Thai PBS Verify สรุปมหาสงครามข้อมูลข่าวสาร “เลือกตั้ง 69” จากวันยุบสภาฯ-นาทีปิดหีบ

DateClock icon15:33|บทวิเคราะห์

Thai PBS Verify รวบรวมเคสตรวจสอบข้อเท็จจริงที่น่าสนใจที่สุดในการเลือกตั้งปี 2569 ตั้งแต่วันยุบสภาฯ ถึงนาทีปิดหีบเลือกตั้ง ซึ่งรวบรวมทั้งสมรภูมิข่าวปลอมที่ระบาดหนักในการเลือกตั้ง การวิวัฒนาการจาก "ข่าวเท็จ" สู่ "ข่าวสีเทา" (Grey Area) และการใช้ AI Deepfake โจมตีในโค้งสุดท้าย พร้อมสรุปทุกความวุ่นวายหน้าคูหา และบทเรียนสำคัญที่จะช่วยให้คนไทยรู้เท่าทันการปั่นกระแสทางการเมืองในอนาคต

สรุปความเคลื่อนไหวจากทีม Thai PBS Verify ในการเฝ้าระวังและตรวจสอบข้อเท็จจริงในช่วงเลือกตั้ง 69 ที่เริ่มมาตั้งแต่ “การประกาศยุบสภาฯ” เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 69 ไปจนถึงนาทีสุดท้ายที่ “ปิดหีบ” ในวันที่ 8 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา มีประเด็นที่น่าสนใจและเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับสังคมไทย ดังนี้

1. ข่าวที่พบมากที่สุด ตั้งแต่การยุบสภาฯ จนปิดหีบ 

นับตั้งแต่เริ่มสัญญาณการยุบสภาฯ ในวันที่ 12 ธ.ค. 69 ประเด็นที่ Thai PBS Verify ตรวจสอบพบมากที่สุดสามารถแบ่งออกเป็น 3 ช่วงหลัก ได้แก่

ช่วงหลังยุบสภาฯ

ข่าวที่พบบ่อยที่สุดจนทำให้ Thai PBS Verify ต้องนำมาตรวจสอบ คือ “ข่าวบิดเบือนที่ทำให้เข้าใจผิด” เช่น
  • คำกล่าวอ้างว่า “ช่อ พรรณิการ์ ทวงกองทัพเปิดแผนที่การรบ” ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า เป็นการนำภาพเก่าจากยูทูบช่อง Prachatai เมื่อ 6 ปีก่อน มาใช้ผิดบริบท โดยถูกนำมาร่วมกับการตัดต่อวิดีโอ เพื่อบิดเบือนเนื้อหาจากการวิจารณ์การปราบสแกมเมอร์ ให้กลายเป็นเรื่องการทวงแผนการรบ ซึ่งสร้างความเข้าใจที่ผิด และยังทำให้มีการแชร์ข้อมูลเหล่าออกไปสู่สังคมเป็นจำนวนมากในระยะเวลาสั้น ๆ อีกด้วย
โพสต์อ้าง “ช่อ พรรณิการ์” ถามหา “ทวงกองทัพเปิดแผนการรบ” แท้จริง “บิดเบือน-ตัดต่อคำพูด” สร้างความเข้าใจผิด

โพสต์ตัดต่อวิดีโอและสร้างข้อความเพื่อบิดเบือนเนื้อหาจากการวิจารณ์การปราบสแกมเมอร์ ให้กลายเป็นเรื่องการทวงแผนการรบ

ช่วงเปิดรับสมัครและหาเสียง

ข่าวที่พบบ่อยที่สุดคือ “การบิดเบือนนโยบาย” และ “ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับระเบียบการเลือกตั้ง” เช่น
  • การแชร์ข้อความและภาพของ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมระบุว่า จะเร่งค้าขายกับกัมพูชา หากทำไม่สำเร็จพร้อมลงจากตำแหน่ง ซึ่งจากการตรวจสอบ ไม่ปรากฏคำพูดดังกล่าวจากการให้สัมภาษณ์หรือแถลงการณ์ใด ๆ และเจ้าตัวยืนยันไม่เคยกล่าวในลักษณะหาเสียงตามที่ถูกอ้าง

ข้อความและภาพของ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน ถูกสร้างโพสต์บิดเบือนในช่วงก่อนการเลือกตั้ง

