เปิดกลโกง “ตั๋วเครื่องบินทิพย์” ยอมพาบินจริงช่วงแรก-สร้างเครดิตให้เชื่อ ก่อนเชิดเงินหนีกว่า 10 ล้าน

เตือนภัย มิจฉาชีพในคราบเอเจนซี หลอกขาย “ตั๋วเครื่องบินทิพย์” ใช้โปรโมชันราคาถูกสร้างความน่าเชื่อถือ ช่วงแรกบินได้จริง ก่อนเริ่มเบี้ยวตั๋ว-หลอกให้โอนเงินเพิ่ม จนมีผู้เสียหายสูญเงินรวมกว่า 10 ล้านบาท Thai PBS Verify ตามติดกลโกงตั๋วเครื่องบินปลอม พร้อมแนะวิธีเช็กก่อนจอง และก่อนทำธุรกรรมการเงิน เพื่อป้องกันทริปต่างประเทศในฝัน กลายเป็นทริปสูญเงิน
ตั๋วเครื่องบินทิพย์ “หลอกบินญี่ปุ่น-เกาหลี-ยุโรป”
Thai PBS Verify พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มมิจฉาชีพในคราบเอเจนซีท่องเที่ยว ที่ล่าสุดหลอกขายตั๋วเครื่องบินเส้นทางญี่ปุ่น เกาหลี และยุโรป โดยอ้างว่าเป็นโปรโมชันราคาพิเศษจากสายการบิน โดยในช่วงแรกมีการออกตั๋วจริงและเดินทางได้จริง จนเกิดความน่าเชื่อถือและมีการบอกต่อ
ก่อนที่ในภายหลังเริ่มมีผู้หลงเชื่อจำนวนมาก จึงเริ่มเกิดความผิดปกติ หลังบางรายไม่ได้รับตั๋วตามกำหนด พร้อมถูกอ้างให้โอนเงินเพิ่ม เช่น ค่าน้ำมัน หรือภาษีสนามบิน ซึ่งแม้ว่าเหยื่อจะมีการโอนเพิ่มแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ตั๋ว และไม่สามารถเดินทางได้จริง
จนทำให้ขณะนี้มีผู้เสียหายร้องเรียนแล้วอย่างน้อย 8 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 10 ล้านบาท
มิจฉาชีพหลอกอย่างไร ? ทำไมเหยื่อถึงหลงเชื่อ
กลโกงนี้มาในรูปแบบ “สร้างความน่าเชื่อถือ” ทำให้เหยื่อตายใจ ก่อนหลอกโอนเงินและเชิดหนี โดยมี 4 พฤติกรรมที่มิจฉาชีพมักใช้ ดังนี้
- สร้างความน่าเชื่อถือ: ช่วงแรกมีการออกตั๋วจริง เดินทางได้จริง จนเกิดการรีวิวและบอกต่อ
- อ้างค่าใช้จ่ายเพิ่ม: ภายหลังเริ่มเรียกเก็บเงินเพิ่ม โดยอ้างค่าน้ำมัน ภาษีสนามบิน หรือค่าดำเนินการต่าง ๆ
- เบี้ยวตั๋ว-ผัดผ่อนคืนเงิน: แม้โอนเพิ่มก็ยังไม่ได้ตั๋ว เมื่อทวงถามหรือขอคืนเงิน กลับถูกเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด
หลังผัดผ่อนคืนเงินและเลื่อนส่งตั๋วซ้ำหลายครั้ง ผู้เสียหายจึงเริ่มมั่นใจว่าถูกหลอก จึงรวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความและดำเนินคดีตามกฎหมาย
ภาพผู้เสียหายรวมตัวเข้าแจ้งความ ดำเนินคดีกับเอเจนซี หลอกขาย “ตั๋วเครื่องบินทิพย์”
3 วิธีเช็กก่อนโอน ป้องกันไม่ให้โดน “ตั๋วเครื่องบินทิพย์”
ก่อนจองตั๋วหรือโอนเงิน ควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบ เพราะมิจฉาชีพมักใช้โปรโมชันราคาถูกหลอกสร้างความน่าเชื่อถือ โดยสามารถเช็กเบื้องต้น ดังนี้
1. เช็กตัวตนผู้ขาย
- ควรซื้อผ่านเว็บไซต์สายการบินหรือแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือ
