้ำยาล้างไตจะส่งถึงบ้านทุกสิทธิ

ข้อดีของการฟอกไตที่บ้าน

เมื่อเปรียบเทียบกับการไปฟอกเลือดที่โรงพยาบาล การล้างไตทางช่องท้องที่บ้านมีข้อดีหลายประการ:

1. ประหยัดค่าใช้จ่าย

  • ลดค่าเดินทางไปโรงพยาบาล (จากสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เหลือ 1 - 3 เดือนครั้ง)
  • ไม่ต้องเสียรายได้จากการขาดงานพาผู้ป่วยไปโรงพยาบาล
  • ครอบครัวไม่ต้องเสียเวลาดูแล

2. คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

  • ยังสามารถทำงานได้ปกติ
  • มีเวลาให้ครอบครัวมากขึ้น
  • ไม่ต้องรอคิวที่โรงพยาบาล
  • สามารถจัดการเวลาได้เอง

3. ประสิทธิภาพการรักษาเทียบเท่ากัน

คุณภาพการทำความสะอาดเลือดระหว่างฟอกเลือดที่โรงพยาบาลกับล้างไตทางช่องท้องที่บ้านเทียบเท่ากัน ผู้ป่วยยังคงต้องคุมอาหารและดูแลสุขภาพอย่างเดียวกัน

การดูแลความสะอาดเมื่อฟอกไตที่บ้าน

หลายคนเข้าใจผิดว่าการล้างไตที่บ้านต้องมีห้องพิเศษหรือห้องสเตอร์ไรล์ ความจริงคือ:

  • ไม่จำเป็นต้องมีห้องเฉพาะหรือห้องสเตอร์ไรล์
  • ต้องรักษาความสะอาด ณ จุดที่สำคัญเท่านั้น
  • สามารถควบคุมและป้องกันการติดเชื้อได้
  • มีช่องทางติดต่อคุณหมอและพยาบาลผ่านไลน์หรือช่องทางอื่นได้ตลอด

การป้องกันและตรวจคัดกรองโรคไตก่อนต้องฟอกไต

กลุ่มเสี่ยงที่ควรระวัง

  • ผู้ป่วยเบาหวาน
  • ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง
  • ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง
  • ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคไต

วิธีการดูแลและป้องกัน

  • ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต - ไม่อ้วนลงพุง ไม่สูบบุหรี่
  • คุมโซเดียมประมาณ 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • วัดความดันโลหิตเป็นประจำ
  • ตรวจปัสสาวะและตรวจเลือดดูหน้าที่ไตเป็นระยะ

อาการเตือนที่ควรพบแพทย์

  • ปัสสาวะเป็นเลือดหรือสีน้ำล้างเนื้อ
  • ปัสสาวะเป็นฟอง
  • ต้องตื่นขึ้นมาปัสสาวะตอนกลางคืน
  • ปัสสาวะลำบาก
  • มีอาการบวม

การรักษาแบบประคับประคองสำหรับผู้ที่ไม่เหมาะฟอกไต

สำหรับผู้ป่วยบางรายที่อาจไม่เหมาะกับการล้างไตหรือฟอกเลือด เช่น ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวหลายอย่าง อาจเลือกการรักษาแบบประคับประคอง ซึ่งมุ่งเน้น:

  • การลดอาการ
  • การคุมอาหาร
  • การดูแลคุณภาพชีวิตในช่วงระยะสุดท้าย
  • ไม่ใช้เครื่องไม้เครื่องมือเพิ่มเติม

สรุปการฟอกไต วิธีการดูแลและรักษาไตอย่างครอบคลุม

การฟอกไตและการล้างไตเป็นวิธีการรักษาที่ช่วยยืดอายุและรักษาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้าย ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ทำให้ผู้ป่วยสามารถดูแลตัวเองที่บ้านได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนจากสิทธิการรักษาครอบคลุม

สิ่งสำคัญคือการป้องกันโรคไตตั้งแต่เนิ่น ๆ ด้วยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ตรวจสุขภาพเป็นประจำ และดูแลโรคประจำตัวอย่างเหมาะสม หากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ

หมายเหตุ: ข้อมูลในบทความนี้เป็นเพียงความรู้ทั่วไป ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับสภาวะของตนเอง

รู้ทันกันได้

1 - 30
31 - 60
61 - 90
91 - 120
121 - 150
151 - 180
181 - 210
211 - 240
241 - 270
271 - 300
301 - 330
331 - 360
361 - 390
391 - 420
421 - 450
451 - 480
481 - 510
511 - 540
541 - 570
571 - 600
601 - 630
631 - 660
661 - 690
691 - 720
721 - 750
751 - 780
781 - ล่าสุด

รู้ทันกันได้

1 - 30
31 - 60
61 - 90
91 - 120
121 - 150
151 - 180
181 - 210
211 - 240
241 - 270
271 - 300
301 - 330
331 - 360
361 - 390
391 - 420
421 - 450
451 - 480
481 - 510
511 - 540
541 - 570
571 - 600
601 - 630
631 - 660
661 - 690
691 - 720
721 - 750
751 - 780
781 - ล่าสุด

ละครดี ซีรีส์เด่น

ดูทั้งหมด

♫ ♫ Songs Popular ♫ ♫

ดูทั้งหมด

คลิปมาใหม่

คนดูเยอะ 👀

ดูทั้งหมด

เสน่ห์ประเทศไทย