  • คำกล่าวถึงนโยบายคนละครึ่งพลัส ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในการแถลงนโยบายสำหรับการเลือกตั้งปี 2569 ที่ระบุว่า “ผมยังติดหนี้พี่น้องอยู่ 2,400 บาท ขอให้ผมมีโอกาสกลับมาใช้หนี้” พบว่าเป็นคำพูดที่อาจทำให้เกิดความสับสนและเข้าใจผิดเกี่ยวกับนโยบาย ขณะที่ข้อเท็จจริง งบฯ ปี 2569 มีอยู่แล้วตามกรอบกฎหมาย ไม่ใช่หนี้ส่วนตัว แต่เป็นงบประมาณแผ่นดิน
ภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยแถลงนโยบายพรรค เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 68 ที่ผ่านมา

ภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยแถลงนโยบายพรรค เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 68 ที่ผ่านมา พร้อมระบุว่า “ผมยังติดหนี้พี่น้องอยู่ 2,400 บาท ขอให้ผมมีโอกาสกลับมาใช้หนี้” พบว่าเป็นคำพูดที่อาจทำให้เกิดความสับสนและเข้าใจผิดเกี่ยวกับนโยบาย

  • การแชร์ภาพข้อความบิดเบือน ที่อ้างว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 จะทำให้ประชาชนเสียประโยชน์ พร้อมยกบทลงโทษรุนแรงต่อคดีทุจริต ที่เมื่อทำการตรวจสอบพบว่า เนื้อหาดังกล่าวเป็นเพียงการบิดเบือนข้อมูล โดยข้อมูลที่นำมากล่าวอ้างนั้น ล้วนไม่ปรากฏในรัฐธรรมนูญปี 60 แต่เป็นการนำเอาบทลงโทษของกฎหมายอื่น ๆ ที่ไม่อยู่ในรัฐธรรมนูญปี 2560 มากล่าวอ้างเพื่อสร้างความเข้าใจผิด
ข้อความบิดเบือนเกี่ยวกับเนื้อหาและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 60

โพสต์อ้างข้อมูลเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ว่า หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะทำให้ประชาชนไทยเสียผลประโยชน์และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อสร้างผลประโยชน์ให้นักการเมือง

ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง

ข่าวที่ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งคือ “ข่าวบิดเบือน” และ “โพสต์ปลอม”  ที่สร้างขึ้นเพื่อชี้นำกระแสสังคม หรือทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า เกี่ยวกับบุคคลสำคัญของพรรคการเมือง เพื่อทำให้ส่งผลต่อการตัดสินใจก่อนการเลือกตั้ง โดยเฉพาะทำให้คะแนนนิยมลดลงอย่างรวดเร็ว เช่น
  • ข่าวปลอม การอ้างการจับกุมหัวคะแนนซื้อเสียงเลือกตั้ง หัวละ 1,000 บาท พบเป็นข่าวเก่าเมื่อปี 66 ซึ่งไม่เพียงแต่สื่อออนไลน์เท่านั้นที่นำเสนอข่าวดังกล่าว แต่เรายังพบสื่อบางส่วนนำข่าวดังกล่าวมานำเนอนโดยไม่มีการตรวจสอบอีกด้วย

คลิปปลอม อ้างรวบจับหัวคะแนนพรรคใหญ่ที่พิจิตร

คลิปไวรัลในโซเชียลอ้างรวบจับหัวคะแนนพรรคใหญ่ที่พิจิตร ตรวจสอบแล้วเป็นข่าวเก่าปี 66

  • ข่าวบิดเบือน การแชร์โพสต์อ้าง ประเทศไทยรอดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจมาได้ เพราะอดีตนายกฯ “พล.อ. ประยุทธ์” ตัดสินใจซื้อทองคำสะสมเข้าคลังถึง 90 ตัน จากการตรวจสอบพบไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทรโอชา ในขณะนั้นแต่อย่างใด เนื่องจากรัฐบาลไม่มีสิทธิแทรกแซงการบริหารเงินสำรองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะของธนาคารแห่งประเทศไทย
ข่าวบิดเบือน

ภาพบันทึกหน้าจอแสดงโพสต์ระบุ ประเทศไทยรอดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจมาได้ เพราะอดีตนายกฯ “พล.อ.ประยุทธ์” ตัดสินใจซื้อทองคำสะสมเข้าคลังถึง 90 ตัน