- หากจองผ่านเอเจนซี ควรตรวจสอบว่าเป็นตัวแทนจำหน่ายจริงหรือไม่
- เช็กใบอนุญาตบริษัทนำเที่ยว และสอบถามกับสายการบินโดยตรงก่อนโอนเงิน
2. เช็กราคา อย่าหลงเชื่อของถูกผิดปกติ
- ควรเปรียบเทียบราคากับเว็บไซต์สายการบินก่อนทุกครั้ง
- หากราคาถูกกว่าปกติมาก หรือมีโปรโมชันเร่งให้รีบโอนเงินทันที ควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนว่าอาจเป็นกลลวงของมิจฉาชีพ
3. เช็กบัญชีรับโอนและเงื่อนไขการจ่ายเงิน
- หลีกเลี่ยงการโอนเข้าบัญชีบุคคลธรรมดา ควรชำระผ่านระบบที่ตรวจสอบได้
- หากถูกขอให้โอนเงินเพิ่มภายหลัง ควรระวังว่าอาจเป็นกลโกง พร้อมเก็บหลักฐานทุกอย่างไว้ ทั้งแชต สลิป และข้อมูลการจอง
หากโอนไปแล้ว รู้ตัวว่าถูกหลอก ต้องทำอย่างไร ?
หากเริ่มสงสัยว่าถูกหลอก อย่านิ่งเฉยหรือรอให้มิจฉาชีพติดต่อกลับ เพราะยิ่งดำเนินการเร็ว ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการอายัดบัญชีและติดตามเส้นทางการเงินได้ทัน โดยควรรีบดำเนินการ ดังนี้
- ติดต่อธนาคารเพื่ออายัดบัญชีปลายทางให้เร็วที่สุด
- แจ้งความออนไลน์ หรือเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน
- รวบรวมหลักฐานทั้งหมด เช่น สลิปโอนเงิน บทสนทนา หน้าเพจ และข้อมูลบัญชีผู้รับเงิน
- ตรวจสอบข้อมูลบริษัทนำเที่ยวหรือเอเจนซีกับ กรมการท่องเที่ยว ว่ามีใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่
- แจ้งร้องเรียนไปยัง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ผ่านสายด่วน 1166, เว็บไซต์ OCPB หรือแอปพลิเคชัน OCPB Connect
วิธีตรวจสอบใบอนุญาตบริษัททัวร์-เอเจนซี ผ่านกรมการท่องเที่ยว
ก่อนจองตั๋วหรือโอนเงิน ควรตรวจสอบว่า บริษัททัวร์หรือเอเจนซีมีใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่ เพื่อลดความเสี่ยงจากมิจฉาชีพออนไลน์ โดยสามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้ ดังนี้
1.เข้าเว็บไซต์ กรมการท่องเที่ยว และคลิกเมนู “ตรวจสอบใบอนุญาตก่อนเลือกซื้อทัวร์”

2.นำเลขที่ใบอนุญาตของบริษัททัวร์หรือเอเจนซี มาเช็กสถานะว่าเป็นบริษัทที่มีอยู่จริง และยังมีใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่

ปัจจุบันมิจฉาชีพมักใช้ “ความน่าเชื่อถือ” และ “โปรโมชันราคาถูก” เป็นเครื่องมือหลอกลวงผู้บริโภคในโลกออนไลน์ ทำให้หลายคนตกเป็นเหยื่อโดยไม่ทันระวัง
ดังนั้น ก่อนจองตั๋วหรือโอนเงินทุกครั้ง ควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบ อย่าตัดสินใจเพราะราคาถูกหรือรีวิวเพียงอย่างเดียว เพราะเพียงไม่กี่นาทีในการเช็กข้อมูล อาจช่วยป้องกันไม่ให้ทริปในฝัน กลายเป็นความสูญเสียทั้งเงินและความรู้สึกได้







