Loading...

แชร์

Copied!

วันเลือกตั้ง กับบททดสอบความพร้อม ของระบบประชาธิปไตยไทย

9 ก.พ. 69 | 17:23 น.
วันเลือกตั้ง กับบททดสอบความพร้อม ของระบบประชาธิปไตยไทย
การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 69 สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการจัดการที่ยังไม่เป็นระบบและความไม่พร้อมในหลายขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมบัตรเลือกตั้งของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย ไปจนถึงกระบวนการนับคะแนน ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ประชาชนเฝ้าติดตามผล ว่าใครจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศคนต่อไป

ตลอดทั้งวันเลือกตั้ง มีเหตุการณ์และข้อร้องเรียนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งความผิดพลาดในการจัดการหน่วยเลือกตั้ง ความสับสนในการอำนวยความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิ รวมถึงสถานการณ์ตึงเครียดในบางพื้นที่ระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้สังเกตการณ์

Thai PBS Verify ได้รวบรวมและตรวจสอบเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นตลอดช่วงการเลือกตั้ง ตั้งแต่ก่อนปิดหีบ ระหว่างการนับคะแนน ไปจนถึงกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการซื้อเสียง และข่าวปลอมที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการบิดเบือนข้อมูลและดิสเครดิตทางการเมือง เพื่อสะท้อนภาพรวมของการเลือกตั้งและช่วยให้สังคมเข้าถึงข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน

8 ก.พ. วันเลือกตั้งปี 69 

ช่วงบ่ายของวันเลือกตั้ง ประชาชนทยอยออกมาใช้สิทธิเลือกผู้สมัครและพรรคการเมืองที่ตนเองสนับสนุน แต่ตลอดทั้งวันพบหลายเหตุการณ์ที่ถูกตั้งคำถามถึงความเรียบร้อยของการจัดการเลือกตั้งในหลายพื้นที่

น่านพบฉีกบัตรผิด 69 ใบ สั่งเปลี่ยน กปน.ทันที รอ กกต.ตัดสิน

เริ่มจากจังหวัดน่าน เพจเฟซบุ๊ก “ที่นี่เมืองน่าน” รายงานว่า พบเหตุฉีกบัตรเลือกตั้งผิดพลาดใน 2 อำเภอ โดยเกิดขึ้นที่หน่วยเลือกตั้งที่ 3 ต.ไชยสถาน อ. เมืองน่าน เมื่อกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งฉีกบัตร สส. แบบแบ่งเขตผิด จำนวน 69 ใบ เนื่องจากฉีกตามรอยพับแทนรอยปรุ ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.จังหวัดน่าน สั่งเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ทันที และตั้งคณะกรรมการสอบสวน พร้อมรอการวินิจฉัยจาก กกต.กลางว่าจะส่งผลถึงขั้นต้องเลือกตั้งใหม่หรือไม่

น่านพบฉีกบัตรผิด 69 ใบ สั่งเปลี่ยน กปน.ทันที รอ กกต.ตัดสิน

น่านพบฉีกบัตรผิด 69 ใบ สั่งเปลี่ยน กปน.ทันที รอ กกต.ตัดสิน

อย่างไรก็ตาม  iLaw  ได้สอบถามไปยัง กกต. และได้รับการยืนยันว่า บัตรที่ฉีกติดกับต้นขั้วจะไม่ถือเป็นบัตรเสีย โดยกรรมการประจำหน่วยจะเป็นผู้ฉีกต้นขั้วออกในขั้นตอนนับคะแนน เพื่อคุ้มครองหลังการลงคะแนนโดยลับ หากบัตรฉีกขาดในส่วนช่องลงคะแนน ผู้มีสิทธิสามารถขอบัตรใหม่ได้ และต้องมีการบันทึกเหตุการณ์ตามแบบฟอร์มที่กำหนด

ต่อมา กกต.แถลงแนวทางรับมือกรณีดังกล่าว โดยยืนยันให้การลงคะแนนดำเนินต่อไปตามปกติ แต่หากพบความผิดปกติในขั้นตอนนับคะแนน ต้องประกาศงดนับและรายงานให้ กกต.กลางพิจารณา พร้อมย้ำว่า หากกรรมการประจำหน่วยทำให้บัตรเสียหาย ก็อาจถูกดำเนินคดีเช่นเดียวกับประชาชน

ไม่แจ้งล่วงหน้า หน่วยเลือกตั้งเคหะบางบัว ย้ายจากแฟลต 3 เป็น แฟลต 13

กลับมายัง กรุงเทพฯ พบกรณีย้ายหน่วยเลือกตั้งในชุมชนการเคหะบางบัว จากแฟลต 3 ไปยังแฟลต 13 โดยไม่มีการแจ้งประชาชนล่วงหน้า ทำให้ผู้มีสิทธิหลายคนต้องเสียเวลาเดินค้นหาหน่วยเลือกตั้ง  ซึ่งกรรมการประจำหน่วยระบุว่า ได้รับแจ้งการย้ายจาก กกต.ตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม แต่ไม่ทราบสาเหตุที่ไม่มีการสื่อสารถึงประชาชน ส่งผลให้ต้องเผชิญกับเสียงตำหนิแทนหน่วยงาน ก่อนที่ชุมชนจะช่วยประกาศแจ้งผ่านเสียงตามสาย