2. รูปแบบที่พบและ “เป้าหมาย” ของข่าวปลอม

รูปแบบของข่าวปลอมในปัจจุบันไม่ได้มาในลักษณะ “เท็จ 100%” แต่พัฒนามาเป็น “ข่าวสีเทา” (Grey Area) ซึ่งยากต่อการตรวจสอบ โดยข่าวทั้งสองลักษณะมักมีส่วนประกอบ ดังนี้
  • กลยุทธ์ “ขุด-ตัด-แปะ“: สร้างวิดีโอ ข้อความบิดเบือน หรือคำพูดในอดีตมาตัดต่อใหม่ เพื่อให้ดูเหมือนว่านักการเมืองพูดเรื่องที่ขัดกับสถานการณ์ปัจจุบัน
  • การสร้างข้อมูลบิดเบือนโจมตีรายบุคคล: กลุ่มที่ตกเป็นเป้าหมายสูงสุดคือ “แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี” และ “แกนนำพรรคที่มีคะแนนนิยมสูง” โดยมักถูกสร้างภาพลักษณ์ให้เชื่อมโยงกับเรื่องที่ละเอียดอ่อน เช่น การบิดเบือนด้วยการนำนโยบายของพรรคตรงข้ามมาสร้างความเข้าใจผิด, การใช้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หรือ ความเกี่ยวข้องกับการทุจริต เช่น การใช้ AI สร้างภาพนักการเมืองคู่กับบุคคลอื้อฉาว
  • การโจมตีด้วยเทคโนโลยี Deepfake: เริ่มมีการใช้ AI เลียนเสียงหรือสร้างคลิปวิดีโอปลอมของนักการเมืองชื่อดัง เพื่อโจมตีพรรคตรงข้ามกับแนวคิดของฝ่ายตนเอง เช่น  การนำข่าวที่ไม่เกี่ยวข้องมาสร้างวิดีโอปลอมของนักการเมืองชื่อดังของพรรคนั้น ๆ ด้วยการผสมกับข้อความเท็จ การสร้างเสียงสังเคราะห์ หรือวิดีโอ Deepfake เพื่อสร้างความเข้าใจผิด โดยมีเป้าหมายในการมุ่งโจมตีพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามโดยเฉพาะ

โพสต์อ้างคลิป เท้ง ณัฐพงษ์ แถลงเรื่องผู้สมัคร สส.พรรคประชาชนซื้อเสียง ซึ่งตรวจสอบพบเป็นเพียงคลิปที่สร้างจาก AI Deepfake

3. วันเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69

ในวันลงคะแนนจริง Thai PBS Verify พบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งจำนวนมาก ทั้งข้อมูลการซื้อเสียง การฉีกบัตรเลือกตั้งจากความเข้าใจผิด ความผิดพลาดของกรรมการการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้งต่าง ๆ และ ความผิดปกติของการนับคะแนนการเลือกตั้ง ซึ่งล้วนเป็นความวุ่นวายของข้อมูลที่เกิดขึ้นใน “กระบวนการหน้าคูหา” เช่น

ข้อมูลการซื้อเสียง

  • เราพบการแชร์ภาพซองจดหมายสีชมพู ภายในบรรจุธนบัตรใบละ 500 บาท พร้อมแผ่นโฆษณาหาเสียงของพรรคการเมืองภูมิใจไทย โดยอ้างในข้อความแชตว่า เป็นการซื้อเสียงในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชุมพร มูลค่ารวมกว่า 60,000 เสียง แจกในอัตราเสียงละ 500–1,000 บาท และมีการมอบหมายให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เป็นผู้แจกจ่าย

ซื้อเสียง

การแชร์ข่าวปลอมในช่วงการเลือกตั้ง

  • การแชร์ภาพอ้างว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา สวมเสื้อสีส้มขณะเดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งพบว่าภาพดังกล่าวถูกดัดแปลงจากภาพต้นฉบับที่สวมเสื้อสีดำ

พล.อ.ประยุทธ์

  • การสร้างคลิปปลอมอ้าง  เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาชน แถลงยอมรับว่า สส. ในพรรคซื้อเสียง ซึ่งพบว่าเป็นคลิปปลอมที่สร้างด้วย AI Deepfake โดยนำภาพจากคลิปข่าวจริงมาตัดต่อและใส่เสียงใหม่ ทำให้เนื้อหาถูกบิดเบือนจากเหตุการณ์จริง
เท้ง ณัฐพงษ์

ความผิดปกติของหน่วยเลือกตั้งต่าง ๆ

  • การแชร์ภาพเจ้าหน้าที่เขตการเลือกตั้งเขต 7  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ที่ไม่ให้ประชาชนเข้าร่วมในการสังเกตการณ์การนับคะแนน
  • การวางบัตรเลือกตั้งไม่ตรงประเภท โดยเจ้าหน้าที่นำบัตรเลือกตั้งสีชมพู ซึ่งเป็นบัตรเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ไปวางบนโต๊ะที่ระบุว่า “สส.แบบแบ่งเขต” ขณะเดียวกัน บัตรเลือกตั้งสีเขียว ซึ่งเป็นบัตรเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กลับถูกนำไปวางบนโต๊ะที่ระบุว่า “สส.แบบบัญชีรายชื่อ”
  • การแชร์ภาพกระดานคะแนนที่มีการเขียนชื่อพรรคการเมืองผิด จาก “พรรคประชาชน” เป็น “พรรคภูมิใจไทย” ในพื้นที่เขต 1 จังหวัดหนองบัวลำภู
  • การย้ายหน่วยเลือกตั้งจาก “แฟลต 3” มาเป็น “แฟลต 13” โดยไม่มีการแจ้งประชาชนล่วงหน้า ของหน่วยเลือกตั้งเคหะบางบัว เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร
  • การถ่ายคลิปขณะกากบาทเลือกตั้ง มาโพสต์ลง TikTok ส่วนตัว
  • กรณี กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งหรือ กปน. ฉีกบัตรลงคะแนนผิด จำนวน 69 ใบ ในจังหวัดน่าน

บทเรียนสำคัญสำหรับการเลือกตั้งปี 2569

จากการตรวจสอบข่าวนับตั้งแต่การยุบสภาฯ มาจนถึงสิ้นสุดการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งปี 2569 Thai PBS Verify พบว่า ข่าวปลอมในยุคนี้ไม่ได้ต้องการให้เราเชื่อทันที แต่ต้องการสร้างอารมณ์ร่วม ไม่ว่าจะเป็น “ความโกรธ” และ “ความเกลียด” ดังนั้นการหยุดอ่านเพียงแค่หัวข้อข่าว แล้วตรวจสอบผ่านแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้จึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
ข้อเสนอแนะสำหรับการตรวจสอบข่าวด้วยตนเองในอนาคต
  1. “หยุด” ก่อน “แชร์” ในคืนหมาหอน: ข่าวที่มาในช่วงสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง มักมีเจตนาทำลายล้างสูงที่สุด

  2. แยก “ข้อผิดพลาด” ออกจาก “การโกง”: ความผิดพลาดทางธุรการของเจ้าหน้าที่หน้าหน่วยควรตรวจสอบด้วยสติ ไม่ควรด่วนสรุปจนกลายเป็นข่าวปลอมที่สร้างความเกลียดชัง

  3. เชื่อในพยานหลักฐาน ไม่ใช่แค่สิ่งที่เห็น: ในยุค AI วิดีโอที่เห็นและเสียงที่ได้ยินอาจไม่ใช่ความจริงอีกต่อไป

ท้ายที่สุดการเลือกตั้งที่โปร่งใสไม่ได้ขึ้นอยู่กับหน่วยงานรัฐเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับ “สติ” ของผู้รับสารทุกคนในการไม่ตกเป็นเครื่องมือของข่าวสีเทา
Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน

“ศรัทธาพยากรณ์อากาศ” เมื่อ “ความถูกใจ” ไม่สามารถวัดได้ด้วย “ความถูกต้อง”

“ศรัทธาพยากรณ์อากาศ” เมื่อ “ความถูกใจ” ไม่สามารถวัดได้ด้วย “ความถูกต้อง”

เกิดกระแสความตื่นตระหนกในโลกออนไลน์ หลังเพจพยากรณ์อากาศอิสระเตือนภัย "มหาอุทกภัย" ในภาคตะวันออกและกรุงเทพฯ ภายใน 120 ชั่วโมง จนกลายเป็นไวรัลสะเทือนโซเชียล อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน และนักวิชาการ ได้ออกมาโต้แย้งข้อมูลดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยมีฝนตกหนักจริง แต่ปริมาณน้ำยังห่างไกลจากมหาอุทกภัยปี 2554 อย่างสิ้นเชิง ปรากฏการณ์นี้สะท้อนภาพ "ศรัทธาพยากรณ์อากาศ" ที่เกิดขึ้นเมื่อความถูกใจของสังคมวิ่งนำความถูกต้องของข้อมูลวิชาการ

23 ก.ย. 69

Open article
ตรวจสอบข่าวปลอมทักเลย!