ไม่แจ้งล่วงหน้า หน่วยเลือกตั้งเคหะบางบัว ย้ายจากแฟลต 3 เป็น แฟลต 13

ไม่แจ้งล่วงหน้า หน่วยเลือกตั้งเคหะบางบัว ย้ายจากแฟลต 3 เป็น แฟลต 13

ด้านกระแสในโซเชียลออนไลน์ มีการแชร์ภาพกระดานแสดงรายชื่อผู้สมัครที่เขียนชื่อพรรคการเมืองผิด จาก “พรรคประชาชน” เป็น “พรรคภูมิใจไทย” รวมถึงคลิปวิดีโอจากหน่วยเลือกตั้งแห่งหนึ่งที่เจ้าหน้าที่จัดวางบัตรเลือกตั้งผิดประเภท โดยนำบัตร สส. บัญชีรายชื่อไปวางบนโต๊ะ สส. แบบแบ่งเขต ก่อนจะแก้ไขภายหลังจากมีการทักท้วง

ชาวเน็ตแชร์ กระดานรายชื่อสลับพรรค จาก ประชาชนเป็นภูมิใจไทย

ชาวเน็ตแชร์ กระดานรายชื่อสลับพรรค จาก ประชาชนเป็นภูมิใจไทย

คลิปแชร์ว่อน กปน.วางบัตรเลือกตั้ง  สีชมพู–สีเขียว ผิดโต๊ะ

คลิปแชร์ว่อน กปน.วางบัตรเลือกตั้ง สีชมพู–สีเขียว ผิดโต๊ะ

แชร์ภาพอ้างถูกห้ามสังเกตการณ์นับคะแนน เขต 7 ปทุมธานี

หลังปิดหีบ และอยู่ในช่วงการนำคะแนน เกิดกระแสในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 7 จังหวัดปทุมธานี เมื่อมีการแชร์ภาพอ้างว่า เจ้าหน้าที่ไม่เปิดให้ประชาชนเข้าสังเกตการณ์การนับคะแนน และใช้ผ้าคลุมกล้องวงจรปิด ทำให้เกิดข้อสงสัยด้านความโปร่งใส 

แชร์ภาพอ้างถูกห้ามสังเกตการณ์นับคะแนน เขต 7 ปทุมธานี

แชร์ภาพอ้างถูกห้ามสังเกตการณ์นับคะแนน เขต 7 ปทุมธานี

ทั้งนี้ กกต.จังหวัดปทุมธานี ชี้แจงกรณีใช้ผ้าคลุมกล้องวงจรปิดภายในหน่วยเลือกตั้งเขต 7 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เนื่องจากกังวลการบันทึกภาพขณะประชาชนใช้สิทธิ ซึ่งอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่ข้อพิพาทระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชนและนักศึกษาที่เข้าสังเกตการณ์การนับคะแนน

หลังการถกเถียงต่อเนื่องนานกว่า 6 ชั่วโมง กกต.มีมติให้นับคะแนนบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าใหม่ จำนวน 4 หีบ รวมกว่า 3,000 ใบ โดยไม่รวมบัตรเลือกตั้งในวันเลือกตั้งหลัก และเปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้าร่วมทำหน้าที่เป็นกรรมการประจำหน่วย เพื่อสร้างความโปร่งใส

ภาพซองเงินสีชมพู อ้างโยงซื้อเสียงเลือกตั้ง เขต 1 ชุมพร พรรคภูมิใจไทย

ขณะเดียวกันหลังนายอนุทิน ชาญวีระกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ประกาศขอบคุณทุกคะแนนเสียง พบว่า    มีการแชร์ภาพซองจดหมายสีชมพู ภายในบรรจุเงินสดและเอกสารหาเสียง อ้างว่าเป็นการซื้อเสียงในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชุมพร ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่

ภาพซองเงินสีชมพู อ้างโยงซื้อเสียงเลือกตั้ง เขต 1 ชุมพร พรรคภูมิใจไทย

ภาพซองเงินสีชมพู อ้างโยงซื้อเสียงเลือกตั้ง เขต 1 ชุมพร พรรคภูมิใจไทย

เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนชัดว่า สังคมไทยกำลังตั้งคำถามกับ “ความโปร่งใส” อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นข้อกังวลเรื่องการซื้อเสียง ความถูกต้องของการนับคะแนน หรือบทบาทของเจ้าหน้าที่ในทุกขั้นตอนของกระบวนการเลือกตั้ง ประชาชนไม่ได้ต้องการเพียงการได้ใช้สิทธิ แต่ต้องการเห็นการใช้อำนาจที่ตรวจสอบได้ และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

การจับตา การตั้งคำถาม และการสังเกตการณ์จากภาคประชาชนที่เกิดขึ้นตลอดวันเลือกตั้ง ไม่ใช่ความวุ่นวาย แต่คือสัญญาณของสังคมที่ตื่นตัวและไม่ยอมรับความคลุมเครืออีกต่อไป ปรากฏการณ์เหล่านี้กำลังสะท้อนว่า ความคาดหวังต่อมาตรฐานประชาธิปไตยของไทยกำลังสูงขึ้น

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า ใครชนะการเลือกตั้ง แต่คือ ประเทศไทยจะเดินไปถึง “ความโปร่งใส” ได้เมื่อไร และระบบเลือกตั้งจะปรับตัวทันกับสายตาของประชาชนที่จับจ้องมากขึ้นในทุกครั้งที่หย่อนบัตรหรือไม่

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน